xs
xsm
sm
md
lg

ถึงเวลา “มันสำปะหลัง” ขาขึ้น “พาณิชย์” คุมเกมสกัดดัมป์ราคา ข่าวดี! จีนต้องการเพิ่มหลังตรุษจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปีนี้น่าจะเป็นปีทองอีกปีของ “มันสำปะหลัง” เกษตรกรจะสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น เพราะปี 2563/64 ประเมินว่าผลผลิตจะมีประมาณ 28 ล้านตัน แต่ความต้องการใช้มีมากกว่าปริมาณผลผลิตที่มีอยู่ ทั้งจากในประเทศ และส่งออก โดยเฉพาะตลาดจีนที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์ หลังราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และนำไปใช้แทนข้าวโพดในการผลิตอาหารสัตว์ หลังจากที่ข้าวโพดมีราคาสูงขึ้น

“กรมการค้าต่างประเทศ” ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลสินค้า “มันสำปะหลัง” ได้ติดตามสถานการณ์การผลิต และการส่งออกมันสำปะหลังมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 โดยได้เตรียมการล่วงหน้า ทั้งการกำกับดูแลคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ส่งออกเพื่อไม่ให้ผู้ซื้อใช้เป็นสาเหตุในการกดราคาซื้อ และการคุมเข้มการนำเข้า เพื่อป้องกันมันสำปะหลังที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าประเทศ จนมีผลกระทบต่อราคาในประเทศ

หารือสมาคมมันป้องกันปัญหาตัดราคา 

การส่งออกมันสำปะหลังในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่กลับมีผู้ส่งออกบางรายที่ไปขายตัดราคาเพื่อให้ได้คำสั่งซื้อ แล้วมากดราคารับซื้อหัวมันสำปะหลังสดจากเกษตรกร ทำให้หัวมันสดประสบปัญหาราคาตกต่ำ ทั้งๆ ที่ราคาควรจะขยับขึ้นตามกลไกตลาด

หลังจากพบปัญหา กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปแก้ไขในทันที โดยวันที่ 6 ม.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดโอกาส 4 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าพบ เพื่อรายงานสถานการณ์ และหารือถึงแนวทางการดูแลราคามันสำปะหลังให้แก่เกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงข้อสรุปจากการหารือครั้งนี้ว่า ในส่วนของการส่งออก สมาคมที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดูแลสมาชิกไม่ให้มีการขายตัดราคาเพื่อรักษาระดับราคาส่งออกไม่ให้ตกลง และในส่วนของกรมฯ จะกำกับดูแลการส่งออกให้เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศผู้ซื้อใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างในการกดราคารับซื้อผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากไทย โดยหากตรวจสอบพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน จะเข้าไปดูแลในเรื่องการนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น ขึ้นทะเบียนผู้นำเข้า รายงานการนำเข้า ต้องมีสถานที่เก็บสินค้าที่นำเข้าเฉพาะแยกจากสถานที่รับซื้อภายในประเทศ ต้องนำเข้าผ่านจังหวัดและด่านศุลกากรกับจุดที่กำหนด เป็นต้น และยังได้ขอความร่วมมือกรมศุลกากร และฝ่ายความมั่นคงให้ช่วยดูแลเรื่องการลักลอบนำเข้าด้วย

สำหรับมาตรการอื่นๆ กรมการค้าภายในจะไปหารือกับผู้ผลิตเอทานอลเพื่อนำมันสำปะหลังไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์ และผู้ผลิตอาหารสัตว์ในประเทศ เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการขายผลผลิตให้แก่เกษตรกร เพราะหากสามารถขายในประเทศได้ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว


ประกาศราคาแนะนำ ใครเบี้ยวมีโทษหนัก

จากนั้น วันที่ 18 ม.ค. 2564 ได้มีการนัดประชุมกันอีกครั้ง มี 3 สมาคมการค้ามันสำปะหลัง ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมหารือ ที่กระทรวงพาณิชย์

