xs
xsm
sm
md
lg

5 วิธีลัดลดความอ้วนสุดสะพรึง เจ็บแต่ยอม!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

By Lady Manager

เพื่อแลกกับความสวย และรูปร่างเป๊ะปัง หุ่นดี๊ดี ผู้หญิงเราบางทีก็ยอมแลกมาซึ่งความเจ็บปวด

ก็นะ...สำหรับความผอมบางคนก็มักใช้วิธีลัด เพราะขี้เกียจออกกำลังกาย ไม่มีวินัยในการกินก็ไม่มี แถมไม่รู้จักระงับความอยากทานของอร่อย ต้องการผอมเร็ว เพราะวิธีลดความอ้วนที่ถูกต้องและยั่งยืนต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล

ก็เลยมองหา วิธีลดความอ้วน แบบใหม่ ที่ออกจะแปลก สะพรึง แต่พวกเธอก็สู้ตายจ้า


จะมีวิธีอะไรบ้าง เราลองมาดูกันค่ะ

กินพยาธิ

“กินยังไงก็ไม่อ้วน พยาธิเยอะแน่เลย.....” หลายคนเชื่ออย่างนี้ค่ะ ว่าหากพยาธิอยู่ในท้องเราเยอะๆ จะคอยแย่งกินอาหารของเรา ดังนั้นเรากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน จึงเป็นที่มาของวิธีลดความอ้วนแบบพิลึก น่าขนลุกนี้

เว็บไซต์ Hngn รายงานว่า มีคุณแม่ชาวอเมริกันบังคับให้ลูกกินไข่พยาธิหวังช่วยให้ลูกสาวผอมเพรียวหุ่นเป๊ะก่อนประกวดนางงาม โดยเรื่องนี้พยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เป็นคนเปิดเผย

โดยเด็กสาวคนดังกล่าวมาที่โรงพยาบาล เนื่องจากอาการปวดท้องอย่างรุนแรง แพทย์จึงเอกซเรย์ดูแต่กลับพบวัตถุบางสิ่งในลำไส้ของเธอแทน แพทย์จึงให้ยาถ่ายเพื่อให้เธอถ่ายสิ่งที่อยู่ในลำไส้ออกมา

เมื่อเด็กสาวได้ถ่ายอุจจาระออกมาก็พบแต่พยาธิตัวตืดก้อนใหญ่อยู่ในโถชักโครก อย่างไรก็ตาม แม่ของเด็กยอมรับสารภาพว่า เธอเป็นผู้ซื้อยาที่บรรจุไข่พยาธิตัวตืดมาจากเม็กซิโก จากนั้นบังคับให้ลูกทานเพื่อเร่งให้ผอมก่อนเข้าประกวดนางงาม โถ่....คุณแม่

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่จะมีแต่ในอเมริกานะคะ เพราะสาวจีนก็พยายามใช้วิธีกินพยาธิเพื่อให้ผอมเพรียวเช่นกัน แต่ไม่ได้ถูกบังคับหรอกนะคะ พวกเธอตั้งใจกินเองกันเลยล่ะ โดยมีรายงานว่า นักศึกษาหญิงจำนวนไม่น้อยในเมืองเซียะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน กำลังนิยมทานไข่พยาธิตัวกลม พวกเธอเชื่อว่า พยาธิจะไปฟักตัวในกระเพาะอาหาร แล้วคอยแย่งอาหารในลำไส้ ช่วยให้ร่างกายซูบซีด น้ำหนักลดลง จนมีรูปร่างผอมเพรียวได้อย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องอดอาหารหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาบางคนลดน้ำหนักโดยใช้วิธีจ้องมองภาพเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อข่มความหิว

สาเหตุเพราะพวกเธอต้องการสวย มีรูปร่างดี ก่อนไปสัมภาษณ์งาน เพราะด้วยตำแหน่งงานที่มีไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร ทำให้ผู้หญิงจีนหันมาแข่งขันกันในเรื่องรูปร่าง เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งาน
เป็นที่รู้กันดีว่า อัตราการแข่งขันในการสมัครงานในจีนนั้นสูงมาก เนื่องจากจีนมีประชากรหลายพันล้านคน แน่ล่ะ ทุกคนจึงต้องการปรับบุคลิกภาพของตัวเองให้ดูดี หวังให้นายจ้างรับเลือกเข้าทำงาน

