xs
xsm
sm
md
lg

รวมเทรนด์พิชิตสุขภาพดีปี 2020

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัจจุบันปัญหาสุขภาพของคนไทยที่เกิดขึ้นจากไลฟ์สไตล์และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มีมากขึ้น ทั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทยถึงประมาณ 3.1 แสนคน หรือ คิดเป็นร้อยละ 73 ของการเสียชีวิตทั้งหมด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีโรคที่กำลังเป็นเทรนด์เพิ่มขึ้น เช่น ปัญหาทางด้านภาวะจิตใจ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือปัญหาคนวัยกลางคนที่ต้องดูแลทั้งผู้สูงอายุและเด็ก จนอาจเกิดความเครียดได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จึงต้องการส่งเสริมให้คนไทยหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ เริ่มได้ง่ายๆ ด้วยหลัก 3อ. เพื่อให้มีสุขภาพดี



จึงได้จัดงาน 3อ. อวอร์ด Challenge ขึ้น พร้อมเผยเทรนด์พิชิตสุขภาพดีปี 2020 เจาะลึกเคล็ดลับการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนสำหรับคนรุ่นใหม่ ชู 3 เคล็ดลับ ฟู้ดดีกับอาหารสไตล์แพลนต์เบส (Plant-Based Diet) ที่เน้นพืชเป็นหลัก ฟิตดีกับการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัล เทรนนิ่ง (Functional Training) ที่สามารถทำได้ที่บ้าน และการบริหาร อารมณ์ดีเพื่ออายุยืนยาว พร้อมวิธีคลายเครียดที่ทำได้ง่ายๆ


สมฤดี บุญให้เจริญ กล่าวว่า “เราอยากให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น เพราะการมีสุขภาพดี ไม่ใช่เรื่องยาก สามารถเริ่มได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง เราจึงเดินหน้าจัดกิจกรรมต่างๆ ภายใต้แคมเปญ “เนสท์เล่ คนไทยแข็งแรง” เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีชีวิตดีๆ เริ่มง่ายๆ ด้วย 3อ. ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ซึ่งถือเป็น 3 สิ่งพื้นฐานของการมีสุขภาพดีอย่างแท้จริง และตอกย้ำเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพดีสู่อนาคต แค่ทุกคนเริ่มลงมือทำอย่างถูกวิธีจะเป็นจุดเริ่มต้นในการมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ และสามารถเริ่มง่ายๆ ได้ที่บ้าน”


แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล เผยเทรนด์การดูแลสุขภาพว่า “โรคต่างๆ ในปัจจุบันเกิดจากพันธุกรรมส่วนหนึ่ง ไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่ง เช่น ไลฟ์สไตล์อย่างการกิน การออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งที่เราเลือกได้ และเป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้เรามี “สุขภาพดีอย่างยั่งยืน” หรือที่เรียกว่า “Sustainable Health” ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถทำได้ไม่ยาก ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ และสร้างการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีทั้งด้านอาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราตลอดไป”


แพลนต์เบส (Plant-Based Diet) เทรนด์มาแรงดีต่อใจและดีต่อโลก

การเลือกรับประทานอาหารสไตล์แพลนต์เบส (Plant-Based Diet) คือ หลักการกินที่เน้นอาหารที่มาจากพืช ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ธัญพืช หรือโปรตีนที่มาจากพืช พยายามกินอาหารจากเนื้อสัตว์ให้น้อยลง หรือกินปลาแทนเนื้อแดง เคล็ดลับการกินแบบแพลนต์เบสนั้น ในหนึ่งจานต้องมีโปรตีนจากพืช ไข่ขาว หรือโปรตีนจากเนื้อปลา ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก และผลไม้ ใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกคาโนลาในการปรุงอาหาร และควรดื่มน้ำเปล่า ถ้าปรับเมนูให้เป็นแบบไทยๆ คือการกินข้าวกล้อง ปลาทูนึ่ง ปลาเผา ไข่ขาวหรือไข่ต้ม เต้าหู้ น้ำพริก ผักสด หรือส้มตำ ก็จะได้มื้ออาหารที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังดีต่อโลกของเราในการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย


ฟังก์ชันนัล เทรนนิ่ง (Functional Training) ออกกำลังกายง่ายๆ แต่ได้ครบทุกส่วน

การออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัล เทรนนิ่ง เป็นการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อทุกมัด ซึ่งการทำแต่ละท่าจะได้กล้ามเนื้อหลายส่วน เช่น สะโพก ขา แขน ไหล่ ลำตัว ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัล เช่น การสควอท การออกกำลังกายหลักๆ คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก การเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ที่ต้องทำรวมกันให้ได้อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ แล้วยังสามารถออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัล เทรนนิ่ง ควบคู่กันไปด้วย เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ โดยต้องทำให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละสองถึงสามครั้ง


อารมณ์มั่นคง แจ่มใส สร้างสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

เคล็ดลับการมีอารมณ์ที่แจ่มใสและอารมณ์ดีแบบยั่งยืน คือการที่เรามีความสุขกับปัจจุบันได้ โดยไม่กังวลถึงอดีตและอนาคตมากเกินไป และต้องปรับความคาดหวังให้ตรงกับความเป็นจริง เพราะถ้าคาดหวังหรือยึดติดมากไปจะทำให้มีความเครียด ซึ่งการออกกำลังกาย และการนั่งสมาธิ ถือเป็นอีกปัจจัยที่ลดภาวะความเครียดได้ดี การมีอารมณ์ขันก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งของคนที่มีอายุยืนยาว โดยเฉพาะคนที่สามารถมองด้านบวก หรือด้านชวนขำของปัญหาที่เข้ามาในชีวิตได้ จะช่วยให้ดึงตัวเองออกมาจากปัญหา และมองปัญหารวมถึงหาวิธีแก้ไขได้ดีขึ้น เมื่อเรามีสุขภาพใจที่ดี ทำให้เรามีพลังบวกในการดำเนินชีวิตต่อไป


แพทย์หญิงธิดากานต์ แนะนำเพิ่มเติมว่า “ด้านอารมณ์ ความเครียดก็เป็นตัวแปรสำคัญ สำหรับคนวัยทำงานที่หลายคนอาจมีภาวะเครียด หมดไฟทำงาน หรือมีภาวะซึมเศร้า ควรเริ่มจากการจัดสรรเวลาทำงาน ไม่ใช่ทำงานตลอดเวลา กลับบ้านก็ยังทำงาน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์ ก็ควรแบ่งเวลาสำหรับพักบ้าง และต้องเป็นการพักจริงๆ เช่นใช้เวลาอยู่กับครอบครัว คนที่รัก หรือออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง และต้องให้ความสำคัญกับการนอนด้วย ควรนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะการนอนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความเครียดได้”


พลอย-ชิดจันทร์ ห่ง เล่าว่า “ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายอยู่แล้วค่ะ พอมีลูกก็ทำให้เรามีเวลาไปฟิตเนสน้อยลง อยากจะพาลูกไปออกกำลังกายด้วย ก็คงทำบ่อยๆ ไม่ไหว ครอบครัวพลอยเลยเลือกที่จะเปลี่ยนลานหน้าบ้านให้เป็นสนามเด็กเล่น เพราะการที่ลูกได้อยู่กับธรรมชาติ เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดค่ะ เรามีพื้นที่ให้เขาวิ่งเล่น ปีนป่าย รวมทั้งตัวเราเองก็ร่วมกิจกรรมกับเขาได้ด้วย ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดี และยังเป็นการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับครอบครัวด้วยค่ะ”


การมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่จากแนวโน้มเทรนด์ของโรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ปัญหาสุขภาพก็ดูไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไปถ้าเราไม่เริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ แคมเปญนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งด้านอาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ และสามารถเริ่มง่ายๆ ได้ที่บ้าน พร้อมร่วมภารกิจพิชิตสุขภาพดีรับปี 2020 ไปด้วยกัน


กำลังโหลดความคิดเห็น