xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” ช่วยสาวโรงงาน จับมือ ส.อ.ท. โรงงานอุตสาหกรรม ส่งร้านอาหารหนูณิชย์พาชิมขายอาหารถูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“พาณิชย์” จับมือ ส.อ.ท. โรงงานอุตสาหกรรม ช่วยแรงงานที่มีรายได้น้อยต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท ส่งร้านหนูณิชย์พาชิมขายอาหารปรุงสำเร็จราคาถูก ทั้งกินในที่ทำงานและซื้อกลับบ้าน พร้อมส่งธงฟ้าเสริมอีกทาง จับมือห้างทั่วประเทศขยายเวลาแคมเปญลดราคารับเปิดเทอมอีก 5 วัน หวังช่วยลดภาระให้ผู้ปกครอง คาดช่วยประหยัด 9 พันล้านบาท

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เรื่องโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศและค่าครองชีพ ว่า กรมฯ ได้เตรียมหาแนวทางในการดูแลและลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท หลังผลสำรวจของหอการค้าไทยพบว่าผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทเป็นกลุ่มที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย จนประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น จึงต้องเน้นการเพิ่มมาตรการดูแลค่าครองชีพให้แก่คนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น

ทั้งนี้ แนวทางในการดำเนินการ กรมฯ จะหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อจัดเมนูอาหารราคาประหยัดผ่านร้านอาหารหนูณิชย์พาชิม ซึ่งจะมีการจำหน่ายทั้งอาหารปรุงสำเร็จเพื่อบริโภคประจำวัน และอาหารปรุงสำเร็จบรรจุถุงเพื่อซื้อกลับไปบริโภคที่บ้าน โดยจะจำหน่ายในเมนูต่ำกว่า 35 บาท เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างและผู้มีรายได้ต่ำที่ประสบปัญหาค่าครองชีพ

ขณะเดียวกัน จะผลักดันให้มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการหนูณิชย์พาชิมให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งร้านค้าในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ และร้านค้าที่อยู่ในห้าง รวมทั้งจะใช้การจัดงานธงฟ้า เพื่อนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อยเพิ่มขึ้น

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงภัยแล้ง จากผลสำรวจพบว่าผักบางรายการมีการปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นตามกลไกตลาด แต่ไม่น่าห่วง เพราะมีผักหลากชนิดที่สามารถเลือกซื้อและทดแทนกันได้ ส่วนเนื้อสุกรก็มีการปรับราคาขึ้น เพราะลูกหมูโตช้า ผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง และผู้ประกอบการยังมีต้นทุนที่สูงขึ้นจากการหาแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเลี้ยง ส่วนไข่ไก่และไก่สดราคาทรงตัว โดยราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเฉลี่ยฟองละ 2.30 บาท และราคาขายปลีกเบอร์ 3 ฟองละ 3 บาท

“กรมฯ ได้สั่งการให้ค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศติดตามและตรวจสอบภาวะราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่สมเหตุสมผล และหากพบความผิดปกติก็จะหารือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา ส่วนประชาชน หากพบเห็นการฉวยโอกาสให้ร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน 1569”

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ จำนวน 15 ราย 13,500 สาขา ขยายเวลาโครงการ เทใจ..คืนสุข..ต้อนรับเปิดเทอม (Back to School) จากเดิมสิ้นสุด 10 พ.ค. 2559 เป็น 15 พ.ค. 2559 เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งอยู่ในช่วงวันหยุดยาว และพาบุตรหลานไปท่องเที่ยว จึงต้องขยายเวลาออกไปเพื่อลดภาระค่าครองชีพผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม โดยสินค้าที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนจะมีการลดราคาตั้งแต่ 20-80% และคาดว่าจะสามารถช่วยลดค่าครองชีพได้กว่า 9,000 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น