xs
xsm
sm
md
lg

รอยทาง “การให้” จากพ่อถึงลูก ของ ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

บี-ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์)
 
เมื่อไม่นานมานี้ Forbes Asia ได้จัดอันดับสุดยอดผู้ใจบุญแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหรือ Heroes of Philanthropy ให้แก่นักะรกิจสาวไทยที่ชื่อ บี-ทิพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์) ในฐานะประธาน “มูลนิธิพุทธรักษา” ที่ให้ความช่วยเหลือเด็กยากไร้และเด็กพิการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งความดีทั้งปวงนี้ บี-ทิพาภรณ์ บอกว่าเธอซึมซับการให้มาจากเจ้าสัวแสนล้านธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้เป็นพ่อที่ปลูกฝังDNAของการให้มาตั้งแต่เยาว์วัย

 
บี-ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ (เจียรวนนท์) เป็นเลือดเจียรวนนท์ รุ่น 3 ผู้หนึ่งที่ได้รับมอบหมายบทบาทสำคัญให้ดำรงตแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดีที (DT Group) และประธานบริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร

“บี” จัดเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอย่างราบเรียบปราศจากการฟุ้งเฟ้อขัดแย้งกับชีวิตในฐานะลูกสาวเจ้าสัวผู้มั่งคั่งของเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง โดยเธอเป็นลูกสาวคนสุดท้องในจำนวน 5 คน ของ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด(มหาชน) กับคุณหญิงเทวี ปัจจุบันแต่งงานกับดร.แตน-ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์

สาวใหญ่ร่างเล็กกระทัดรัดรับกับใบหน้าและบุคคลิกอ่อนหวานคนนี้ เริ่มต้นบอกเล่าเรื่องราวการเดินตามรอย “การให้” จากเจ้าสัวซีพีผู้เป็นพ่อ ให้ฟังว่า พ่อของเธอให้ความสำคัญเรื่องเด็กที่ด้อยโอกาสมาก เพราะมองว่าเด็กเหล่านี้ขาดความรักความเอาใจใส่จากสังคม เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคม แต่ในทางกลับกันถ้าเด็กเหล่านี้ได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ดี เมื่อโตขึ้นมาพวกเขาจะเป็นคนเก่ง เป็นคนดี เป็นผู้นำ นักธุรกิจ หรือข้าราชการ เด็กเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้นได้ ตรงนี้จึงเป็นจุดที่ทำให้เธอสนใจเรื่องการพัฒนาเด็ก

 
และถึงแม้จะเรียบจบปริญญาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา แต่เมื่อกลับมาเมืองไทย บิดาก็มอบหมายให้ลูกสาวคนนี้ เข้ามาสานต่อเจตนารมณ์ช่วยเหลือเด็กขาดโอกาสในไทย

“ตอนนั้นมีโอกาสติดตามคุณพ่อคุณแม่ไปทำบุญช่วยเหลือเด็กในที่ต่างๆ จนปี 2542 ก็ตั้ง “มูลนิธิพุทธรักษา” โดยคุณพ่อมอบให้บีดูแลจัดการมูลนิธิ มีทุนเริ่มต้นให้ 10 ล้านบาท เน้นส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษา ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจริยธรรมและคุณธรรม ซึ่งเงินที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่าจะไปแจกจ่ายอย่างเดียว แต่สิ่งที่พ่ออยากเห็นคือเงินที่ให้ไปเราจะต้องนำไปต่อยอดให้งอกเงยด้วย” บีบอกเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้ม

 
บี-ทิพาภรณ์ บอกอีกว่าการทำงานในส่วนของมูลนิธิทำให้เธอได้เห็นชีวิตของผู้คนมากมายเรื่องราวความประทับใจมีให้เห็นตลอด ครั้งหนึ่งที่ไม่เคยลืมเลยคือเมื่อครั้งไปบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนในชนบททางภาคเหนือ เธอได้นำคุกกี้บรรจุถุงไปมอบให้กับเด็ก ๆ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ที่ได้รับก็แกะถุงหยิบคุกกี้กินกันอย่างเอร็ดอร่อย พอได้เวลาก็ทยอยเดินออกจากห้อง แต่ปรากฏมีเด็กอยู่คนหนึ่ง นั่งเอามือลูบไปที่พื้นแล้วเอาขึ้นมาเลีย เมื่อเดินเข้าไปใกล้จึงเห็นว่าเด็กคนนี้ทำแบบนี้เพื่อกินเศษคุกกี้ที่ร่วงหล่นบนพื้น ส่วนถุงคุกกี้ที่ได้รับแจกนั้นกลับซุกซ่อนอยู่ในเสื้อเพื่อจะนำกลับไปให้คนที่บ้านกิน

