xs
xsm
sm
md
lg

เปิดตัวแคมเปญสื่อสารประเทศไทยปี 60

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ”
ผู้จัดการรายวัน 360 - “ทีเส็บ” เผยผลทางเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากธุรกิจไมซ์ สร้างรายได้สูงถึง 2.2 แสนล้านบาท เปิดตัวแคมเปญสื่อสารประเทศไทยปี 2560 “THAILAND CONNECT Your Vibrant Journey to Business Success” ส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยสู่จุดหมายปลายทางเพื่อธุรกิจและการพักผ่อนของภูมิภาค ตั้งเป้าดึงนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 1,109,000 คน ทำรายได้ 101,000 ล้านบาท

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ” เปิดเผยว่า ธุรกิจไมซ์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโต โดยจากผลวิจัยในปีที่ผ่านมาพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายทั้งหมดในระบบเศรษฐกิจจากการดำเนินกิจกรรมของอุตสาหกรรมไมซ์คิดเป็นจำนวนถึง 2.2 แสนล้านบาท และยังส่งผลต่อการจ้างงานประมาณ 1.64 แสนอัตรา นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถจัดเก็บภาษีจากธุรกิจไมซ์ได้ 1.04 หมื่นล้านบาท และยังก่อให้เกิดประโยชน์เชิงปริมาณที่เกิดจากการสร้างเครือข่ายในการลงทุน การสร้างตราสินค้าและการแบ่งปันทักษะระหว่างอุตสาหกรรม จึงเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลบรรจุอยู่ในกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2579)

การส่งเสริมตลาดไมซ์ของไทยปี 2560 จึงต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลังเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อธุรกิจและการพักผ่อนของภูมิภาค ภายใต้แคมเปญ “THAILAND CONNECT Your Vibrant Journey to Business Success” ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากกลยุทธ์สื่อสารแบรนด์ในปี 2559-Thailand Connect Our Heart Your World

ภายใต้แบรนด์ ‘Thailand CONNECT Your Vibrant Journey to Business Success’ จะนำเสนอภาพรวมของสีสันการเดินทางสู่ความสำเร็จทางธุรกิจโดยยังคงความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยจุดเด่นของประเทศไทยทั้ง 3 ด้าน คือ จุดหมายปลายทาง (Destination) โอกาสทางธุรกิจ (Business) และบุคลากรมืออาชีพ (People)

จุดเด่นของประเทศไทยในด้านจุดหมายปลายทาง (Destination) เป็นการนำเสนอสีสันของจุดหมายปลายทางที่สร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบผ่าน 3 มิติ คือ 1. มิติทางด้านภูมิศาสตร์ - ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ในจุดรอยต่อของภูมิภาคเอเชีย เป็นศูนย์กลางอาเซียนและยังเป็นประตูเปิดสู่กลุ่มตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วดังเช่นประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายของการเดินทางที่มีความเหมาะสมมากที่สุดเพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการในรูปแบบ “Bleisure” หรือ การเดินทางทั้งด้าน “ธุรกิจ” และ “การพักผ่อน” ไปพร้อมๆ กันได้ ทำให้ทุกกิจกรรมเชิงธุรกิจประสบผลสำเร็จอย่างน่าจดจำ

2. ระบบลจิสติกส์ชั้นเลิศ - การขยายโครงข่ายสาธารณูปโภคของประเทศไทยทั้งในส่วนของระบบคมนาคมและการขนส่ง สร้างความสำเร็จให้แก่ผู้จัดงานด้วยโอกาสทางธุรกิจมากมาย 3. ความหลากหลาย เติมสีสันให้กับการเดินทางเพื่อธุรกิจ - จุดหมายปลายทางและสถานที่ที่หลากหลายของไทย สร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจให้กับกิจกรรมเชิงธุรกิจ

ด้านโอกาสทางธุรกิจ (Business) เป็นการนำเสนอความพร้อมของประเทศไทยที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติใน 3 ด้าน คือ 1. การสนับสนุนจากภาครัฐ - ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้รับการผลักดันด้วยนโยบายก้าวกระโดดของภาครัฐทั้งโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจ “ประเทศไทย 4.0” และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล โครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศเหล่านี้จะเป็นแรงผลักให้ผู้ที่เข้ามาจัดงานในประเทศไทยก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ

2. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและดิจิตอล - โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบดิจิตอลของประเทศไทยมีการพัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด 3. ศูนย์กลางของความร่วมมือ - ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ขององค์กรธุรกิจชั้นนำของโลก เช่น Google, Line, Alibaba, Honda, Ford, Chevron ฯลฯ

