xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ 4 เซเลบตัวแม่ที่กำลังทรงอิทธิพล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถ้าในวงการบันเทิงมีแก๊งนางฟ้าและแก๊งเฟอร์บี้แล้ว แวดวงสังคมบ้านเราก็ไม่น้อยหน้า โดยเฉพาะ ใครที่เป็นสายแฟชั่นที่เกาะติดเทรนด์และอัปเดตเรื่องราวของเหล่าเซเลบคนดัง คงคุ้นหน้าคุ้นตากับแก๊งเพื่อนซี้ดีกรีแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ที่ Celeb Online พามาทำความรู้จักเป็นอย่างดี

นำทีมโดย แบงค์-กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย เจ้าของธุรกิจความงามอิมเมจินี่ และเดซี่ ดีว่าคลินิก, โต-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่งแบรนด์ ลา บูทีคส์, มุ่ย-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มี อินฟินิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอ็มบี ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด และมีมี่-ไรวินทร์ อิทธิพิชิตพงษ์ เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ Mimiluckygems

งานนี้แม้ดูจากสเตตัส หน้าที่การงานของทั้งสี่อาจจะไม่น่ามาบรรจบกันได้ แต่ใครจะคิดว่าเพราะมีโซ่ข้อกลางที่สำคัญ อย่าง แบงค์-กัลยรัตน์ แฟชั่นนิสต้าคนดังเป็นแม่สื่อแม่ชัก จึงนำพาให้ทั้งสี่กลายเป็นเพื่อนซี้ที่นับวันมิตรภาพยิ่งเหนียวแน่น ยิ่งเวลาแท็กทีมไปออกงานด้วยกันยิ่งปัง เพราะไม่ว่าไปงานไหนก็จัดเต็มทั้งหน้าผมและการแต่งตัวมาให้ได้ว้าวตลอด



กว่าจะรวมตัวเป็นเดอะแก๊ง
จากหลากหลายที่มา หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วมารวมตัวกันได้อย่างไร คำถามนี้คงไม่มีใครตอบได้ดีกว่าพี่ใหญ่ของกลุ่ม ที่ทำหน้าที่ไม่ต่างจากเฟรนด์ แมตชิ่ง ที่ชักชวนให้ทั้งสี่มารวมตัว จนเป็นก๊วนที่ไปไหนไปกัน เจอกันเมื่อไหร่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข

“จุดเริ่มต้นจริงๆ คือทุกคนเป็นลูกค้าที่คลินิกของเราทั้งหมด เริ่มจากโตก่อน รู้จักกันมาประมาณ 10 กว่าปีได้ โตเป็นลูกค้ารายแรกๆ ของเรา ตอนนั้นเขาอยากดูแลผิว เลยมาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรให้ผิวดี เราก็แนะนำเขาและดูแลกันมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นน้องที่สนิท เพราะเขาเป็นคนฮา เราเองตลก เลยไปกันได้

ที่สำคัญ โตรสนิยมดีเรื่องการแต่งตัว เวลาไปด้วยกันก็จะเชื่อในสไตล์เขา ชอบให้เขาทำเสื้อผ้าให้ใส่ หรือถ้าจะซื้ออะไรก็จะถาม ส่งรูปให้ดูตลอดว่าแบบนี้ดีไหม หรือแม้กระทั่งการเลือกสี เสื้อผ้ามีสามสีก็เลือกเองไม่ได้นะ ต้องถามเขาก่อนว่าสีไหนโอเค”


เช่นเดียวกับ มุ่ย และมีมี่ อีกสองน้องรักที่จุดเริ่มต้นของมิตรภาพไม่ต่างจากโต เริ่มจากการเป็นลูกค้าที่ดูแลกันมาจนสนิท และขยับความสัมพันธ์จากลูกค้าเข้าสู่เฟรนด์โซน “สรุปง่ายๆ คือ เราเจอกันตั้งแต่สมัย Before ยังไม่ After เลย” โตชิงเสริม เล่นเอาทั้งกลุ่มหัวเราะพร้อมกัน