ทั้งนี้ ปัญหาการว่างงานถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศจีนเลยนะคะ เพราะพบว่าอัตราการได้งานทำมีเพียงร้อยละ 22 ของประชากรวัยทำงานทั้งหมดทั่วประเทศเอง


เย็บลิ้น


วิธีนี้เลดี้ฯ เคยนำเสนอไปแล้วนะคะ แต่ขอนำมารวบรวมอีกครั้ง เพราะเป็นวิธีที่ดูจะซาดิสต์ไปหน่อยสำหรับผู้ที่มีจิตใจไม่เข้มแข็งพอจะหักห้ามใจตัวเองเรื่องควบคุมการกินอาหารได้ เลยจัดการ "เย็บลิ้น" ซะเลย จะได้เจ็บจนไม่ต้องไปกินอะไรให้อ้วนฉุอีก!

ดร.นิโคลาส ชูเก้ ศัลยแพทย์ความงาม สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ค้นคิดวิธีการลดน้ำหนักสุดพิลึกนี้ จากแผ่นพลาสติก Marlex หรือวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายจากอาการไส้เลื่อน ซึ่งมีขนาดเท่าแผ่นสแตมป์ มาคิดพลิกแพลงช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก โดยนำมาเย็บติดที่ลิ้น เพื่อให้รู้สึกเจ็บปวดเมื่อกินอาหารแข็งๆ

โดยธรรมชาติคนเรา พอรู้สึกเจ็บและลำบากเวลากินอาหารแข็งๆ ก็จะหันไปกินอาหารเหลว ทำให้ไม่อยากอาหาร น้ำหนักก็ย่อมลดลง เขาใช้วิธีการเย็บลิ้นกับคนไข้ของเขามาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งรับประกันว่าช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 13 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน


ข้อเท็จจริงคือ คนที่เลือกใช้วิธีการเย็บลิ้นลดน้ำหนักต้องเผชิญกับความเจ็บปวด และความยากลำบากในการดำรงชีวิต หลายคนมีอาการลิ้นบวม ประสบปัญหาในการออกเสียงการพูด รวมทั้งทำให้นอนหลับยากขึ้น

ดร.ชูเก้ บอกด้วยว่า ตั้งแต่เริ่มให้บริการลดความอ้วนด้วยวิธีนี้ เขาได้ลงมือเย็บลิ้นให้ผู้ป่วยไปประมาณ 60 กว่าคนเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก เพราะค่าบริการเย็บลิ้นแพงลิบอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 60,000 บาท) แถมโดนเย็บ เจ็บตัว เสียตังค์แล้วก็ยังต้องรีบมาเอาออกภายในเดือนเดียวเท่านั้นด้วย

กินอาหารผ่านสายยาง

วิธีลดความอ้วนนี้มีชื่อว่า K-E diet ค่ะ โดยแพทนย์จะสอดสายยางให้อาหารเหลวกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนผ่านทางรูจมูกเป็นเวลา 10 วัน แทนการรับประทานอาหารตามปกติ แถมยังรับประกันว่าสามารถลดน้ำหนักได้ผลจริง ตั้งแต่ 5-10 กิโลกรัม หรือประมาณร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัว

ก่อนอื่นแพทย์จะต้องทายาชาที่รูจมูกก่อน จากนั้นก็สอดสายยางลงไป ผ่านหลอดอาหารเข้าไปยังกระเพาะ จากนั้นก็ให้สารอาหารประกอบด้วยโปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ ซึ่งให้พลังงานวันละ 800 แคลอรี ถือว่าต่ำกว่าปริมาณที่ร่างกายผู้ใหญ่ต้องการใช้ คือวันละ 1,800-2,500 แคลอรี ทำให้ร่างกายต้องเผาผลาญไขมันที่สะสมแทนส่งผลให้น้ำหนักลดลง แต่ไม่ทำให้โหย เพราะร่างกายได้รับสารอาหารที่ต้องการผ่านสายยาง