“ภาพตรงนั้นสะท้อนใจบีมาก เด็กน้อยคนนั้นคงต้องการเก็บขนมกลับไปให้พ่อแม่ที่เขารัก ซึ่งแสดงว่าบ้านเขาต้องมีความอบอุ่น เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจอยากทำทุกอย่างให้เด็กเหล่านั้นได้เติบโตมาให้ดีมีคุณภาพมากขึ้น”

 
สาวใบหน้ากลมแก้มใสทอดสายตามองไปข้างหน้าย้อนรำลึกถึงชีวิตในวัยเด็กก่อนหันมาสนทนากับเราต่อว่า เธอโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่ที่ผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชน ดังนั้นการถ่ายทอดเรื่องราวคำสอนจากพ่อจึงเป็นเสมือนมรดกล้ำค่า เธอบอกว่าทั้งพ่อและแม่ จะเน้นสอนลูกทุกคนตั้งแต่เด็กในเรื่องของการทำความดี และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

โดยแม่จะเน้นย้ำเรื่องให้เกียรติคนห้ามดูถูกคน และที่สำคัญคือต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งแม่ของเธอจะย้ำให้ฟังเสมอว่าแม่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน เคยถูกคนอื่นดูถูกมาตลอด ดังนั้นจึงจะเน้นหนักในเรื่องพวกนี้ ส่วนพ่อของเธอจะสอนให้มองตัวเองตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อมีความผิดพลาด ต้องให้พิจารณาตัวเองก่อนที่จะมองคนอื่น หลายคำสอนที่ได้รับมาทำให้ติดเป็นนิสัย ซึ่งเธอบอกว่ามีประโยชน์มากๆ สามารถนำมาใช้ได้ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิต

“ตอนเด็กๆบางทีก็มีอารมณ์ไม่ชอบ อยากแกล้งเพื่อน พอมาเล่าให้คุณพ่อฟัง คุณพ่อไม่ดุโดยตรงแต่จะสอนและชี้ให้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี คุณพ่อบอกคนเราทุกคนไม่มีใครดีทั้งหมด จะมีทั้งดีและไม่ดีปนกันไป หลังจากนั้นบีฝึกตัวเองพอไม่ชอบขี้หน้าใคร ก็ต้องหาข้อดีให้เจอ ทำแบบไม่รู้ตัวจนเดี๋ยวนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้ว บีเชื่อว่าทุกอย่างฝึกได้หมด”

ความรักความเมตตาที่มีอยู่ในสายเลือดไม่ได้มีเพียงแค่กับเพื่อมนุษย์เท่านั้น หากแต่ยังส่งมอบให้กับเหล่าสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยอีกด้วย “วันหยุดวันว่างถ้าไม่ได้ไปไหนบีชอบอยู่บ้านเลี้ยงสัตว์ ตอนนี้มี หมา 4 ตัว แมว 4 ตัวก็จะเล่นกับเขาเต็มที่ ลูบหัว พูดคุยกับเขา บีเชื่อว่าการสัมผัสการให้ความรักตรงนี้เขารับรู้ได้ บีเชื่อว่าทุกชีวิตต้องการความรักความเอาใจใส่เหมือนกันหมด”

 
เมล็ดพันธุ์แห่ง”การให้" ได้หยั่งรากลึกในตัว บี-ทิพาภรณ์ นับแต่เด็กจนโต จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ Forbes Asia จะจัดให้ชื่อของเธอเป็นสาวไทยที่ติดอันดับผู้ใจบุญแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก
กำลังโหลดความคิดเห็น...