จุดร่วมที่ทั้งสี่มีต่อกันคือ ความสวยความงามที่ยอมกันไม่ได้ และแฟชั่นก็เป็นอีกพาร์ตของชีวิตที่พวกเธอให้ความสำคัญไม่แพ้กัน

“พอเราชอบอะไรที่คล้ายๆ กัน ทำให้คลิกกันง่าย เพราะไม่ว่าจะเรื่องความสวยความงามของผิวพรรณ การดูแลรูปร่าง หรือแฟชั่น มันล้อกันหมด ซึ่งกลุ่มเราก็โชคดีที่ทุกคนมาคนละสาย แต่กลายเป็นว่าจุดเด่นของแต่ละคนมาช่วยเติมเต็มอีกฝ่าย อย่างโตเขามาสายแฟชั่น ก็จะเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของกลุ่ม ขณะที่มุ่ยเก่งเรื่องสมุนไพร เขาจะให้คำแนะนำได้หมดว่าอะไรกินไปแล้วมีประโยชน์ ฉะนั้นเวลาทุกคนอยากรู้อะไรก็ถามเขาได้ตลอด”


ส่วนเบื้องหลังเวลาทั้งสี่คนแต่งตัวออกงาน บอกเลยว่าชุดเป๊ะปังสุดๆ

“เวลาออกงาน ถามว่าต้องนัดกันไปมั้ย ไม่ใช่ประเด็นนั้น แต่มีบ้างที่ปรึกษากันว่าถ้าใส่เสื้อผ้าประมาณนี้ กระเป๋า รองเท้าจะประมาณไหน ปกติกลุ่มเราแต่ละคนทำงานกันหนักมาก กว่าจะได้เจอกันต้องรอเลิกงาน นัดกินข้าวบ้าง หรือบางครั้งถ้าต้องไปออกงานก็จะอุ่นใจถ้าได้ไปด้วยกัน เพราะสมัยก่อนเวลามีคนชวนไปออกงาน ถ้าสมมติไปคนเดียวก็ไม่รู้จะคุยกับใคร แต่สมมติพอมีโตไปเป็นเพื่อน ด้วยบุคลิกเขาที่เป็นคนอัธยาศัยดี เขาก็จะชวนทุกคนรอบข้างคุยได้หมด เราอยู่ด้วยก็สบายใจ ขำๆ ฮาๆ ไปเรื่อยเปื่อย”

ใครที่เห็นกลุ่มนี้ออกงานต้องเหลียวมอง เพราะจัดเต็มมิกซ์แอนด์แมตช์ซูเปอร์แบรนด์ออกมาได้เก๋ชวนมอง จนได้นิกเนมน่ารักว่าเป็นแก๊ง Super Brand ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วแบบนี้เวลาไปชอปปิ้งเสื้อผ้าต้องนัดกันไปเป็นก๊วน หรือต่างคนต่างชอป

“มีไปด้วยกันบ้างถ้าเวลาตรงกัน ความโชคดีคือสถานที่นัดหมายของเราส่วนใหญ่จะเป็นห้างที่ใกล้ทุกคน อย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ เอ็มควอเทียร์ ซึ่งมีร้านให้ชอปอยู่แล้ว ฉะนั้นไหนๆ ไปถึงที่ก็มีบ้างที่อดใจไม่ไหว ต้องขอแวะไปดูของสวยๆ งามๆ” มุ่ยเล่าแทนใจเพื่อนๆ ก่อนที่โตจะตบมุขว่า “แวะไปนิดหนึ่ง แวะไปเช็กอินก็ยังดี”


