ลำพังความต้องการน้ำของจังหวัดจันทบุรี ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมก็มากอยู่แล้ว ที่นี่เกษตรกรปลูกไม้ผลหลากหลาย โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด เงาะ และสละ จนบรรจุในแผนพัฒนาของจังหวัดเป็นลำดับแรก
ดังนั้น น้ำก็ยังเป็นความต้องการของจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่จังหวัดนี้เคยประสบปัญหารุนแรงเมื่อปี 2535 สวนผลไม้ได้รับความเสียหายถึงขั้นแห้งเฉาตาย เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้น ความเสียหายจึงมาก และต้องใช้เวลาฟื้นฟูยาวนานกว่าพืชไร่หลายปี
น้ำจำนวนมากที่ไหลบ่าท่วมเมืองจันทบุรีในช่วงฤดูฝน ยังเป็นที่ต้องการของจังหวัดเพื่อนบ้านเรือนเคียงโดยเฉพาะจังหวัดระยองที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจคล้ายกับจันทบุรี แต่ที่มากกว่าคือภาคอุตสาหกรรม เพราะมีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์น ซีบอร์ด นอกเหนือจากสวนผลไม้ และแหล่งท่องเที่ยว
แผนของรัฐบาลนับแต่ปี 2535 คือ การพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำวังโตนด เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับในพื้นที่ และผันน้ำส่วนเกินไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง เพื่อผันต่อไปยังอ่างเก็บน้ำหนองใหญ่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการอุปโภคบริโภค
นายประพิศ จันทร์มา ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน กล่าวว่า ตามแผนการพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนดจะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำคลองประแกด อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว และอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
ทั้งนี้ กรมชลประทาน โดยกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางได้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองประแกดเป็นโครงการแรก โดยมีความจุกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ในปี 2561 ซึ่งจะมีพื้นที่รับประโยชน์ 46,000 ไร่ และยังมีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคสำหรับราษฎรด้วย
โครงการที่มีการศึกษาและออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างเนื่องจากเป็นพื้นที่ป่า ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ ความจุกว่า 68 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ความจุกว่า 80 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าน่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2560 โดยสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่จะรับผิดชอบก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ ส่วนกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง รับผิดชอบก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว กำหนดจุดที่ตั้งหัวงาน ตำบลขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี มีพื้นที่รับน้ำของอ่างเก็บน้ำ 118 ตารางกิโลเมตร ประมาณ 73,750 ไร่ ปริมาณน้ำเฉลี่ยไหลลงอ่างเฉลี่ยทั้งปี 90.30 ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ 80.70 ล้านลูกบาศก์เมตร
“ความจุอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยใกล้เคียงกัน พอถึงหน้าฝนก็สามารถรองรับน้ำที่ไหลลงอ่างได้เกือบทั้งหมด และจะเกิดประโยชน์อย่างมากในฤดูแล้ง ที่น้ำต้นทุนเหล่านี้ใช้ดูแลสวนผลไม้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ลุ่มน้ำ” นายประพิศกล่าว
ทั้งนี้ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว มีพื้นที่รับประโยชน์มากถึง 62,000 ไร่ในฤดูฝน และ 14,800 ไร่ในฤดูแล้ง ทั้งยังส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเดือนละ 420,000 ลูกบาศก์เมตร สำหรับ 1,600 ครัวเรือน
กรมชลประทานวางแผนก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว 6 ปี (พ.ศ. 2560-2565) เมื่อแล้วเสร็จก็จะเป็นกำลังสำคัญ 1 ใน 4 ทหารเสือที่จะบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองวังโตนด ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในฤดูน้ำหลาก ขณะเดียวกันยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้ง รวมทั้งการผันน้ำส่วนเกินไปช่วยพื้นที่จังหวัดระยองที่มีความต้องการน้ำมาก เป็นการบริหารจัดการน้ำแบบอ่างพ่วง อ่างพวง ภายในลุ่มน้ำด้วยกัน และระหว่างลุ่มน้ำ เพื่อให้อ่างเก็บน้ำสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดเต็มประสิทธิภาพ ท่ามกลางความยากลำบากในการพัฒนาโครงการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลางที่มีมากขึ้น


