xs
xsm
sm
md
lg

“บ้านสุขาวดี” ในวันที่รุ่งเรืองของตระกูล “โชติเทวัญ” แห่งสหฟาร์ม ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดทำการวันแรกก็สร้างความตกใจให้แก่ผู้พบเห็นเลยทีเดียว กับ บ้านสุขาวดี คฤหาสน์พันล้านริมทะเลแห่งจังหวัดชลบุรี ซึ่งสาเหตุของไฟไหม้นั้นคาดว่าน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรที่บริเวณชั้นบนของบ้านสุขาวดี

บ้านสุขาวดีนั้นเป็นของ ‘ดร.ปัญญา โชติเทวัญ’ ประธานกรรมการบริษัท สหฟาร์ม และในเครือ รวมถึงบ้านสุขาวดี พัทยาด้วย “บ้านสุขาวดี” สร้างบนเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ต้องมาแวะเวียนไม่ขาดสาย



ดร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เดิมเป็นชาวอำเภอวิเศษไชยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นอดีตข้าราชการพยาบาลทหารเรือ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 11 ปี จากนั้นได้เข้ารับราชการตำแหน่งพนักงานสุขาภิบาลกรุงเทพมหานครอีก 12 ปี ก่อนจะผันอาชีพมาเป็นเกษตรกรเลี้ยงไก่ด้วยทฤษฎีของตัวเอง ใช้เวลาเกือบครึ่งศตวรรษลองผิดลองถูก นำพา ‘สหฟาร์ม’ ผ่านวิกฤตหลายอย่าง จนนำพาสหฟาร์มสู่การเป็นบริษัทแรกของเมืองไทยที่มียอดการส่งออกไก่ไปต่างประเทศสูงเป็นอันดับหนึ่ง


โดยเริ่มก่อตั้งบริษัท สหฟาร์ม จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2512 เริ่มเลี้ยงไก่สัปดาห์ละ 500 ตัวจากเงินลงทุนห้าพันบาท เนื่องจากครอบครัวยากจนและมีทุนน้อยจึงได้ประยุกต์เครื่องมือเครื่องจักรจากภูมิปัญญาของตนเองผสมผสานกับประสบการณ์ด้านสาธารณสุข ด้วยอุดมการณ์อันแน่วแน่ที่จะผลิตอาหารโปรตีน สะอาด ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค จนในปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจไก่ครบวงจร อันประกอบด้วย กิจการฟาร์มไก่ปู่-ย่าพันธุ์, ฟาร์มไก่พ่อ-แม่พันธุ์, ฟาร์มไก่เนื้อ, ไซโลเก็บเมล็ดธัญพืช, โรงงานผลิตอาหารสัตว์, โรงงานผลิตยาสัตว์, โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ที่ทันสมัย เป็นผู้ผลิตไก่ปลอดสารพิษรายแรกของประเทศไทย ที่มีระบบ BIO-SECURITY ที่เข้มงวดในคอมพาร์ตเมนต์ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก สามารถนำเงินตราเข้าประเทศไทยนับหมื่นล้านบาทต่อปี นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งงานให้แก่ประชาชนร่วมสองหมื่นคน ส่งเสริมและสร้างอาชีพต่อเนื่องแก่เกษตรกรนับแสนครอบครัว


ด้านเกียรติประวัติเคยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่ง ดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 1 (ชั้นสายสะพาย) ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.) ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนพรรษา วันที่ 5 ธันวามคม 2546 จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

อีกทั้งยังได้รับพระราชทาน “เสาเสมาธรรมจักร” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี 2548 ด้าน “ผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา” เมื่อ 16 พฤษภาคม 2548


กระทั่งวันหนึ่ง ดร.ปัญญา โชติเทวัญ ได้มีแนวคิดที่จะสร้างบ้านสุขาวดีขึ้นในปี พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ธุรกิจน้อยใหญ่ล้มละลาย ต่างชาติยึดธุรกิจของคนไทย แต่เจ้าของสหฟาร์มเกิดอยากสวนกระแสด้วยการสร้างคฤหาสน์อันหรูหรานี้ท่ามกลางความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานหลายร้อยชีวิต เพื่อแสดงให้ว่าคนไทยมีความสามัคคีกลมเกลียว มีศักยภาพและศักดิ์ศรีไม่แพ้ต่างชาติ จึงได้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2543 บนเนื้อที่ 12 ไร่ ติดถนนสุขุมวิท หลักกิโลเมตรที่ 129 ห่างจากที่ว่าการอำเภอบางละมุง ประมาณ 1 กิโลเมตร มีชายหาดยาว 400 เมตร ปัจจุบันมีเนื้อที่กว่า 80 ไร่


บ้านสุขาวดีเปิดกว้างขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ผู้มีโอกาสได้มาสัมผัสเป็นเจ้าของร่วมกันและได้ค้นพบถึงสัจธรรมในการดำเนินชีวิต พร้อมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ควรสักการะ เช่น พระพุทธเจ้าปางประสูติ, พระแม่กวนอิม, พระเจ้าตากสินมหาราช, รัชกาลที่ ๕, กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือพระบิดาแห่งราชนาวีไทย เป็นต้น ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานที่แห่งนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างมีดีไซน์ ประกอบด้วยศาสตร์ และศิลป์อย่างลงตัว สมดุล และมีเหตุมีผล ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ และภูมิทัศน์ที่งดงาม และยังมีอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม ด้วยอำนาจของความรัก ความเมตตา ของผู้สร้างซึ่งไม่เคยยอมแพ้และไม่ยอมให้ความจนเป็นข้อจำกัดในชีวิต ขอให้สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจ หรือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแง่คิดที่จะนำพาท่านไปสู่จุดหมาย


