xs
xsm
sm
md
lg

“หม่อมลูกปลา” เธอคือใคร? ทำไมถึงมีคำนำหน้าว่า “หม่อม”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลายเป็นเรื่องฮือฮาที่สุดของช่วงนี้เมื่อมียูทูปเบอร์คนหนึ่งสร้างคอนเทนต์เรื่องการเปรียบเทียบผู้หญิงรูปร่างผอม และผู้หญิงรูปร่างอ้วน จนนำไปสู่การบูลลี่เรื่องรูปร่างหน้าตา ซึ่งตัวละครหลักในเนื้อหานั้นก็คือ “หม่อมลูกปลา” หรือ “โชติกา ขวัญฐิติ”เป็นตัวแทนของผู้หญิงฝั่งที่มีรูปร่างอ้วน และได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จนหลายคนข้องใจว่าเธอคือใคร?? แล้วทำไมถึงมีคำนำหน้าชื่อว่า “หม่อม”
ย้อนไปสัก 26 ปีที่แล้ว ข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับได้นำเสนอข่าวการสิ้นชีพิตักษัยอย่างกะทันหันของ “หม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ ยุคล” หรือ “ท่านชายกบ” จากเหตุการณ์นั้นเองที่ทำให้เรารู้จักกับชื่อของ “หม่อมลูกปลา” เป็นครั้งแรกผ่านสื่อต่างๆ ที่นำเสนอคดีนี้ควบคู่ไปกับการสืบสวนถึงปริศนาการเสียชีวิตของท่านชายกบ เพราะผู้ต้องสงสัยก็คือ “หม่อมลูกปลา” หรือ “หม่อมชลาศัย ยุคล ณ อยุธยา” หรือ “ชลาศัย ขวัญฐิติ” (ชื่อในขณะนั้น)


ประวัติและเรื่องราวชีวิตของ “หม่อมลูกปลา” นั้น ใครฟังก็คงจะอินประหนึ่งนั่งอ่านนวนิยายขายดี เดิมทีนั้น “หม่อมลูกปลา” เป็นเด็กกำพร้าถูกทิ้งไว้ในโรงพยาบาลจุฬาฯ กระทั่ง “หม่อมเจ้ารังษีนภดล ยุคล” หรือ “ท่านหญิงอ๋อย” ได้ขอจากโรงพยาบาลไปชุบเลี้ยง และตั้งชื่อว่า “ลูกปลา” กระทั่งอายุ 4 ขวบ “ท่านหญิงอ๋อย” ได้ยกให้ “ท่านชายกบ” ผู้เป็นพี่ชายเลี้ยงดูต่อเสมือนลูกสาวคนหนึ่งเพราะอายุก็ไล่เลี่ยกับบุตรสาวและบุตรชายของท่านกบที่เกิดกับ “หม่อมอุ่นเรือน ยุคล ณ อยุธยา” และ “หม่อมวาสนา ยุคล ณ อยุธยา”

“หม่อมลูกปลา” ตกเป็นภรรยาลับๆ ของท่านกบตั้งแต่มีอายุได้เพียง 12 ปี และได้รับการส่งเสียร่ำเรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นก็ติดตามท่านชายกบไปทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแล่นเรือใบ ฝึกขับเครื่องบินส่วนตัว เล่นเจ็ตสกี ยิงปืน ฟันดาบ และแข่งรถราคาแพง


กระทั่งในปี พ.ศ. 2537 “หม่อมลูกปลา” ได้เสกสมรสกับ “หม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ ยุคล” และกลายเป็นที่รู้จักโดยทั่วของสังคมเพราะติดตามท่านกบอยู่เสมอ และนี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิตของเธอ เพราะตามธรรมเนียมนั้นหาก “หม่อมเจ้า” (ชาย) แต่งกับหญิงสามัญชน หม่อมเจ้าชายไม่ต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ และชายาของหม่อมเจ้าชายนั้นจะมียศเป็น “หม่อม” จึงเป็นที่มาของชื่อติดหูติดปากว่า “หม่อมลูกปลา” หรือ “หม่อมชลาศัย ยุคล ณ อยุธยา”


และชื่อของ “หม่อมลูกปลา” ก็กลายเป็นที่สนอกสนใจอีกครั้ง เมื่อเธอถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นผู้วางยาพิษในกาแฟสังหาร “ท่านชายกบ” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า “ท่านชายกบ” ได้เสวยกาแฟที่มีการผสมยาฆ่าแมลงกลุ่มคาร์บอเมต โดยวันนั้น “หม่อมลูกปลา” อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ได้ปฏิเสธการรู้เห็นในเรื่องนี้ และได้มีอีกหนึ่งตัวละครสำคัญคือ “นายอุเทศ ชุปวา” ที่กำลังคบหาอยู่กับ “หม่อมลูกปลา”


แม้จะปฏิเสธอยู่นานในที่สุด “หม่อมลูกปลา” ก็รับสารภาพ หลังจากที่เข้าเครื่องจับเท็จ และต้องตอบคำถามที่ว่า “ใครเป็นคนชงกาแฟ” โดยหม่อมลูกปลากล่าวว่าเธอเป็นคนวางยาท่านกบเอง โดยใช้ยาฆ่าเห็บผสมลงในกาแฟ แต่ก็ไม่ได้เจตนาหวังให้ท่านกบตาย ที่เธอทำไปนั้นเพียงเพื่อเธอต้องการให้ท่านกบสลบไป และเธอจะได้ออกหนีเที่ยวอีกครั้ง ซึ่งมีผู้สมรู้ร่วมคิดคือ นายอุเทศ ชุปวา หลังจากเป็นคดีความอยู่นานในที่สุดศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดได้พิพากษาให้จำคุก “หม่อมลูกปลา” ฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย พิพากษาจำคุก 7 ปี แต่คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 4 ปี 8 เดือน


หลังจากพ้นโทษออกจากเรือนจำ ได้ใช้ชีวิตปกติธรรมดา และแต่งงานกับสามีคนที่ 3 นายทวีชัย น้อยประเสริฐ โชเฟอร์รถบัส และมีลูกสาวอายุ 8 ขวบ โดยมีชื่อในปัจจุบันว่า “โชติกา ขวัญฐิติ” ถือเป็นการปิดตำนาน “ซินเดอเรลล่าเมืองไทย” เพราะเธอก็อยากที่จะเป็นคนธรรมดา ทำมาหากินอย่างสุจริต แต่ก็ต้องมาเจอดรามาบูลลี่นี้ทำให้ชื่อของ “หม่อมลูกปลา” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังบูมสุดๆ ซึ่งงานนี้มีคนเห็นใจหม่อมลูกปลามากมาย เพราะกระแสสังคมเองก็ไม่ชอบการบูลลี่ดูถูกคนอื่นอยู่แล้ว...ที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนสอนใจสังคม รวมทั้งตัวเธอเองที่จะต้องก้าวต่อไปอย่างถูกต้องและดีงาม ก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้เธอสู้ชีวิตต่อไปเท่านั้น




กำลังโหลดความคิดเห็น...