xs
xsm
sm
md
lg

ถมทะเล”แหลมฉบัง เฟส 3”งานคืบเกือบ 90% กทท.เร่งเคลียร์ปมสเปกถมทรายก่อนส่งมอบพื้นที่ GPC

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กทท.เผยถมทะเล”แหลมฉบัง เฟส 3”คืบหน้าเกือบ 90% สัญญาจบ ก.ค.69 เร่งหารือ EEC เคลียร์ปม สเปกถมทราย หาทางออกเพิ่มความแข็งแรง ก่อนส่งมอบพื้นที่ GPC ขยับเปิดให้บริการท่าเรือ F ปลายปี 71 เผยผลดำเนินงาน Q1/69 ตู้สินค้ากว่า 3 ล้าน ที.อี.ยู. พุ่ง 10 %

วันที่ 21 ม.ค.69 นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนที่ 1 งานทางทะเล ณ เดือนม.ค. 69 มีความคืบหน้ารวมประมาณ 89% ซึ่งงานถมทะเล ส่วนของท่าเทียบเรือ F1 ดำเนินการเสร็จแล้ว แต่เนื่องจากมีประเด็นเชิงเทคนิค เรื่องสเปกค่าความหนาแน่นสัมพัทธ์ของทรายถมที่ไม่ตรงกัน โดยส่วนที่ออกแบบ ให้ผู้รับเหมา งานถมทะเลดำเนินการ ใช้ค่าการทรุดตัว 30 ปี ไม่เกิน20 เซนติเมตร ขณะที่สัญญา กทท.กับ กลุ่ม GPC ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT TANK) บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้รับสัมปทาน ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 กำหนดให้ค่าความหนาแน่นสัมพันธ์ไม่น้อยกว่า 75% ดังนั้น ต้องให้กลุ่ม GPC ตรวจสอบพื้นที่ และยอมรับก่อนส่งมอบ ตามสัญญาสัมปทาน

โดยมีการทดสอบและ ดูค่าความแข็งแรง การรองรับที่ครบถ้วน รวมถึงรองรับเรื่องแผ่นดินไหวเพิ่มเติมด้วย และจะมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ว่าจะมีการปรับปรุงเพิ่มคุณภาพกันอย่างไร

นายเกรียงไกรกล่าวว่า งานถมทะเล มีกิจการร่วมค้า ซีเอ็นเอ็นซี (CNNC) ประกอบด้วย บริษัท เอ็น.ที.แอล.มารีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.พริมามารีน บริษัท นทลิน จำกัด และ บริษัท จงก่าง คอนสตรั๊คชั่น กรุ๊ป จำกัด (ประเทศจีน) เป็นผู้รับจ้างวงเงิน 21,320 ล้านบาทหนังสือเริ่มงาน ( NTP) เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2564 ระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญา 4 ปี กำหนดแล้วเสร็จ วันที่ 3 พ.ค. 2568 มีการขยายสัญญา ครั้งที่ 1 ไปสิ้นสุดเดือนก.ค. 2568 จากผลกระทบเหตุสุดวิสัยเกิดข้อจำกัด ทำให้ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง จากปัญหาสายเคเบิ้ลใต้น้ำ และขยายเวลาครั้งที่ 2 จากมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ให้อัตราค่าปรับเป็นร้อยละ 0 ขยายเวลาอีก 422 วัน ซึ่งคำนวนตามระยะเวลาสัญญา จะสิ้นสุดในวันที่ 15 ก.ค. 2569 ซึ่งงานถมทะเลท่าเทียบเรือ F1และ F2 จะต้องแล้วเสร็จ


สำหรับการสงมอบพื้นที่ให้ กลุ่ม GPC นั้น คาดว่าหากแก้ปัญหา เรื่อง สเปกงานถมทะเลได้ จะส่งมอบพื้นที่ ท่าเทียบเรือ F1 และถือเป็นการออก NTP เริ่มต้นสัมปทาน ส่วน การส่งมอบ พื้นที่ F2 กทท.จะมีเวลาประมาณ 2 ปีหรือส่งมอบช่วงเดือนพ.ย. 2570

สำหรับการเปิดให้บริการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F1 คือ ปี 2571 ส่วนท่าเทียบเรือ F2 เปิดบริการปี 2573


@ผลงาน Q1/69 ตู้สินค้ากว่า 3 ล้าน ที.อี.ยู. พุ่ง 10 %

นายเกรียงไกร กล่าวว่า สำหรับ ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 ในภาพรวมสะท้อนการขยายตัวของกิจกรรมโลจิสติกส์และการค้าผ่านท่าเรืออย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเรือเทียบท่ารวม 3,844 เที่ยว เพิ่มขึ้น 5.55% ปริมาณสินค้าผ่านท่ารวม 32.32 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.82% และปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวม 3.05 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 10.65% ขณะที่ผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.80%

สำหรับ ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศ มีเรือเทียบท่า 2,735 เที่ยว เพิ่มขึ้น 7.63% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 27.80 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 9.26% และมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวม 2.73 ล้านที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 12.28% โดยการเติบโตของสินค้าทั่วไปและสินค้าบรรจุตู้เพิ่มขึ้นถึง 9.46% สะท้อนการฟื้นตัวและการไหลเวียนของสินค้าในภาคอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ผลดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา กทท.มีรายได้ 16,755 ล้านบาท และกำไรสุทธิถึง7,066 ล้านบาท มีตู้สินค้ารวม 11.4 ล้านที.อี.ยู. เฉพาะ
ท่าเรือแหลมฉบังมีปริมาณตู้สินค้า 10.1 ล้านที.อี.ยู. สูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กลางปี2569 คาดว่าจะรักษาระดับตู้สินค้าได้ไม่ต่ำกว่าเดิม ขณะที่ จะมีการเปิด ท่าเทียบเรือ D3 ที่ปรับปรุงใหม่ช่วงกลางปี จะทำให้มีขีดความสามารถรวมอยู่ที่ 11 ล้านที.อี.ยู.

ขณะที่ ท่าเรือกรุงเทพ ภาพรวมการให้บริการเรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยจำนวนเที่ยวเรือรวมเพิ่มขึ้น 0.73% จากการขยายตัวของเรือชายฝั่งถึง 7.40% ส่วนปริมาณสินค้ารวมและตู้สินค้ามีการปรับลดลงเล็กน้อยจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของพื้นที่ท่าเรือและสภาพการแข่งขันของเส้นทางขนส่ง อย่างไรก็ตาม ท่าเรือกรุงเทพยังคงมีบทบาทสำคัญในการรองรับการขนส่งชายฝั่งและการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง


กำลังโหลดความคิดเห็น