xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิรัตน์” ฝากผลงาน 1 ปีไว้เพียบ ส่งไม้ต่อโรงไฟฟ้าชุมชนให้คนใหม่ชี้ชะตา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"สนธิรัตน์" อำลาราชการและผู้บริหารสังกัดกระทรวงพลังงาน กางผลงาน 1 ปีมีเพียบ ทั้งมาตรการลดค่าครองชีพ ปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น หวังโครงการดีจะถูกสานต่อ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าชุมชน การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 23 การรื้อเกณฑ์โซลาร์ภาคประชาชน ปรับโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อความเป็นธรรม ฯลฯ

วันนี้ (17 ก.ค.) เวลาประมาณ 09.30 น. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน เนื่องในโอกาสอำลาตำแหน่งหลังได้ยื่นหนังสือลาออกจาก รมว.พลังงานเมื่อ 16 ก.ค. โดยมีข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารจากรัฐวิสาหกิจในสังกัดเข้าร่วมจากนั้นได้แถลงผลงานที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาครบ 1 ปีต่อสื่อมวลชน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงผลงานพร้อมกับเปิดตัวหนังสือ Energy For ALL ว่า ขณะนี้มีนโยบายและโครงการหลายอย่างที่ได้ดำเนินการไว้แล้ว อะไรที่คิดว่าดีก็อยากให้รัฐมนตรีใหม่สานต่อ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของรัฐมนตรีท่านใหม่ในเชิงบริหาร ซึ่งตนได้วางทุกอย่างไว้บนโต๊ะให้แล้ว ส่วนกรณีใครจะเข้ามาแทนเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งนายกฯ เข้าใจบทบาทกระทรวงพลังงานเป็นอย่างดี

ส่วนกรณีที่ถามว่ามีกระแสข่าวถึงตัวบุคคลมารับตำแหน่ง รมว.พลังงาน ทั้ง นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั้นก็ไม่ขอออกความคิดเห็น แต่ในฐานะที่ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีฯ มาครบ 1 ปีเห็นว่าขอให้เป็นบุคคลที่เป็น “นักบริหาร” ก็จะสามาถทำงานได้ เพราะมีข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถช่วยแนะข้อมูลให้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ว่างเว้นงานทางการเมืองก็จะขอพักผ่อนก่อน และอาจจะกลับมาทำบทบาทหน้าที่เดิมเพื่อชุมชนในมูลนิธิสัมมาชีพต่อไป ส่วนจะกลับเข้าเล่นการเมืองหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังมองไม่เห็นโอกาส เพราะตนยังไม่มีตำแหน่งทางการเมือง

"กระทรวงพลังงานได้เปิดไปสู่พี่น้องประชาชนมากขึ้น จากเดิมที่ค่อนข้างเป็นเชิงเทคนิค โดยปรับเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจเพื่อปากท้องพี่น้องประชาชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อตอบโจทย์พลังงานเพื่อทุกคน (Energy For All) และการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการดูแลค่าพลังงานต่างๆ เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนโดยเฉพาะช่วงโควิด-19 รวมมูลค่า 40,500 ล้านบาท โรงไฟฟ้าชุมชนหากเกิดการลงทุนจะมีมูลค่าราว 48,000 ล้านบาท สร้างความเป็นธรรมด้านพลังงานด้วยการปรับราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 50 สตางค์ต่อลิตร คิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาทต่อเดือน ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสวนปาล์มด้วย B10 เป็นต้น" นายสนธิรัตน์กล่าว


สำหรับโครงการที่ได้วางไว้หลักๆ ที่ตนมุ่งเน้นผลักดัน คือ โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นหัวใจที่แท้จริงให้อยู่ที่ชุมชนปลูกพืชพลังงานมีรายได้มั่นคง ไม่ใช่อยู่ที่เอกชน พื้นที่ที่ควรได้ก่อนคืออยู่ปลายสายส่งไม่มีความมั่นคงด้านพลังงาน หรือพื้นที่เกษตรกรยากจนปลูกอะไรไม่ได้ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะเป็นผู้ชี้เป้าในมิติของการแก้ไขหนี้สินพี่น้องเกษตรกร หมายถึงการยึดหลักเกิดโรงไฟฟ้าชุมชน จากส่วนนี้ก็จะช่วยให้แก้หนี้เกษตรกรได้ และอีกขาหนึ่งได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจพอเพียง

"โครงการนี้หากยึดเงินเป็นตัวตั้งจะไม่จบสิ้นและเกิดความโลภระหว่างผู้ประกอบการกับชุมชนจะไม่ใช่ปรัชญาที่แท้จริง ดังนั้น โครงการนี้มี IRR ไม่ถึง 10% หลายคนบอกไม่อยากทำ หลายคนอยากทำเอาสัญญาไปขายต่อหรือเปล่า จึงฝากปลัดกระทรวงพลังงานให้ดูด้วย โดยในส่วนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 4 แห่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้เดินหน้าไปแล้ว" นายสนธิรัตน์กล่าว

นอกจากนี้ การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 23 เดิมได้เตรียมที่จะลงนามประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้ามาเสนอการแข่งขันประมูลในสัปดาห์หน้า แต่เมื่อไม่ได้อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวแล้วก็คงจะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีคนใหม่ ขณะเดียวกันยังต้องการเห็นการทำเรื่องของโซลาร์ภาคประชาชนซึ่งได้ทำงานร่วมกับองค์กรภาคเอกชน (เอ็นจีโอ) ที่เตรียมจะตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อศึกษาภายใน 60 วันเพื่อทำลายปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดของโซลาร์ภาคประชาชน เช่น หลังคาบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจะติดตั้งได้ต้องให้วุฒิวิศวกรเซ็นอนุญาต แค่เรื่องเดียวก็ยากแล้ว เป็นต้น ซึ่งหากทำได้อยากเห็น 50 เมกะวัตต์ภายในปีนี้ รวมไปถึงการปรับโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อความเป็นธรรมในส่วนอื่นๆ เช่น ราคาก๊าซ

"กรณีเชฟรอน เราเองก็สามารถบรรลุการเจรจากรณีที่อาจนำไปสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเรื่องการรื้อถอนแท่น ก็ถือว่าได้ข้อยุติดังกล่าวที่จะนำไปสู่ข้อยุติร่วมกันได้ และด้านปิโตรเลียมอีกงานที่น่าเสียดายที่เจอโควิด-19 คือการเจรจาพื้นที่ปิโตรเลียมทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไม่เช่นนั้นคงคืบหน้าไปพอสมควร" นายสนธิรัตน์กล่าว

ขณะเดียวกัน ในส่วนของกองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ได้เข้ามาดูแลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โครงการต่างๆ ที่เข้ามายื่นสามารถตรวจสอบได้ไม่ใช่เค้กให้ใครมาแบ่งหากมีปัญหาสังคมจะจับจ้องเองและจะ Blacklist นอกจากนี้ การยกระดับราคาปาล์มได้ผลักดันให้เกิดการนำระบบบล็อกเชนมาซื้อขายเพื่อดูแลให้เกิดความเป็นธรรมที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทดลองอยู่ เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...