การหารือได้ข้อสรุปว่า จะมีการประกาศราคาแนะนำสำหรับการส่งออก โดยจะต้องขายไม่ต่ำกว่าตันละ 250 เหรียญสหรัฐ หากทอนมาเป็นราคามันสำปะหลังสด ที่เชื้อแป้ง 25% จะอยู่ที่ราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัม (กก.) ละ 2.40 บาท และจะมีการปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดทีละ 5 สตางค์ เป็น 2.45 บาทต่อ กก. 2.50 บาทต่อ กก. และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรมตามกลไกตลาด เพราะขณะนี้ราคาหัวมันสดในประเทศยังไม่สะท้อนราคาตลาดโลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น

นายกีรติกล่าวว่า บทสรุปในครั้งนี้ หากสมาชิกของทั้ง 3 สมาคมไม่ให้ความร่วมมือ แต่ละสมาคมจะพิจารณาใช้มาตรการต่างๆ กับสมาชิกรายดังกล่าว เช่น อาจจะขับออกจากการเป็นสมาชิก และจะทำให้ผู้ส่งออกรายนั้นๆ พ้นสภาพการเป็นผู้ส่งออกตามกฎหมายโดยปริยาย ถือเป็นการใช้มาตรการหนักเพื่อป้องกันปัญหาการขายตัดราคา และสร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกรที่จะขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น

ราคามันเส้นขยับขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจุบันราคาส่งออกมันเส้นอยู่ที่ตันละ 260-270 เหรียญสหรัฐ บางช่วงขยับขึ้นไปถึงตันละ 280 เหรียญสหรัฐ และยังมีแนวโน้มที่จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เพราะจีนมีความต้องการมันเส้นเพื่อไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์สูงมาก โดยราคาแอลกอฮอล์ในจีนได้ขยับเพิ่มสูงขึ้นเป็นตันละ 7,250 หยวนต่อตัน จูงใจให้โรงงานเพิ่มกำลังการผลิต จึงมีความต้องการมันเส้นเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพิ่มขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น ราคาข้าวโพดในจีน ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนมันสำปะหลังที่สำคัญได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ปัจจุบันราคาข้าวโพดจีน ณ มณฑลซานตงเฉลี่ยอยู่ที่ 3,080 หยวนต่อตัน เพิ่มขึ้น 69.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 1,817 หยวนต่อตัน ทำให้มีความต้องการมันสำปะหลังเพื่อนำไปใช้ผลิตเป็นอาหารสัตว์ทดแทนข้าวโพดเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ราคาหัวมันสดในประเทศขยับขึ้นตาม

ล่าสุด หลังจากที่กรมการค้าต่างประเทศได้ร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลังทำการประกาศราคาแนะนำส่งออก และราคาแนะนำซื้อหัวมันสำปะหลังสด ที่เริ่มต้นจาก กก.ละ 2.40 บาท ปัจจุบันราคา ณ วันที่ 9 ก.พ. 2564 ได้ขยับขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ กก.ละ 2.40-2.55 บาทแล้ว และมีการประเมินว่าราคาน่าจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้อีก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการของตลาดจีนที่เพิ่มสูงขึ้น


คาดจีนซื้อเพิ่มขึ้นหลังตรุษจีน

นายกีรติกล่าวว่า การส่งออกยังคงขยายตัวได้ดี และคาดว่าตลาดจีนจะมีความต้องการซื้อสินค้ามันเส้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากราคาข้าวโพดจีนยังอยู่ในระดับสูงและอยู่ในช่วงขาขึ้น ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาผลผลิตมันสำปะหลังของไทยได้ออกสู่ตลาดไปเป็นจำนวนมากแล้ว จึงขอแนะนำผู้ส่งออกให้เร่งเก็บสต๊อกมันเส้นรองรับความต้องการซื้อของจีนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

