หลังจาก “นิโกลัส มาดูโร” อดีตประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา ถูกหน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐฯ จับกุมตัวไปยังนิวยอร์กเพื่อขึ้นศาล “นิโกลัส มาดูโร แกร์รา” ลูกชายและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวัย 35 ปี กล่าวต่อรัฐสภาเวเนซุเอลาด้วยเสียงสั่นเครือ ให้ช่วยนำตัวบิดาของเขาที่ถูกลักพาตัวกลับบ้าน
เขายังบอกอีกว่า “พ่อครับ ผมบอกพ่อเลยว่าพ่อทำให้ครอบครัวของเราเข้มแข็ง ที่นี่เราจะทำหน้าที่ของเราจนกว่าพ่อจะกลับมา และเราจะได้กอดกันอีกครั้งในเวเนซุเอลา” คำว่า “เรา” ในที่นี้เขายังหมายถึงพี่น้องต่างมารดาอีกสามคน ซึ่งเป็นลูกติดจาก “ซิเลีย ฟลอเรส” ภรรยาคนปัจจุบันของมาดูโร และเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นนำทางการเมืองของประเทศอีกด้วย
ในเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร แกร์รา เป็นที่รู้จักในชื่อ “นิโกลัสซิโต” ซึ่งหมายถึงนิโกลัสน้อย เพื่อแยกแยะเขาจากพ่อที่มีชื่อเดียวกัน สำหรับ “เดลซี โรดริเกซ” ประธานาธิบดีคนใหม่ซึ่งรักษาการแทน ความสัมพันธ์ทางสายเลือดของนิโกลัสซิโตกับอดีตเผด็จการ ทำให้มาดูโรหนุ่มกลายเป็นบุคคลสำคัญ อีกทั้งคำพูดที่นิโกลัสซิโตกล่าวกับประธานาธิบดีคนใหม่ในรัฐสภานั้น มีความสำคัญ
เขาให้ความมั่นใจว่า เธอสามารถพึ่งพาการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากเขาและครอบครัวของเขา ในภารกิจที่ยากลำบากข้างหน้าได้
นิโกลัส มาดูโร แกร์รา มีความมุ่งมั่นทางการเมือง ตอนอายุ 22 ปี นิโกลัสซิโตได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และยังดำรงตำแหน่งในรัฐสภา ในช่วงวาระแรกของ โดนัลด์ ทรัมป์ มาดูโรหนุ่มคนนี้เคยประกาศว่า “หากสหรัฐฯ บุกทำลายแผ่นดินเกิดของเราเมื่อไหร่ เราจะยึดทำเนียบขาว”
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวหามาดูโรหนุ่มกระทำความผิดในลักษณะเดียวกับมาดูโรผู้พ่อ ได้แก่ การทุจริต การค้ายาเสพติด และอาชญากรรมเกี่ยวกับอาวุธ เหตุการณ์ในปี 2020 ดูเหมือนจะเป็นเรื่องซ้ำซากสำหรับลูกชายของผู้นำเผด็จการ ชาวบ้านในย่านหนึ่งของกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา พากันประท้วง เหตุเพราะนิโกลัสซิโตจัดงานฉลองวันเกิดครบรอบ 30 ปีของเขา แม้จะมีมาตรการล็อกดาวน์เนื่องจากโควิด-19 คลิปวิดีโอในยูทูบจากปาร์ตี้วันเกิด แสดงให้เห็นนิโกลัสซิโตกำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน ขณะที่ มีธนบัตรโปรยลงใส่ตัวเขา
ด้วยโซเชียลมีเดีย นิโกลัสซิโตพยายามที่จะทำให้ระบอบการปกครองที่คร่ำครึของพ่อดูทันสมัย มีชีวิตชีวา และมีศิลปะมากขึ้น อย่างที่เขาชอบเน้นย้ำต่อสาธารณะว่า เขาไม่เพียงเรียนเศรษฐศาสตร์มาเท่านั้น แต่ยังฝึกฝนการเล่นฟลุตที่เอล ซิสเตมา โรงเรียนดนตรีที่ก่อตั้งโดยนักประพันธ์เพลงชื่อดัง “โฮเซ อันโตนิโอ อับเรอู” อีกด้วย
ที่น่าประหลาดใจคือ ปีที่แล้วนิโกลัสซิโตบอกกับสื่อว่า เขาไม่มีปัญหาที่จะส่งมอบอำนาจให้ฝ่ายตรงข้าม หลังจากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคำพูดที่ลูกชายของเผด็จการเท่านั้นที่จะพูดได้ แต่หลังจากที่พ่อของเขาพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนกรกฎาคม 2024 นิโกลัสซิโตกลับปกป้องการโกงการเลือกตั้งของรัฐบาล
ดังนั้น ถ้าหากลูกชายของนิโกลัส มาดูโร ซึ่งมีชื่อเดียวกัน สามารถมีบทบาทในการตัดสินอนาคตของเวเนซุเอลาได้ นิโกลัสซิโตก็จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความไม่ใส่ใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อการสร้างประชาธิปไตยในประเทศนี้ทันที


