xs
xsm
sm
md
lg

ส.อ.ท.-ซีพีหารือแก้ไข ศก.ไทยพ้นวิกฤตโควิด-19 หนุนรัฐกู้เงินอัดฉีดเพิ่ม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ส.อ.ท.หารือร่วมเจ้าสัวซีพีถกประเด็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เห็นพ้องไทยต้องกู้เงินเพิ่มเติมอย่างต่ำอีก 1 ล้านล้านบาทเพื่อเร่งอัดฉีดเศรษฐกิจในประเทศให้ฟื้นจากโควิด-19 ในช่วง 3-4 ปีนี้ มั่นใจไปได้แน่

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ตน พร้อมด้วย นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส ส.อ.ท. นายเกรียงไกร เธียรนุกุล นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา นายชาติชาย พานิชชีวะ รองประธาน ส.อ.ท. และ พญ.อัมพร จิตะพันธ์กุล เลขาธิการ ส.อ.ท. ได้รับคำเชิญจาก นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ให้ร่วมปรึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 โดยมี นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ซึ่งได้หยิบยกประเด็นการสนับสนุนให้ภาครัฐกู้เงินเพิ่มในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“การหารือประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือการหยิบยกการกู้เงินเพิ่มเพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีความจำเป็น ซึ่ง เป็นความเห็นในทิศทางเดียวกันที่ต้องการให้เศรษฐกิจประเทศขับเคลื่อนไปได้ในเวลานี้” นายสุพันธุ์กล่าว

ทั้งนี้ ส.อ.ท.เห็นว่าข้อเสนอที่จะให้รัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยนั้นมีความจำเป็นอย่างมากในเวลานี้ที่ไทยควรกู้เงินเพิ่มอย่างต่ำ 1 ล้านล้านบาทหรือมากกว่านั้น เพราะขณะนี้ไทยยังมีเครดิตที่ดีจากทั่วโลก การเงินแข็งแกร่ง ประกอบกับปัจจุบันดอกเบี้ยราคาถูกแค่ 0.5% หากรีบออกบอนด์ออกมาเวลานี้อย่างที่บริษัทขนาดใหญ่ทำ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แล้วให้ผลตอบแทนประมาณ 2-3% มั่นใจว่าใช้เวลาไม่นานขายบอนด์หมดแน่นอน หรืออาจใช้รูปแบบการตั้งกองทุนอสังหาฯ เพื่อลงทุนในกิจการต่างๆ ของรัฐ

“หากไทยกู้เงินมาตุนไว้ในระดับ 1 ล้านล้านบาทขึ้นไปมั่นใจว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วง 3-4 ปีต่อจากนี้ไม่มีปัญหา โดยรัฐบาลอาจนำเงินจำนวนนี้อัดฉีดเข้าระบบผ่านโครงการต่างๆ ใช้โมเดลแบบจีน เมื่ออัดเงินแล้ว หน่วยงานอย่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อาจผ่อนเกณฑ์ แต่กรอบใหญ่คือต้องมีการลงโทษหากพบว่ามีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น เพื่อเร่งฟื้นกำลังซื้อในประเทศโดยเร็ว” นายสุพันธุ์กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...