xs
xsm
sm
md
lg

ก.พลังงานจ่อยื่นรัฐมนตรีคนใหม่เคาะแนวทางปรับแผนพลังงาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงพลังงานรอรัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงานคนใหม่เคาะปรับแผนพลังงานทั้ง 5 แผน โดยเฉพาะ PDP ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ให้สอดรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปหลัง “สศช.” แนะนำให้ดำเนินการเหตุโควิด-19 ทำการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนไป แผนต้องปรับให้สอดรับเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและตลาดซื้อขายไฟเอกชนเริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การปรับแผนพลังงาน 5 แผน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 หรือ PDP-2018Rev.1 แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2018) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2018) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) คงจะต้องรอนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่มาตัดสินใจในรายละเอียดการดำเนินงานทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทั้ง 5 แผนดังกล่าวทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งเป็นแผนระดับ 3 ของกระทรวงพลังงานที่เป็นแผนพลังงานของประเทศระยะยาว อย่างไรก็ตาม สศช.ได้มีความเห็นว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการจัดทำแผนพลังงานอ้างอิงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวเพื่อประเมินความต้องการใช้ แต่ขณะนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงเสนอแนะให้ปรับแผนให้สอดรับกับผลกระทบดังกล่าวเพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองไฟฟ้าที่สูงขึ้นโดยให้ดำเนินการและนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ต่อไป ซึ่งคาดว่าเร็วสุดจะไม่เกินสิ้นปีนี้

“ยอมรับว่าคงจะต้องมาทบทวนความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ที่จัดทำแผนโดยเฉพาะ PDP ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ยังไม่มีผลกระทบโควิด-19 ส่วนรายละเอียดจะปรับอย่างไรคงอยู่ที่นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากเนื่องจากตามแผน PDP ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 กำหนดรับซื้อไว้ทั้งหมดในแผน 1,900 เมกะวัตต์ ซึ่งระยะสั้นปี 2563-65 จะรับซื้อ 700 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นควิกวิน 100 เมกะวัตต์ โครงการทั่วไป 600 เมกะวัตต์ว่าจะมีการปรับรายละเอียดหรือไม่อย่างไร” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ สศช.ได้เสนอแนะให้กระทรวงพลังงานปรับปรุงแผนพลังงานให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปแล้วยังควรคำนึงถึงทิศทางตลาดพลังงานไฟฟ้าของประเทศที่มีแนวโน้มที่เอกชนหรือผู้ใช้พลังงานจะผลิตไฟฟ้าเพื่อขายกันเองและใช้กันเองมากขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับปรุงระเบียบต่างๆ ให้เอื้อและรองรับกับทิศทางตลาดที่มีการแข่งขันมากขึ้น และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อลดความเสี่ยงความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้สะสมพลังงานไว้ใช้ในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนผลิตไม่ได้และลดการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Prosumer) และการซื้อขายไฟฟ้ากันเอง (Peer to Peer)

แหล่งข่าวกล่าวว่า สศช.ได้เสนอความเห็นถึงการปรับแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกพ.ศ. 2561-80 (AEDP-2018) ที่ควรจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อการวางแผนการเพาะปลูกพืชที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานในปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนการผลิตพลังงานของประเทศ รวมถึงให้ประสานกับกระทรวงมหาดไทยในการจัดการขยะที่นำมาผลิตพลังงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นการนำขยะมาเพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนด้วย เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...