เอเยนซี - จีนเผย (4 พ.ค.) ว่า นักเคลื่อนไหวตาบอดเฉิน กวงเฉิง สามารถสมัครไปเรียนต่อต่างประเทศได้ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ช่วยให้แก้ปัญหาความตึงเครียดขณะนี้ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่เฉินหนีออกจากบ้านพักที่ถูกกักบริเวณมณฑลซานตง มาหลบอยู่ในสถานทูตสหรัฐฯ กรุงปักกิ่ง
ก่อนหน้านี้ เฉิน กวงเฉิง เผยว่า เขาอยู่ในสภาวะที่อันตรายมากและรู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เฉินเรียกร้องให้รัฐบาลจีนรับรองความปลอดภัยของเขา และหลังจากที่เขาโทรศัพท์ไปถึงทนายชาวอเมริกันเพื่อขอความช่วยเหลือให้พาเขาออกจากประเทศจีน ฝ่ายรัฐบาลจีนอยู่ดีๆ ก็ยอมให้เขาออกไปเรียนต่อได้
เฉินเป็นนักกฎหมายตีนเปล่าที่รณรงค์ต่อต้านการทำแท้งอย่างผิดกฎหมาย ภายใต้นโยบายลูกคนเดียว ท้ายที่สุดปมปัญหาระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ตกลงกันไม่ได้ กรณีที่เฉินหนีมาพึ่งใบบุญสถานทูตสหรัฐฯ กรุงปักกิ่งอยู่ถึง 6 วัน ก็มีแนวโน้มคลี่คลายลงแล้ว
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า เฉิน วัย 40 ปีคนนี้ ได้ออกจากสถานทูตเมื่อวันพุธ (2 พ.ค.) หลังจากปักกิ่งให้คำมั่นว่า ครอบครัวของเขาและเขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม แต่หลังจากนั้นเขาก็กล่าวว่า เขารู้สึกถูกทอดทิ้งและรู้สึกกลัวการแก้แค้นของฝ่ายรัฐบาลจีน
“ผมอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง... ผมหวังว่ารัฐบาลจะเคารพข้อตกลงกับสหรัฐฯ ที่บอกว่าจะรับรองสิทธิของผม” เฉินให้สัมภาษณ์กับ
เอเอฟพีทางโทรศัพท์จากโรงพยาบาลที่เฉาหยัง กรุงปักกิ่งที่เขาเข้ารับการรักษา
ขณะนั้นจีนตอบโต้อย่างดุเดือด เรียกร้องให้สหรัฐฯ ขอโทษขอโพย กรณีที่สหรัฐฯ แทรกแซงกิจการภายในของจีน แต่ในแถลงการณ์ที่เปิดทางให้กับเฉินไปเรียนต่อต่างประเทศได้นั้น กลับเป็นช่องทางที่รักษาหน้าทุกฝ่าย รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเผยว่า เฉินน่าจะรับข้อเสนอนี้
“ถ้าเฉินต้องการเรียนต่อต่างประเทศ ในฐานะพลเมืองจีน เขาก็สามารถสมัครได้ผ่านช่องทางปกติทั่วไปตามหลักกฎหมายเหมือนกับชาวจีนทุกคน” หลิว เว่ยหมิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนเผยในแถลงการณ์
การเปิดทางของจีนดังกล่าวเป็นช่วงเดียวกับที่สหรัฐฯ ได้พูดคุยกับเฉินรอบใหม่
เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ได้พูดคุยกับเฉินทางโทรศัพท์ ณ โรงพยาบาลกรุงปักกิ่ง ที่เขารักษาตัวจากอาการป่วยที่ได้รับในระหว่างการหลบหนี ซึ่งโรงพยาบาลดังกล่าวก็เป็นที่ที่เฉินพบกับครอบครัวด้วย
สหรัฐฯ เองก็พยายามรักษาระดับ มิให้ความขัดแย้งทางการทูตกับจีนในกรณีของเฉินต้องลุกลาม ในช่วงที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศ เยือนจีนเพื่อทำการเจรจาทางเศรษฐกิจระดับสูงประจำปี
ณ อาคารรัฐสภาแห่งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (The Capitol Hill) เฉินได้โทรศัพท์เข้าไป (3 พ.ค.) เพื่อขอความช่วยเหลือจากนักกฎหมาย ให้เขาสามารถเดินทางไปยังสหรัฐฯ ได้ และทำการยื่นคำร้องโดยตรงไปยังนางคลินตัน
“ผมวิตกกังวลถึงความเป็นอยู่ของครอบครัว” เฉินกล่าวผ่านโทรศัพท์มือถือ “ที่ผมห่วงที่สุดตอนนี้คือความปลอดภัยของพี่ชายและแม่ ผมอยากจะรู้ว่าต่อไปพวกเขาต้องประสบชะตากรรมอย่างไรบ้าง”
“ผมต้องการพบนางคลินตัน ผมหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากเธอ” เฉินบอกกับผู้แทนนายคริส สมิธ ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังเรื่องราวของเฉิน
นักเคลื่อนไหวผู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชนเผย (4 พ.ค.) ตำรวจจีนได้กักตัวผู้สนับสนุนเฉินที่บริเวณโรงพยาบาลฯ ที่เฉินรักษาตัว และได้ทุบตีกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวน 2 ราย