xs
xsm
sm
md
lg

รถไฟทางคู่ “มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ” สร้างเร็วกว่าแผน ยันเสร็จปี 65 ตามกำหนด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระคืบหน้า 41.42% เร็วกว่าแผน 1.19% คาดแล้วเสร็จเปิดบริการปี 65 ตามกำหนด

นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 29,968.62 ล้านบาท ว่า ผลงาน เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ภาพรวมของการก่อสร้างมีความคืบหน้า 41.42% เร็วกว่าแผน 1.19% (แผนงานกำหนดไว้ 40.23%) โดยการรถไฟฯ ได้ว่าจ้างบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-อาร์ที เป็นผู้รับจ้างดำเนินงาน

สำหรับการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 3 สัญญา คือ สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา-คลองขนานจิตร งบประมาณก่อสร้าง 7,560,000,000 บาท ระยะเวลาก่อสร้าง 48 เดือน แผนงานกำหนดไว้ 56.71% ความคืบหน้าผลงาน 59.35% เร็วกว่าแผน 2.64%

สัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติจาก ครม. ส่วนสัญญาที่ 3 งานอุโมงค์รถไฟ งบประมาณก่อสร้าง 9,290,000,000 บาท ระยะเวลาก่อสร้าง 42 เดือน แผนงานกำหนดไว้ 33.598% ความคืบหน้าผลงาน 31.969% ล่าช้ากว่าแผน 1.629%

อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ได้เร่งดำเนินการก่อสร้างเพื่อให้แล้วเสร็จตามแผนงาน และพร้อมเปิดให้บริการในปี 2565

ดังนั้น หากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว ทำให้มีความปลอดภัยในการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้าเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มความรวดเร็วและความตรงต่อเวลาในการเดินขบวนรถไฟได้อีกด้วย อีกทั้งประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในภาคการขนส่งของประเทศ ลดปัญหามลพิษที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

การรถไฟฯ มีโครงการที่จะพัฒนาทางคู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมพื้นฐานอื่นๆ เน้นการบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า ทั้งในพื้นที่ชนบท เมือง และระหว่างประเทศเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟโดยใช้แนวทางการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass) หรือทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) ช่วยเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถไฟ สามารถแก้ไขปัญหาจราจรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และที่สำคัญจะเป็นการลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ








กำลังโหลดความคิดเห็น...