xs
xsm
sm
md
lg

แรงงานเริ่มถูกปลด! ส.อ.ท.รุดศึกษาผลกระทบรับมือปี 63

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ส.อ.ท.รุดศึกษาผลกระทบการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมรับปี 2563 หวังส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วนปรับตัวหลังสงครามการค้าพ่นพิษฉุดส่งออกปีนี้ติดลบ ทำให้ภาคแรงงานเริ่มได้รับผลกระทบ แถมเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่าน

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมปี 2562 และแนวโน้มปี 2563 เพื่อให้ทุกภาคส่วนนำข้อมูลไปปรับทิศทางการดำเนินงาน นโยบาย เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากขณะนี้มีสัญญาณของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นห่วงโซ่การผลิต (ซัปพลายเชน) ที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่หดตัว เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ฯลฯ ที่เริ่มทยอยปิดโรงงานและบางส่วนเริ่มให้พนักงานหยุดงานชั่วคราวเพื่อรอประเมินสถานการณ์คำสั่งซื้อบ้างแล้ว

ทั้งนี้ ภาคส่งออกของไทยคิดเป็นถึง 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งปี 2562 มีแนวโน้มชัดเจนว่าการส่งออกของไทยคาดการณ์ว่าจะติดลบประมาณ 2% ซึ่งมาจากผลกระทบหลักว่าด้วยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จึงทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ลดต่ำ ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับคู่แข่งทางการค้า เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการส่งออกของไทยและสะท้อนมายังภาคการผลิตที่มีคำสั่งซื้อลดต่ำลงและสะท้อนต่อไปยังการลดต้นทุนด้านแรงงานจากมาตรการขนาดเบาก่อน เช่น ลดกะเวลาทำงาน หยุดชั่วคราว ซึ่งหากส่งออกยังคงไม่มีปัจจัยใดๆ ดีขึ้นก็จะนำไปสู่การปิดโรงงานในที่สุด

“อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกจะได้รับผลกระทบมากสุดแต่จะมากน้อยต่างกันไป ดังนั้นภาพรวมการปิดโรงงานนั้นอาจจะมีบ้างแต่ไม่น่าจะเห็นมากในปี 2562 นี้ และสิ่งที่ต้องติดตามคือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะมีการเจรจานำไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่ รวมถึงผลกระทบกรณีอังกฤษออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ซึ่งหากไม่มีอะไรมากจะสะท้อนให้เห็นผลทางบวกในปี 2563” นายเกรียงไกรกล่าว


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญต่อการจ้างงานคือการขยายการลงทุนในประเทศที่ขณะนี้พบว่าการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบของไทยมีอัตราลดต่ำลงมากกว่าการส่งออก ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการไม่ลงทุนเพิ่มของภาคการผลิตจึงส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานใหม่ที่จะไม่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าหลายธุรกิจมีการปรับเครื่องจักรเพื่อทดแทนแรงงานคนเพื่อรองรับกับปัญหาแรงงานของไทยที่ยังคงขาดแคลนช่างฝีมือและทิศทางค่าแรงที่สูงขึ้น


นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า จากการปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2562 ใหม่อยู่ที่ 2 ล้านคัน ลดลง 1.5 แสนคัน จากเป้าหมายเดิมอยู่ที่ 2.15 ล้านคัน ต่ำกว่ายอดผลิตรถยนต์ปี 2561 ที่ผลิตได้ 2.16 ล้านคันยอมรับว่าจะมีผลกระทบต่อคำสั่งซื้อชิ้นส่วนรถยนต์ฯ ให้ลดลงตามไปด้วย แต่ส่วนหนึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เองก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการส่งออกที่ลดต่ำตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

“ยอมรับว่าตลาดโลกซบเซาจากผลกระทบของสงครามการค้าทำให้การบริโภคของตลาดรถยนต์โลกรวม 4 เดือนแรกปีนี้ลดลง 5.7% จึงทำให้เราได้รับผลกระทบทั้งส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนลดลงตามไปด้วย เราก็ยังหวังว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะหาข้อยุติสงครามการค้าในทิศทางที่ดีได้ในระยะต่อไป โดยในส่วนของผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศยังไม่มีแผนเลิกจ้างแต่อย่างใด โดยมีเพียงแต่เลิกการทำงานล่วงเวลาหรือโอทีเท่านั้น” นายสุรพงษ์กล่าว

นายพินัย ศิรินคร ประธานกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้คำสั่งซื้อชิ้นส่วนฯ ลดลง 5-10% ลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่การเกิดวิกฤตซับไพรม์เมื่อปี 2552 ซึ่งปัจจัยหลักมาจากคำสั่งซื้อและยอดขายในอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลงจากผลกระทบสงครามการค้า ซึ่งหากสงครามการค้าคลี่คลายลงก็มั่นใจว่าสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องจะดีขึ้น ก็จะช่วยประคองสถานการณ์ในช่วงนี้ไปได้
กำลังโหลดความคิดเห็น