ด้านบุคลากรมืออาชีพ (People) เป็นการนำเสนอบุคลากรด้านไมซ์ของไทย มีทักษะความสามารถ มีความมุ่งมั่นและให้บริการดีเยี่ยมด้วยเสน่ห์แบบไทย และมีทัศนคติในการทำงานที่มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จพร้อมทั้ง 3 ด้าน คือ 1. การสนับสนุนที่นำไปสู่ความสำเร็จ - ข้อดีของการจัดกิจกรรมเชิงธุรกิจในประเทศไทยคือ การได้รับการต้อนรับอย่างดีเยี่ยม และการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่จากภาครัฐและประชาชน

2. การให้บริการที่เหนือกว่ามาตรฐาน - บุคลากรด้านไมซ์ของไทยเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น และทักษะความสามารถ และพร้อมที่จะสร้างความสำเร็จไปกับผู้จัดงานธุรกิจ 3 ความท้าทายใหม่จากเจ้าของธุรกิจเกิดใหม่ - กลุ่มธุรกิจ “สตาร์ทอัพ” ของประเทศไทย ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับธุรกิจและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

นางศุภวรรณกล่าวด้วยว่า “ทีเส็บ” ยังได้ใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพจัดงาน IT&CM Asia and CTW Asia-Pacific 2016 ซึ่งเป็นงานเทรดโชว์ด้านไมซ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดตัวแคมเปญสื่อสารประเทศไทยประจำปี 2560 “Thailand CONNECT Your Vibrant Journey to Business Success” สู่การรับรู้ของผู้ประกอบการไมซ์และสื่อมวลชนกว่า 2.8 พันคน จาก 60 ประเทศทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมงานระหว่างวันที่ 27-29 กันยายนที่ผ่านมา ณ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์

“ทีเส็บยังได้นำเสนอประเทศไทยผ่านไทยแลนด์พาวิเลียนที่บูทหมายเลข B1 ถือเป็นบูทนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในงาน ที่รวบรวมผู้ประกอบการไมซ์กว่า 63 ราย นำเสนอสินค้าและบริการทางด้านไมซ์ และเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ ทั้งยังมีการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้รับประสบการณ์สุดพิเศษผ่านกิจกรรมมากมาย เช่น พิธีกรหุ่นยนต์ยักษ์, การวาดระบายสีร่ม, โชว์ศิลปะมวยไทย และเพลิดเพลินกับความตื่นเต้นเร้าใจจากการสัมผัสมุมมองประเทศไทยผ่านภาพวิดีโอเสมือนจริง 360 องศา”

นอกจากนี้ยังสนับสนุนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการและงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด ภายใต้แนวคิด Siam Spice Night เพื่อเป็นเวทีในการสร้างเครือข่ายของกลุ่มผู้ซื้อ ผู้ขาย วิทยากร สื่อมวลชนจากกว่า 60 ประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น อินเดีย จีน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นต้น รวมทั้งยังสนับสนุนการเดินทาง ที่พัก และจัดกิจกรรมต้อนรับ City Tour ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กรุงเทพมหานคร และกิจกรรม Post Tour 2 เส้นทาง คือ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นการนำเสนอสถานที่การจัดงานและจังหวัดที่มีความพร้อมในการต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์แก่กลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานจำนวน 550 ราย

“ทีเส็บตั้งเป้ารายได้ที่เกิดจากการเจรจาธุรกิจในงานประมาณ 2.5 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยที่ไม่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดงานเพื่อธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดหมายในฝันของการเดินทางพักผ่อนเพื่อให้รางวัลแก่ตัวเองอย่างน่าประทับใจไม่รู้ลืมอีกด้วย”

อนึ่ง ในปีงบประมาณ 2560 “ทีเส็บ” ประมาณการว่า ประเทศไทยจะให้การต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ทั้งสิ้น 1.109 ล้านคน ทำรายได้ 1.01 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2559 ที่มีนักเดินทางไมซ์ 1.06 ล้านคน คิดเป็นรายได้ 9.2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการดึงเอาการจัดงานเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่อีกหลายงานเข้ามาจัดในประเทศ เช่น การประชุมทางด้านปิโตรเลียมนานาชาติ the 10th International Petroleum Technology Conference ด้วยจำนวนผู้ร่วมงาน 2.5 พันคน, งาน the 10th International Convention of Asia Scholars (ICAS) มีผู้ร่วมงาน 2 พันคน, งาน VIV Asia 2017 มีผู้ร่วมงาน 3 หมื่นคน และงาน Bangkok Entertainment Week ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากถึง 7 แสนคน



กำลังโหลดความคิดเห็น...