กรมวิชาการเกษตรใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กักพืชฯ คุมเข้มห้ามลักลอบนำเข้าพืชกัญชาจากต่างประเทศ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ เผยด่านสุวรรณภูมิตรวจได้กว่า 100 รายการ ขณะด่านนครพนมยึดกัญชาลักลอบนำเข้าได้ 282 กก. ย้ำให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กรมการปกครอง กรมศุลกากร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืช กรมวิชาการเกษตร ทั้งด่านทางบก ทางเรือ ทางอากาศ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ากัญชาจากต่างประเทศ ตาม พ.ร.บ.กักพืช โดยมีการขยายผลทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจ พ.ร.บ.กักพืช 2507
ในส่วนของการควบคุมพืชตระกูลกัญชา ซึ่งกรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ในส่วนของการควบคุมพืชสกุลกัญชา กำหนดให้ทุกส่วนของพืชสกุลกัญชาเป็นสิ่งต้องห้าม การนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านด่านตรวจพืช ผู้นำเข้ากระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 8 ประกอบมาตรา 10 และมีบทกำหนดโทษตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติกักพืชฯ กล่าวคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในปี 2565-2566 ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการตรวจจับการนำเข้าชิ้นส่วนของพืชสกุลกัญชาอย่างเข้มงวด
ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมวิชาการเกษตรและฝ่ายศุลกากรที่ 1 ท่าอากาศสุวรรณภูมิ ร่วมกันตรวจชิ้นส่วนกัญชาที่มีการนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายกว่า 100 รายการ ด่านตรวจพืชนครพนม ร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลุ่มแม่น้ำโขง และด่านศุลกากรนครพนม ตรวจจับชิ้นส่วนกัญชาและกัญชาอัดแท่งที่มีการลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายได้จำนวน 282 กิโลกรัม
นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังมีการประชุมวางแผน และดำเนินงานร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณะสุข อย่างต่อเนื่องในการสนธิกำลังตรวจสอบผู้ประกอบการในพื้นที่ถนนข้าวสาร และพื้นที่ถนนทองหล่อ และพื้นที่อื่นๆ สำรวจ ตรวจสอบ พร้อมยึดอายัด ผู้กระทำความผิดหรือฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 โดยทำการตรวจใบอนุญาตประกอบกิจการ/ร้านค้าต่างๆ และตรวจสอบไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ากัญชาจากต่างประเทศ
จากปฏิบัติการนี้พบการกระทำผิดหลายราย โดยผู้กระทำผิดแบ่งเป็น ร้านค้าปลีกหาบเร่ แผงลอย จำหน่ายหรือแปรรูปกัญชาพันลำ และจำหน่ายช่อดอกที่ไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินการใช้ใบอนุญาตผิดสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ที่ต้องยึด อายัด สั่งปิด และส่งตัวพร้อมของกลางให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวย้ำว่า การนำเข้าช่อดอก และทุกส่วนพืชตระกูลกัญชา เป็นสิ่งต้องห้าม มีโทษทั้งจำและปรับ และขอให้ใช้เพื่อทางการแพทย์ เท่านั้น
อนึ่ง หากมีการนำเข้า "กัญชา กัญชง" ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตามประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม พ.ศ. 2551 ต้องแจ้งนำเข้ากับด่านตรวจพืชต้องขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้า ต้องมีหนังสือรับรองส่วนขยายพันธุ์พืชว่ามิใช่พืชตัดต่อสารพันธุกรรม (Non GMOs Certificate) ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) จากประเทศต้นกำเนิดสินค้า และต้องผ่านการตรวจสอบศัตรูพืชจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อออกหนังสืออนุญาตให้นำสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด หรือสิ่งไม่ต้องห้ามออกไปจากด่านตรวจพืช สถานกักพืช ยานพาหนะ หรือสถานที่ใดๆ ภายใต้พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติมนอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินการรับรองมาตรฐาน GAP พืชตระกูลกัญชาไปแล้วตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันได้รับการรับรอง GAP ในแปลงปลูกพืชตระกูลกัญชาไปแล้วทั้งสิ้น 12 รายหากพบเบาะแสการกระทำความผิดดังกล่าวสามารถแจ้งได้ที่ด่านตรวจพืชกรมวิชาการเกษตรทุกแห่งทั่วประเทศ