สรุปแบบรถไฟไทย-จีน เฟส 2 “นครราชสีมา-หนองคาย” เสนอ EIA คาดชงบอร์ด รฟท. ต.ค.นี้ เสนอ ครม.ปลายปี เล็งแบ่ง 10 สัญญา งานโยธา 2.1 แสนล้านบาท ประมูลปี 66 ส่วนเฟส 1 เร่งงานระบบ 2.3 เริ่มติดตั้งปี 67
นายกำพล บุญชม รองวิศวกรใหญ่ด้านโครงการพิเศษ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356.10 กม. มูลค่าเกือบ 3 แสนล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้สรุปการศึกษาออกแบบแล้ว และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว ซึ่งทาง สผ.มีความเห็นให้กลับมาทำจัดทำข้อมูลเพิ่มเติม ล่าสุด รฟท.ได้จัดทำและเสนอกลับไปที่ สผ.แล้วเมื่อเดือน มิ.ย. 2565 อยู่ในขั้นตอนเตรียมชี้แจงต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.)
ทั้งนี้ ตามแผนงานของโครงการในเฟส 2 คาดว่าจะสรุปรายละเอียดเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.ในช่วง ต.ค. 2565 และเสนอไปที่กระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ขออนุมัติโครงการในช่วงปลายปี 2565 คาดว่าจะเปิดประกวดราคาก่อสร้างงานโยธาในปี 2566 โดยการลงนามสัญญาจะต้องรอ EIA อนุมัติก่อน
คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างประมาณเดือน ส.ค. 2566 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี แล้วเสร็จปี 2570-2571 คาดเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2572
ซึ่งเส้นทางช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356 กม. มีกรอบวงเงินค่างานโยธาประมาณ 2.1 แสนล้านบาท แนวเส้นทางมีภูเขาน้อย และเวนคืนน้อยกว่าช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา หลักๆ จะก่อสร้างไปตามแนวเขตทางรถไฟที่มี ทำให้ใช้เวลาในการก่อสร้างน้อยกว่า แม้ว่าระยะทางจะยาวกว่าก็ตาม
คาดว่าแบ่งงานโยธาออกไม่เกิน 10 สัญญา ซึ่งจะต่างจากโครงการในเฟส 1 ที่มี 14 สัญญา เพื่อให้แต่ละสัญญามีมูลค่าไม่สูงเกินไป เพราะต้องการให้ผู้รับเหมาขนาดกลางมีคุณสมบัติเข้าร่วมแข่งขันได้ แต่ในเฟส 2 ผู้รับเหมาขนาดกลางหลายรายมีคุณสมบัติจากประสบการณ์การก่อสร้างช่วงเฟส 1 แล้ว ขณะที่ภาพรวมการก่อสร้างจะง่ายและเร็วกว่าโครงการในระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) โดยจะเปิดให้บริการหลังจากเปิดเฟสแรกประมาณ 1 ปี หรือในปี 2572
โครงการรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 356.1 กม. มีจุดเริ่มต้นที่หลังสถานีนครราชสีมา จุดสิ้นสุดที่ริมแม่น้ำโขงฝั่งไทยมี 5 สถานี ได้แก่ สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี และสถานีหนองคาย ศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วย นาทาและเชียงรากน้อย ศูนย์ซ่อมบำรุงทาง (Maintenance Base) จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย บ้านมะค่า หนองเม็ก โนนสะอาด และนาทา มีย่านเก็บกองตู้สินค้าและย่านเปลี่ยนถ่ายสินค้า จำนวน 1 แห่งที่นาทา
@เร่งสัญญา 2.3 สรุปแบบ "งานวางราง-ระบบ-ขบวนรถ” ในปี 65
สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟไทย-จีน ระยะะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. ในส่วนของงานสัญญา 2.3 (สัญญาการวางราง และระบบการเดินรถ ระบบอาณัติสัญญาณ พร้อมขบวนรถ) วงเงิน 50,633.50 ล้านบาท ซึ่งรฟท.ได้มีการลงนามกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (CHINA RAILWAY INTERNATIONAL CO., LTD.) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (CHINA RAILWAY DESIGN CORPORATION) ไปเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2563 นั้น ขณะนี้เป็นการทำงานในขั้นตอนการออกแบบ และขั้นตอนการตรวจรับแบบ ซึ่งยังมีการแก้ไขบางประเด็นที่ส่งกลับไปให้จีนดำเนินการ โดยแบบจะสรุปได้ภายในปี 2565 ในขณะเดียวกัน จีนเองจะต้องเตรียมจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มงาน
สำหรับการส่งมอบพื้นที่ให้งานสัญญา 2.3 เข้าทำงานนั้น กำหนดเป็น 4 ช่วง (Key Date) โดยจะต้องสอดคล้องกับการก่อสร้างงานโยธา โดย Key Date แรกจะเป็นการส่งมอบพื้นที่ส่วนของกลุ่มงานอาคารไฟฟ้า สถานีจ่ายไฟฟ้า และศูนย์ควบคุมการสื่อสารตามแนวเส้นทาง ซึ่งจะก่อสร้างเสร็จก่อน คาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ในปี 2567 จากนั้นจะทยอยส่งมอบพื้นที่ในกลุ่มงานทาง โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง (Key Date) โดยจุดสุดท้ายที่จะส่งมอบคือ สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ประมาณปี 2569
สำหรับขบวนรถไฟความเร็วสูงนั้น ทางจีนอยู่ระหว่างออกแบบ คาดว่าจะได้ข้อสรุปแบบภายในปี 2565 เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการออกแบบรายละเอียดและการผลิตต่อไป