สนิทกันเบอร์นี้ ถามว่ารู้ใจรู้สไตล์กันเบอร์ไหน คำถามนี้โยนกลับมาให้แบงค์ตอบอีกครั้ง “รู้ใจขนาดไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ แค่เห็นระยะไกลก็รู้ว่าเธอมาแล้ว” คำตอบนี้เล่นเอาฮาทั้งวง รวมถึงสาวมีมี่ที่ถูกพาดพิง “คือมีมี่เขาจะมีสไตล์การแต่งตัวของตัวเองสูง แต่บางทีก็ล้นๆ ชนิดที่แค่เดินลงบันไดเลื่อนลงมาก็รู้แล้วว่าเป็นเธอ”

โตพูดถึงมีมี่ น้องนุชสุดท้องของกลุ่มว่า “มีมี่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงในการแต่งตัว นอกจากจะตัดผมม้าเต่อ การแต่งตัวยังเป็นเอกลักษณ์ มีความกล้าในการแต่งตัว น้องเป็นคนสวยแต่อาจจะต๊องๆ กินยาไม่เขย่าขวดไปบ้าง (หัวเราะ) บางช่วงก็แต่งตัวเยอะ เฉพาะเครื่องประดับก็สามารถใส่ซ้อนๆ กันหลายชิ้นมาก จนถูกแซวว่าระบายสต๊อกเหรอ บางทีก็ชอบมาถ่ายรูปที่ร้าน บอกว่าไลติ้งสวย”

ถามว่ามีโกรธหรืองอนกันบ้างมั้ย ทั้งสี่ตอบชัดเลยว่า ไม่ “เพราะถึงจะดูบางครั้งแซวกันแรงๆ แต่เราระมัดระวังคำพูด ถนอมน้ำใจกัน ให้กำลังใจกันมากกว่า

อิ่มเอมกับเรื่องราวมิตรภาพของทั้ง 4 ไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละคนทำอะไรกันบ้าง


ดีไซเนอร์สายวินเทจ

เริ่มจาก โต ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ใช้แพสชันนำทางทำให้มีพลังล้นเหลือ “ทุกวันนี้ถึงทำงานหนักแต่ก็สนุก เพราะรักในสิ่งที่ทำ ต่อให้จะทำมาเกือบ 10 ปีแล้ว ปัญหาไม่ต้องพูดถึง เจอทุกวัน แต่ก็พยายามตั้งสติและค่อยๆ คิดหาทางออก”

สำหรับเป้าหมายจากนี้คือ อยากให้ ลา บูทีคส์ เป็นแบรนด์ในใจหญิงไทยทุกคน แต่ถ้าถามว่าสไตล์โปรดของโตคือแนวไหน? ตอบได้เลยว่า มิกซ์แอนด์แมตช์เท่านั้นที่ครองโลก


เปิดไลฟ์สไตล์ของแฟชั่นนิสต้าตัวแม่

เห็นรูปร่างเป๊ะๆ และหน้าตาที่ราวกับสตัฟฟ์อายุไว้ของแบงค์ อาจทำให้สาวๆ จำนวนไม่น้อยอิจฉา แต่งานนี้บอกเลยว่าทุกอย่างมีต้นทุน ถ้าอยากได้ก็ต้องลงทุน

“เราสนใจในเรื่องสุขภาพและความสวยความงาม เลยเป็นคนรักษารูปร่างมาก ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เปลี่ยนไซส์เสื้อเลย ตั้งแต่วัยรุ่นจนตอนนี้อายุ 49 ปีแล้ว ที่สำคัญเราไม่อยากแก่ อยากมีผิวที่กระชับ แข็งแรง ชุ่มชื่น เลยเน้นดูแลตัวเอง ออกกำลังกายทุกวันด้วยการวิ่งและเดินบนลู่ 5 กิโลเมตรเพื่อให้เลือดสูบฉีด ทำให้ใบหน้าสดใส มีสมาธิ และมีพลังในการทำงานทั้งวัน แถมยังช่วยลดความเครียด”

