xs
xsm
sm
md
lg

PTTGC ชี้ Q2/63 ออกหุ้นกู้ 1.5 หมื่นล้าน-สรุป “ปิโตรฯ ที่สหรัฐฯ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



PTTGC เตรียมออกหุ้นกู้ราว 1.5 หมื่นล้านบาท หรือ 500 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 2 นี้ พร้อมประกาศตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) โครงการปิโตรเคมี คอมเพล็กซ์ที่สหรัฐฯ


นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/2563 บริษัทจะออกหุ้นกู้วงเงิน 15,000 ล้านบาท หรือ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทแล้ว เนื่องจากช่วงนี้ภาวะดอกเบี้ยขาลงจึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดี โดยวงเงินหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำมาใช้ลงทุนปิโตรเคมีในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพิ่มเติมจากที่ลงทุนไปแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทมีเงินสดอยู่ราว 4-5 หมื่นล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่สหรัฐอเมริกานั้น บริษัทจะตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ได้ภายในกลางปี 2563 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาแหล่งเงินกู้เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยต่ำสุด พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีความได้เปรียบเพราะที่ตั้งโรงงานอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ

โครงการดังกล่าวผลิตเอทิลีน 1.5 ล้านตันเพื่อนำไปผลิตเป็นโพลีเอทิลีน 1.5 ล้านตัน/ปี คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างและผลิตเชิงพาณิชย์ได้ใน 5 ปีหลังตัดสินใจลงทุน โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 50 ที่เหลือเป็นบริษัท Daelim Industrial Co.,Ltd. (DAELIM) จากเกาหลีใต้

นายคงกระพันกล่าวว่า ขณะนี้เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าไปควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจปิโตรเคมีทั้งต้นน้ำและปลายน้ำทั้งในไทยและต่างประเทศ หลังจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในวัฏจักรขาลงทำให้ราคาสินทรัพย์ต่ำลง โดยบริษัทจะเสนอซื้อโรงงานที่เหมาะสมโดยตรงจากเดิมผ่านการเสนอจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาจำนวน 2-3 ราย

จากการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยโรงงานหลายแห่งในจีนยังปิดทำการ ทำให้ราคาและมาร์จิ้นทั้งปิโตรเคมีและน้ำมันปรับลดลง ดังนั้น บริษัทจึงต้องบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุดพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยปีนี้บริษัทมีปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องจักรเต็มที่หลังจากปี 2562 ได้มีการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ไปแล้ว รวมทั้งมีโรงงานใหม่ที่จะเปิดดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์จำนวน 3 โรงในปีนี้ด้วย ส่งผลให้รายได้รวมในปีนี้เติบโตขึ้นกว่า 10% จากปี 2562


กำลังโหลดความคิดเห็น...