สาเหตุที่ทำให้จีนต้องการนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีความต้องการมันเส้นไปใช้ในการผลิตแอลกอฮอล์ โดยโรงงานผลิตแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลังในพื้นที่ภาคกลางของจีนแถบมณฑลหูเป่ย์ได้ทยอยเปิดดำเนินการผลิตแล้ว เพราะราคาแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลังที่อยู่ในระดับ 7,250 หยวนต่อตันจูงใจให้โรงงานเพิ่มกำลังการผลิต และราคาข้าวโพดจีน ซึ่งเป็นสินค้าทดแทนมันสำปะหลังที่สำคัญได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายงานมาว่าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของจีนตอนล่างในพื้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และมณฑลฝูเจี้ยน ได้ปรับสูตรอาหารสัตว์ของตนเพื่อใช้มันสำปะหลังทดแทนข้าวโพดที่มีราคาสูงมากในขณะนี้ โดยได้แสดงความต้องการนำเข้ามันเส้นของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“จุรินทร์” ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ราคามันสำปะหลังสดจะดีขึ้น แต่นายจุรินทร์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี และ จ.หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา เพื่อไปติดตามสถานการณ์ราคามันสำปะหลัง หลังจากที่ได้มีการทำบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมที่เกี่ยวกับมันสำปะหลัง ในการยกระดับราคาส่งออกมันเส้น และราคารับซื้อหัวมันสำปะหลังสดในประเทศ

ทั้งนี้ นายจุรินทร์ได้ย้ำว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดที่มีมันสำปะหลังติดตามสถานการณ์การซื้อขายมันสำปะหลัง และตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด โดยต้องควบคุมการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อให้ชัดเจนเพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบและต้องบังคับใช้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศติดตามดูแลการส่งออก และเข้มงวดดูแลมันสำปะหลังที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐาน

เอาจริง! สั่งพักทะเบียนผู้นำเข้า

นายกีรติกล่าวว่า หลังจากได้รับนโยบายจากนายจุรินทร์ กรมฯ ได้ติดตามดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด โดยได้พักทะเบียนผู้นำเข้ามันสำปะหลังที่ตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้ามันสำปะหลังที่นำเข้าไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน มีความชื้นและสิ่งเจือปนสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด 3 ราย และพักการใช้งานระบบนำเข้ามันสำปะหลัง 10 ราย เนื่องจากผู้นำเข้าแจ้งข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมาตรการดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาการนำเข้ามันสำปะหลังที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานและราคาต่ำได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังในประเทศปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ย้ำผู้ส่งออกตอนนี้ตลาดเป็นของผู้ขาย

นายกีรติย้ำว่า สถานการณ์ตอนนี้ตลาดเป็นของผู้ขาย หากผู้นำเข้ามันเส้นรายใหญ่ในจีนกดราคารับซื้อ ผู้ส่งออกไทยก็ไม่ต้องกังวล หรือไปปรับลดราคาตามที่ถูกกดราคา เพราะอย่างที่บอก ตอนนี้ในจีนต้องการมันเส้นไปผลิตเป็นแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น และมีหลายๆ มณฑลที่ต้องการซื้อมันเส้นจากไทย และยังมีผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่ต้องการซื้อมันเส้นไปผลิตเป็นอาหารสัตว์ทดแทนข้าวโพดที่มีราคาสูงขึ้น จึงไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีตลาดส่งออก

“หากผู้ส่งออกมันเส้นรายใดต้องการคำแนะนำในการขยายตลาดไปยังมณฑลใหม่ๆ สามารถติดต่อไปยังสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศที่กระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาคจีนได้โดยตรง” นายกีรติกล่าว

จากสถานการณ์มันสำปะหลัง ณ ปัจจุบันถือเป็นขาขึ้นเต็มตัว แต่จะเป็นขาขึ้นได้ยาวนานแค่ไหนอยู่ที่ผู้ส่งออกจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ต้องมุ่งมั่นในการกำหนดราคาให้เหมาะสม มุ่งมั่นในการควบคุมคุณภาพมาตรฐาน มุ่งมั่นที่จะไม่ขายตัดราคา เพราะการกระทำดังกล่าวไม่เกิดผลดีใดๆ ต่ออุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย และถึงเวลาแล้วที่ไทยในฐานะประเทศผู้ผลิต และส่งออกมันสำปะหลังเบอร์ 1 จะต้องเป็นผู้คุมเกมการค้า การตลาดมันสำปะหลังของโลกให้ได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...