xs
xsm
sm
md
lg

"พีระพันธุ์" จ่อชง ครม.ใน 2 สัปดาห์ลดแก๊สโซฮอล์ 91 ลง 2.50 บาท/ลิตร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"พีระพันธุ์" แย้มเตรียมเสนอ ครม.ภายใน 2 สัปดาห์เคาะลดราคาน้ำมันขายปลีกแก๊สโซฮอล์ 91 ลง 2.50 บาท/ลิตร แย้มอาจใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ และภาษีสรรพสามิต โดยจะสรุปหลักการได้ใน 1 สัปดาห์ พร้อมเตรียมยกร่างกฎหมายดูแลน้ำมันให้กลุ่มเกษตรกร เช่นเดียวกับประมงเพื่อให้ได้ใช้ในราคาต่ำ พร้อมปรับภาพลักษณ์กระทรวงพลังงานให้ประชาชนเข้าถึง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เปิดเผยว่า กระทรวงอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลงประมาณ 2.50 บาท/ลิตรเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากที่ ครม.เมื่อ 16 ต.ค.ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบเบื้องต้นถึงแนวทางการช่วยเหลือดังกล่าวไว้แล้ว

"สัปดาห์แรกคงจะได้เห็นแนวทางดำเนินการหรือหลักการเบื้องต้น ส่วนจะใช้วิธีปรับลดภาษีสรรพสามิต หรือเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงต้องหารือกับทุกฝ่ายก่อน แต่หลักการที่ลดแก๊สโซฮอล์ 91 เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้น้อยโดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และที่ลด 2.50 บาท/ลิตรเพื่อไม่ให้น้อยไปกว่าการลดให้กับดีเซลที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งการปรับลดจะเป็นระยะสั้นประมาณ 3 เดือน" นายพีระพันธุ์กล่าว

นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่จะดูแลราคาน้ำมันให้กลุ่มเกษตรกรเช่นเดียวกับการดูแลราคาให้กลุ่มประมงที่ได้รับราคาต่ำอยู่ในปัจจุบันหรือที่รู้จักกันว่าน้ำมันเขียว ซึ่งจะมีการยกร่าง พ.ร.บ.น้ำมันเพื่อการเกษตรและประมงขึ้นมาโดยเฉพาะเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ประกาศใช้เป็นครั้งๆ ไป เมื่อมีปัญหาก็ต้องมาพิจารณาเป็นรายครั้ง แต่กระทรวงฯ ต้องการให้ทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้ใช้น้ำมันในราคาถูกโดยจะผลักดันเข้าสภาฯ ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานเป็นทั้งกระทรวงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง แต่ภาพที่ผ่านมายังไม่ชัดเจนนักด้วยเพราะกฎหมายเดิมในระยะแรกเริ่มต้องมองหาความมั่นคงด้านพลังงานให้เพียงพอต่อการใช้จึงมุ่งส่งเสริมภาคธุรกิจ ดังนั้นบทบาทจากนี้ไปต้องปรับให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทั้งด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่จะต้องมาดู ที่สำคัญต้องให้ภาพลักษณ์ของกระทรวงพลังงานประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น ดังนั้นพลังงานจึงต้องตอบโจทย์ความมั่นคง เป็นธรรมและยั่งยืน

"ทิศทางกระทรวงใน 4 ปีข้างหน้าต้องให้ประชาชนมีความรู้เข้าถึงกระทรวงพลังงานต้องเปลี่ยนให้ได้ และต้องดูแลสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง มุ่งไปสู่พลังงานใหม่ๆ โดยเฉพาะพลังงานทดแทน ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมพลังงานเป็นของตนเอง ให้ประชาชนมีทางเลือกเพิ่ม และจะเดินหน้าปรับโครงสร้างพลังงานที่สอดรับกับนโยบายพรรคและรัฐบาลเศรษฐา ให้มีราคาที่เป็นธรรม ซึ่งผมมองว่าขณะนี้ไม่เป็นธรรมนักแต่ก็ต้องเข้าใจว่านั่นเป็นเพราะกฎหมายดั้งเดิมเขาวางมาเช่นนั้น ระยะกลางและยาวก็ต้องมาดูเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย และสร้างความยั่งยืนให้พลังงานไทย" นายพีระพันธุ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการมองว่าขณะนี้สำรองไฟฟ้าของไทยสูงเกินไปทำให้เกิดภาระต้นทุนที่ถูกผลักไปยังประชาชนนั้นเห็นว่าขณะนี้แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าอนาคตจะมีการเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ปัญหานี้อาจจะไม่เกิดเพราะการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของไทยมีมากขึ้น โดยคาดว่าปี 67 ไทยจะมีรถอีวีรวมถึง 1 ล้านคัน ส่วนการประกาศใช้น้ำมันตามมาตรฐานยุโรประดับ 5 (ยูโร 5) ซึ่งเดิมจะเริ่ม 1 มกราคม 2567 คงต้องมาศึกษาดูว่าจะยังเป็นไปตามนั้นหรือไม่ หากประกาศใช้แล้วทำให้ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น 15 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมามีโรงกลั่นฯ ได้ลงทุนไปแล้ว แต่คงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย หรือหากหน่วยงานอื่นที่มากดดันให้เร่งใช้น้ำมันมาตรฐานยูโร 5 แต่ไม่มีมาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมใดๆ เลยก็คงไม่ได้เช่นกัน

ส่วนการแต่งตั้งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คนใหม่ ถือว่าถูกตีตกไปตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่อนุมัติแล้ว จึงต้องให้คณะกรรมการ กฟผ.ทำเรื่องยืนยันเข้าอีกครั้งว่าจะเป็นใคร กระทรวงฯ จึงจะทำเรื่องเสนอเข้า ครม.พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้กระทรวงพลังงานไม่ได้เป็นผู้คัดเลือก แต่ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งเรื่องเข้า ครม.เท่านั้น
กำลังโหลดความคิดเห็น