xs
xsm
sm
md
lg

ดันไทยมหานครผลไม้โลก “พาณิชย์” ลุยจัดกิจกรรมโปรโมต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตผลไม้เมืองร้อนรายสำคัญของโลก มีผลไม้นานาชนิดให้เลือกบริโภค และหลายๆ ชนิดสามารถส่งออกเป็นอันดับหนึ่งในตลาดโลกได้ อย่างเช่น ทุเรียน มังคุด ก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงผลไม้ของไทยเป็นที่รู้จัก และเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้น

ปีนี้ เดิมมีการประเมินกันว่าผลไม้ไทยจะมีปัญหาราคาตกต่ำ เพราะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผลผลิตผลไม้ไทยกำลังออกสู่ตลาดพอดี แต่กรมการค้าภายในได้มีการวางแผนและมาตรการรับมือไว้ล่วงหน้า ทำให้สถานการณ์ราคาผลไม้ไม่มีปัญหา และราคาดีขึ้นต่อเนื่องทุกตัว

โดยมาตรการดูแลราคาผลไม้ มีทั้งการเชื่อมโยงตลาด การขายออนไลน์ การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การขยายตลาดต่างประเทศ และการส่งเสริมการบริโภคในประเทศ ได้ส่งผลให้ราคาผลไม้ภาคตะวันออกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่น ทุเรียน ปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ กก.ละ 138 บาท (มี.ค. 2563) สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ กก.ละ 121 บาท มังคุด กก.ละ 83 บาท (มี.ค.-พ.ค. 2563) สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ กก.ละ 52 บาท เงาะ ต้นฤดู กก.ละ 29 บาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ กก.ละ 25 บาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากผลไม้ภาคตะวันออกออกสู่ตลาดหมดแล้ว ก็เป็นคิวของผลไม้ภาคใต้ที่ออกสู่ตลาดตามมา โดยมาตรการดูแลราคาผลไม้ กรมการค้าภายในได้ใช้มาตรการอย่างเดียวกัน แต่ได้เพิ่มความเข้มข้นเพื่อรองรับผลผลิตผลไม้ที่ออกสู่ตลาดช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2563 ทั้งมังคุด ทุเรียน เงาะ และลองกอง รวมถึงผลไม้จากภาคเหนือ ได้แก่ ลำไย

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมฯ ได้จัดทำแผนรับมือผลผลิตผลไม้ในภาคตะวันออกที่ออกสู่ตลาดจนประสบความสำเร็จ ตอนนี้เป็นคิวของภาคใต้ และภาคเหนือ ซึ่งได้มีการทำแผนรับมือไว้แล้วเช่นเดียวกัน โดยได้เร่งระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทางโดยเร็ว ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างห้างสรรพสินค้า ผู้ผลิต โรงงานแปรรูป ที่ได้ทำการเชื่อมโยงการซื้อขาย การเร่งระบายด้วยการประสานสายการบินให้โหลดขึ้นเครื่องได้ การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ ไปจนถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการบริโภค

ทั้งนี้ ล่าสุดกรมฯ ได้ร่วมมือกับศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดเทศกาลอาหารถิ่น ผลไม้ไทยใจกลางเมือง Fruits in the city : The Locol To Town วันที่ 18-22 ก.ย. 2563 โดยนำอาหารท้องถิ่นจากทั่วประเทศ และผลไม้สดจากเกษตรกรส่งตรงถึงผู้บริโภคในกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผลไม้ เป็นการคัดผลไม้เกรดดี มีคุณภาพ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลไม้ไทยดีที่สุดในโลก และเหมาะสมที่ไทยจะเป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนของโลก

นอกจากนี้ ยังมีผลไม้ขึ้นชื่อจากจังหวัดต่างๆ และผลไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากแหล่งผลิตมาจำหน่ายด้วย เช่น ทุเรียนป่าละอู, เงาะโรงเรียน, เมลอนสายพันธุ์ญี่ปุ่นจากพระนครศรีอยุธยา, แตงโมกินรี สกลนคร, มะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์วิถีไทย ราชบุรี, ชมพู่เมืองเพชร, ทุเรียนหมอนทอง, ทุเรียนก้านยาว, มังคุดออร์แกนิก, ลองกองตันหยงมัส, ส้มโอทับทิมสยาม นครศรีธรรมราช, สับปะรดภูเก็ต, กล้วยหินบันนังสตา รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นพิซซาหน้าทุเรียน, ไอศกรีมทุเรียน, เค้กทุเรียน, น้ำผลไม้นานาชนิด, ข้าวเหนียวมะม่วง ของดีเมืองนนท์ที่ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากจังหวัดเชียงราย, น้ำกะทิจากมะพร้าว 3 น้ำ เมืองแม่กลอง, มะม่วงน้ำดอกไม้จากอุทัยธานี, มะม่วงน้ำปลาหวานคัดมะม่วงแก้วขมิ้น รสหวานอมเปรี้ยว และไอศกรีมกะทิ เป็นต้น

นายวิชัยกล่าวว่า กรมฯ ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมและผลักดันการจำหน่ายผลไม้ของไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคผลไม้ไทยเพิ่มขึ้น และทำให้คนไทยรับรู้ว่าผลไม้ไทยดีที่สุดในโลก และประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวไปเป็นมหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก และหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ก็จะเร่งโปรโมตให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก และบอกปากต่อปากต่อไป ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้ผลไม้ไทยเป็นที่ต้องการ ไม่เพียงแต่ตลาดในประเทศ และยังจะมีโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นด้วย

“ตอนนี้นโยบายกำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่าจะผลักดันให้ไทยเป็นมหานครผลไม้เมืองร้อนของโลก แผนงานต่างๆ จะมุ่งการส่งเสริม ผลักดัน และสร้างการรับรู้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคผลไม้ไทย ทั้งการบริโภคในประเทศ และการส่งออกต่างประเทศ เพราะหากผลักดันให้ผลไม้ไทยขายได้เพิ่มขึ้น ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก และทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศขยายตัวได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย” นายวิชัยกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...