ที่สำคัญอีกอย่างคือ ควรคาดหวังผลระยะยาว “ผู้หญิงส่วนมากคาดหวังว่าจะลดน้ำหนักลงหลังออกกำลังได้ 1-2 สัปดาห์ แต่พอน้ำหนักไม่ลงรู้สึกท้อแท้ผิดหวัง และเลิกไปในที่สุด อย่าลืมว่าน้ำหนักตัวเราใช้เวลาสะสมมานาน เป็นเวลาหลายเดือนหรืออาจเป็นปี การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายจึงต้องใช้เวลาทำสม่ำเสมอ ควบคู่กับการบริโภคอาหารที่เหมาะสมด้วยจึงจะได้ผล”


มีชีวิตที่สมดุล ชีวิตสไตล์เจ้าแม่สมุนไพร

ด้าน มุ่ย ตอนนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพร่วมกับสามี (ณฐภัทร สุวรรณโน) รับผิดชอบตั้งแต่การเลือกหาแหล่งวัตถุดิบ ออกแบบแพกเกจจิ้ง วางกลยุทธ์การตลาด และควบคุมคุณภาพ

“มุ่ยพยายามบาลานซ์เรื่องงานและครอบครัวให้เท่าๆ กัน อย่างเรื่องงาน มุ่ยค่อนข้างโชคดีที่ได้ทำงานด้วยกันกับสามี จึงมีเวลาได้อยู่ใกล้ชิด ปรึกษาพูดคุยกันอยู่ตลอด ส่วนเรื่องครอบครัว มุ่ยกับสามีก็จะส่งลูก (ด.ช. มีบุญ สุวรรณโน) ไปโรงเรียนเองแทบจะทุกวัน ถ้าเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงานก็จะพยายามใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุด”

ส่วนรสนิยมเรื่องแฟชั่น มุ่ยเน้นแต่งตัวแนวสมาร์ท เรียบแต่มีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ไม่จำเป็นต้องตามเทรนด์แฟชั่นจนเกินไป แต่ถ้าออกงานก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับธีมงาน เข้ากับสถานที่


มิสลาวผู้หลงใหลในแฟชั่น

เพราะหลงใหลในเครื่องประดับ เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้มีมี่หันมาโลดแล่นในแวดวงเครื่องประดับ เริ่มจากการรับออกแบบและผลิตให้ลูกค้า ก่อนที่จะมาเปิดแบรนด์ Mimi Lucky Gems เมื่อปีที่แล้ว และถ้าเพื่อนๆ ไม่แย้ม ก็คงไม่รู้ว่าเธอมีดีกรีเป็นอดีตมิสลาว มาถึงวันนี้เธอก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์รักเด็ก ถ้ามีโอกาสก็ชอบช่วยเหลือเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสอยู่เสมอ

ส่วนความชอบที่มีต่อแฟชั่น มีมี่เล่าว่าชอบแต่งตัวสไตล์เท่ๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน แพ้ทางเสมอถ้าเห็นไอเท็มไหนที่เป็นหมุดๆ ออกแนวแกลมร็อก หัวกะโหลกหรือเหล็กๆ หนามๆ

“เห็นเมื่อไหร่ ซื้อแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ รองเท้า กระเป๋า จำได้ว่ามีรองเท้าที่เป็นหมุดคู่หนึ่ง เพื่อนเห็นแล้วแซวเลยว่า ถ้าล้มใส่คือตายแน่ๆ (หัวเราะ) ส่วนตัวชอบชอปรองเท้ามากๆ มีเหยียบร้อยคู่ จนพี่เลี้ยงบอกว่าห้ามซื้อรองเท้าเข้าบ้านแล้วเพราะไม่มีที่วาง ดังนั้น เวลาจะซื้อจริงๆ ก็ต้องไม่เอากล่องเข้าบ้าน รองเท้าล้นตู้จนต้องขนเอาไปแจกเพื่อนก็มี ซื้อซ้ำกับที่มีอยู่แล้วก็เคย”




กำลังโหลดความคิดเห็น...