ความหมายของ “สุขาวดี” แปลว่า ดี ขาวดี สีของบ้าน เป็นสีชมพู และฟ้า สีชมพูเป็นสีแห่งความรัก ดั่งที่ว่า “ที่ใดไร้รักสมัครสมานจะทำการสิ่งใดย่อมไร้ผล” ฉะนั้น ที่ใดก็ตามที่มีความรัก ความสามัคคี มีความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่นั่นจะคุยกันแต่เรื่องดีๆ คุยสิ่งสร้างสรรค์ทั้งสิ้น ก็สามารถฟันธงได้เลยว่าที่นั่นคือที่ที่ดี ที่เจริญรุ่งเรือง จึงใช้ “คิวปิด” หรือเทพเจ้าแห่งความรักเป็นสัญลักษณ์ ส่วนสีฟ้าถือเป็นสีแห่งน้ำ น้ำเป็นสิ่งก่อเกิดสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลก แต่น้ำเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องศึกษาน้ำ เพราะน้ำสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ทุกสถานะ ถ้าคนเราปรับตัวเข้ากับสังคม ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจหรือความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ เราย่อมมีความสุข แต่น้ำที่ทุกคนต้องการเหมือนๆ กันกลับกลายเป็น “น้ำใจ”


ภายในบริเวณบ้านประกอบด้วย

1. อาคารประชาสัมพันธ์ เป็นที่ตั้งกองอำนวยการสำนักงานผู้บริหารโครงการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และจุดขายบัตรเข้าชมภายในบ้านสุขาวดี

2. อาคารโดมพระ เป็นอาคารทรงโดมประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติเป็นพระประธานบ้านสุขาวดี ภายในบริเวณอาคารโดมพระประดับด้วยภาพ และประวัติพระอริยสงฆ์

3. อาคารเจ้าแม่กวนอิม เป็นอาคาร 5 ชั้น แต่ละชั้นจัดเป็นห้องรับรอง และห้องประชุมขนาดใหญ่ประดับด้วยภาพวาดงดงามหลากหลาย บนดาดฟ้าสูงสุดเป็นโดมทรงกลม ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมซึ่งงดงามอลังการด้วย เครื่องประดับและเครื่องบูชาอันสูงค่า ภายในโดมแห่งนี้ประดับด้วยรูปปั้นอันแสดงถึงปรัชญาและปริศนา ธรรมมากมาย เช่น พระสังกัจจายน์ กับเด็กเป่าแตร ม้า 18 ตัว แม่ไก่กับลูกไก่ ฯ เป็นต้น

4. อาคารครัวของโลก เป็นอาคารที่มีห้องประชุมใหญ่สามารถจุคนได้ถึง 2,500 คน ใช้แรงงานคนในการก่อสร้างถึง 2,700 คน สร้าง เสร็จในเวลาเพียง 30 วัน ภายในอาคาร ครัวของโลกประกอบด้วยสัญลักษณ์ของเกษตรกรไทยมากมาย เช่น พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ และปรัชญาแนวทางการบริหารการปกครอง

5. อาคารแปดเหลี่ยม เป็นศูนย์อาหาร-เครื่องดื่ม และเป็นแหล่งรวมของสินค้าของฝาก ของทะเลจากชายทะเลตะวันออก และสินค้าคุณภาพภายใต้เครื่องหมาย “HEALTH FOOD” ของสหฟาร์ม เพื่อให้เลือกซื้อ กลับบ้าน ทั่วบริเวณ บ้านยังตกแต่งด้วยสวนอันสวยงาม สระน้ำ พระบรมรูปสมเด็จพระปิยะมหาราช พระรูปกรมหลวงชุมพร เทวดาประจำตระกูลโชติเทวัญ

6. อาคารไอริสโซเฟีย เป็นอาคารแห่งสุขภาพ-ความสวยความงาม และสินค้า OTOP ระดับ 4-5 ดาวทั่วประเทศได้นำมารวบรวมไว้ที่อาคารแห่งนี้


แม้ในระยะหลังจะมีข่าวเรื่องการถูกร้องเรียนว่าบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และถูกศาลฟ้องล้มละลาย แต่ก็อยู่ในระหว่างกำลังต่อสู้คดี โดยได้ปิดบริการไปในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และมีกำหนดเปิดบริการใหม่ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 แต่ในวันแรกของการเปิดบริการก็มาเกิดเหตุเพลิงไหม้ เป็นที่น่าตกใจของผู้พบเห็น

ข้อมูลจากเว็บไซต์บ้านสุขาวดี www.sukhawadee.com
ภาพจาก เฟซบุ๊ก : Baan Sukhawadee บ้านสุขาวดี

























กำลังโหลดความคิดเห็น...