ผู้จัดการรายวัน 360 - “เจโทร” เปิดผลสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำปี 2568 ล่าสุด พบว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นโดยรวมจำนวน 5,781 ร้านค้า ลดลง 2.2% เป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่มีการสำรวจครั้งแรก ขณะที่มีร้านประเภทราเมง กับ คาเฟ่ เพิ่มขึ้นเพียงสองกลุ่ม
นายอาเบะ อิจิโระ (ABE Ichiro) ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ กล่าวว่า เจโทร) กรุงเทพฯ ได้ทำการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำปี 2568 โดยมีข้อสรุปสำคัญว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวน 5,781 ร้าน ลดลง 135 ร้าน หรือลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน (ปี 2567 มีจำนวนรวม 5,916 ร้าน)
โดยจำนวนร้านลดลงทั้งในกรุงเทพฯ (-2.3%) จาก 2,672 ร้าน เหลือ 2,609 ร้าน ส่วน5 จังหวัดปริมณฑล (-3.1%) จาก 873 ร้าน เหลือ 846 ร้าน และต่างจังหวัด (-1.9%) จาก 2,371 เหลือ 2,326 ร้าน
เมื่อวิเคราะห์จำนวนแยกตามประเภทร้านอาหารพบว่า มีอันดับไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปี 2567 มากนัก ประเภทร้านอาหารที่มีจำนวนมากที่สุดได้แก่ ร้านประเภทภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น มีรวม 1,398 ร้านซึ่งลดลง 2.8% ร้านซูชิ ร้านราเมง ร้าน Izakaya และร้าน Suki/Shabu ตามลำดับ
ประเภทร้านอาหารที่เพิ่มจำนวนขึ้นมีเพียงสองประเภท ได้แก่ ร้านราเมง เพิ่มขึ้น 2.6% จาก 802 ร้าน เป็น 823 ร้าน และร้านคาเฟ่ เพิ่มขึ้น 6.4% จาก 329 ร้าน เป็น 350 ร้าน ส่วนประเภทร้านที่จำนวนไม่เปลี่ยนแปลงได้แก่ ร้าน Teppanyaki สำหรับประเภทร้านอื่นๆ ที่เหลือพบว่า มีจำนวนลดลงทุกประเภท โดยร้านอาหารประเภท Yakiniku/BBQ หรือปิ้งย่าง ลดลงมากที่สุด คิดเป็น 9.0%
นายอาเบะ อิจิโระ กล่าวว่า สถานการณ์ร้านอาหารญี่ปุ่นและแนวโน้มในอนาคต มีแนวโน้มที่ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่ท่ามกลางรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามมา
ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหาร ในขณะเดียวกันผู้บริโภคชาวไทยได้สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเข้าสู่ระยะเติบโตเต็มที่
ทั้งนี้การขยายตลาดด้วยการเปิดร้านใหม่หรือการขยายสาขาเพียงอย่างเดียวจึงเป็นเรื่องยาก อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การบริโภคลดลงสำหรับกรุงเทพฯ ซึ่งมีร้านอาหารกระจุกตัวหนาแน่นคือ จำนวนชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยในประเทศไทยรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง
ท่ามกลางสถานการณ์นี้ ความเป็น ”ร้านอาหารญี่ปุ่น" เพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถนำมาสร้างความแปลกใหม่และดึงดูดผู้บริโภคได้ ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา คุณภาพ รวมทั้งการบอกเล่าเรื่องราว (Story) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับความคุ้มราคาและคุณค่าทางประสบการณ์ มากกว่าการเลือกโดยให้คุณค่าแก่ความ “พรีเมียม” เพียงอย่างเดียว สำหรับผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มเลือกร้านอาหารตามการดูรีวิวและกระแสเทรนด์ในโลกโซเชียล
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคมีแนวโน้มให้ความสนใจร้านอาหารที่มีเมนูอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางเช่น ร้านราเมง ร้านคาเฟ่ ร้านหมูทอดทงคัตสึ ร้านแฮมเบิร์ก รวมทั้งร้านที่มีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เช่น ร้านที่เลือกใช้วัตถุดิบอย่างข้าวญี่ปุ่น นอกจากนี้ กระแสความนิยมมัทฉะยังทำให้ร้านประเภทคาเฟ่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกด้วย
นายอาเบะ กล่าวด้วยว่า จากผลกระทบจากความนิยมท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นของคนไทยจากค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น จึงเริ่มเห็นแนวโน้มผู้บริโภคที่ชะลอการบริโภควัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นที่มีราคาสูงภายในประเทศไทย เช่น โอมากาเสะซูชิ เนื้อวัววากิว และสาเกญี่ปุ่น เพื่อไปบริโภคในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นแหล่งกำเนิดแทน
ส่วนแนวโน้มในอนาคตผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายท่านให้ความเห็นว่า ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยจะยังคงมีร้านที่เปิดใหม่และปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะเห็นการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน มีเมนูเฉพาะทาง (Specialty) มีการเล่าเรื่องราว (Story) และสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (Experience) ให้กับผู้บริโภคได้ โดยคาดว่า นอกจาก “อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีมูลค่าเพิ่ม” แล้ว จะเห็น “ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นกระแส” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีการปรับให้เข้ากับผู้บริโภคชาวไทย (Localized)” มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ เนื่องจากเทรนด์การบริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียจึงยังคงมีความจำเป็นต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร้านอาหารญี่ปุ่นล่าสุดตัวเลขจำนวนลดลงก็ตาม แต่ก็ยังความสนใจจากผู้ประกอบการของญี่ปุ่นจำนวนมากที่จะเข้ามาขยายธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเจโทรจัดงานเจรจาทางธุรกิจออนไลน์ โดยมีผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นร่วมมากกว่า 36 บริษัท ในวันจันทร์ที่ 9 ถึงวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ นี้ และงานเจรจาธุรกิจแบบพบหน้าวันจันทร์ที่ 25 และ อังคาร26 กุมภาพันธ์นี้ มีผู้ประกอบการด้านอาหารญี่ปุ่นเข้าร่วม 26บริษัท
ส่วนแนวโน้มในอนาคตผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นหลายท่านให้ความเห็นว่า ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยจะยังคงมีร้านที่เปิดใหม่และปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะเห็นการเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน มีเมนูเฉพาะทาง (Specialty) มีการเล่าเรื่องราว (Story) และสามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (Experience) ให้กับผู้บริโภคได้ โดยคาดว่า นอกจาก “อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีมูลค่าเพิ่ม” แล้ว จะเห็น “ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นกระแส” และ “อาหารญี่ปุ่นที่มีการปรับให้เข้ากับผู้บริโภคชาวไทย (Localized)” มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ เนื่องจากเทรนด์การบริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียจึงยังคงมีความจำเป็นต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร้านอาหารญี่ปุ่นล่าสุดตัวเลขจำนวนลดลงก็ตาม แต่ก็ยังความสนใจจากผู้ประกอบการของญี่ปุ่นจำนวนมากที่จะเข้ามาขยายธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเจโทรจัดงานเจรจาทางธุรกิจออนไลน์ โดยมีผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นร่วมมากกว่า 36 บริษัท ในวันจันทร์ที่ 9 ถึงวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ นี้ และงานเจรจาธุรกิจแบบพบหน้าวันจันทร์ที่ 25 และ อังคาร26 กุมภาพันธ์นี้ มีผู้ประกอบการด้านอาหารญี่ปุ่นเข้าร่วม 26บริษัท