นายแพทย์โอลิเวอร์ ดี เปโตร แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำเข้าวิธีนี้จากประเทศอิตาลี หลังจากเขากับภรรยาทดลองใช้ได้ผล และย้ำไม่ใช่วิธีการใหม่เพราะมีในยุโรปมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากวงการแพทย์ เนื่องจากกังวลว่าอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเช่น ขาดน้ำ ไตวาย ท้องผูก และตับทำงานหนัก หากได้รับการดูแลไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้ผลเพียงระยะสั้น เพราะเมื่อเลิกใช้ ก็จะกลับไปอ้วนเหมือนเดิม

แช่แข็งร่างด้วยความเย็นจัด

วิธีลดน้ำหนักด้วยการแช่แข็งร่างกายนี้กำลังฮอตมากในหมู่เซเลบริตี้ฮอลลีวูดเลยล่ะค่ะ นวัตกรรมใหม่สำหรับการลดน้ำหนักนี้มีชื่อเรียกว่า “Cryotherapy” คือการแช่แข็งตัวเองเป็นเวลา 3 นาที ด้วยความเย็นที่ต่ำกว่า -165 องศาเซลเซียส

Cryohealthcare คือรูปแบบของการทำสปาอย่างหนึ่งโดยการใช้ความเย็นจัด แต่เดิมนั้นถูกพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ปี ค.ศ. เพื่อบำบัดรักษาอาการของผู้ป่วยโรคปวดข้อรูมาตอยด์ หลังจากนั้นสถาบัน Cryohealthcare แห่งแรกก็ถูกเปิดขึ้นที่สหรัฐฯในปี 2009 และได้รับความนิยมอย่างมากมาย

อ่ะนะ ดาราคนดังอย่างลินด์เซย์ โลฮาน (Lindsey Lohan) ก็คือหนึ่งในเซเล็บที่หันมาใช้ Cryotherapy ในการลดน้ำหนักกับเค้าด้วย

และไม่ใช่ว่าจะใช้ลดความอ้วนได้เพียงยังเดียวเพราะ Cryotherapy ยังสามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายของเหล่านักกีฬา และที่สำคัญยังสามารถกระชับผิวหนังให้เต่งตึง ฟื้นฟูคอลลาเจน และลดน้ำหนัก

หลังจากผ่านไปเพียง 3 นาที ไขมัน 800 แคลอรี่จะถูกแช่แข็งจนสลายไป และ Cryotherapy ยังสามารถเพิ่มระดับเมตาบอลิซึ่มหรือกระบวนการเผาผลาญไขมันได้อีกด้วยแน่ะ


เจาะกระดูกอ่อนด้านในหู

ไม่ใช่การเจาะหูเพื่อความงามทั่วไปนะคะ เพราะนี่เป็นการเจาะหูบริเวณกระดูกอ่อนด้านในหู มีความเชื่อกันว่าการเจาะหูบริเวณนี้จะทำให้ความอยากอาหารลดลง แต่จะมีผลอยู่แค่ 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือนเท่านั้น และยังไม่สามารถหาเหตุอ้างอิงได้

แต่เชื่อกันว่าการใช้ทฤษฎีเจาะกระดูกอ่อนด้านในหูนี้คล้ายกับการฝังเข็มลดน้ำหนัก คือ การฝังเข็มลงไปบนใบหู เพื่อกดประสาท ทำให้ไม่หิว กินได้น้อยลง แถมฝังเป็นเวลากว่าสัปดาห์ จึงทำให้มีน้ำหนักลดลง แต่พบว่า ผู้ที่เลือกใช้วิธีเจาหูนี้กว่า 20% เกิดการติดเชื้อที่ใบหู อื้อหือ...ผอมแต่เจ็บปวดทรมานก็ไม่ไหวเนาะ

แต่ละวิธีพึลึกพิลั่นไหมล่ะคะ เปลี่ยนความคิดหันมาควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย เพื่อความผอมอย่างยั่งยืน และปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ
* ช่วยคลิก Like ด้วยนะคะ เพื่อเป็นแฟนเพจ Lady Manager รับข่าวสารแซ่บๆ ของผู้หญิงในแวดวงสุขภาพความงาม แฟชั่น และความสัมพันธ์ (**)

 

>>
อัพเดตข่าวในแวดวงสังคม ก็อซซิป แฟชั่น ความงาม และเที่ยว กิน ดื่ม เพิ่มเติมได้ที่ 
 http://www.celeb-online.net
 
กำลังโหลดความคิดเห็น...