xs
xsm
sm
md
lg

[ชมคลิป] ฟื้น “ไบเล่” รุกสไตล์ “ตัน” เป้าปีแรก 600 ล้าน แชร์ 10-15%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ASTVผู้จัดการรายวัน - “ตัน” ลั่นกลองรบตลาดน้ำผลไม้ ทุ่มงบตลาด 200 ล้านบาทดัน “ไบเล่” เข้าตลาด พร้อมรบทุกรูปแบบในสไตล์ “อิชิตัน” หวังปลุกตลาดรวมน้ำผลไม้ให้คึกคัก เป้าหมายปีแรกยอดขาย 600 ล้านบาท แชร์ 10-15%



นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการผลักดันเครื่องดื่มแบรนด์ “ไบเล่” เข้าสู่ตลาดในประเทศไทยว่า บริษัทฯ จะใช้งบประมาณในปีแรกประมาณ 200 ล้านบาทในการทำตลาดเครื่องดื่มแบรนด์ “ไบเล่” ทุกรูปแบบเช่นเดียวกับการทำตลาดแบรนด์อื่นๆ ในเครือ โดยจะใช้แบรนด์ “ไบเล่” รุกตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้เป็นหลัก พร้อมตั้งเป้ายอดขายในช่วงปีแรก (เม.ย. 58-พ.ค. 59) 600 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งทางการตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้ 10-15% โดยลูกค้าเครื่องดื่ม “ไบเล่” ยังสามารถเข้าร่วมชิงโชคแคมเปญแจกเบนซ์ของ “อิชิตัน” ได้ด้วย

“การขยายธุรกิจของอิชิตันในการเข้าสู่ตลาดน้ำผลไม้ด้วยแบรนด์ไบเล่คือ การนำคุณค่าของแบรนด์ไบเล่ที่มีความผูกพันกับคนไทยที่รู้จักดีอยู่แล้วมาเป็นกลยุทธ์ในการเข้าตลาดซึ่งไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวกันมากนัก เพราะแบรนด์ไบเล่เป็นที่จดจำและได้รับการยอมรับอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเทรดิชันนัลเทรด และเมื่อนำมาปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สดใสและพรีเมียมขึ้น เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน น่าจะประสบความสำเร็จไม่ยาก เพราะเป็นแบรนด์ที่ขายกันทั่วโลกมีอายุนานเกือบ 100 ปีแล้ว” นายตันกล่าว

ทั้งนี้ “อิชิตัน กรุ๊ป” ได้ทำการซื้อสิทธิ์ขาดแบรนด์ “ไบเล่” มูลค่า 240 ล้านบาทกับเครื่องหมายการค้า “ไบเล่” ที่มีต้นกำเนิดจากแคลิฟอร์เนียมากกว่า 100 ปี โดยได้สิทธิ์ใน 16 ประเทศ คือ ไทย พม่า เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน อินเดีย บังกลาเทศ แคนาดา และสหรัฐอเมริกา เนื่องจากผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิมในไทยไม่ได้ดำเนินธุรกิจต่อเพราะทำมานานและมีอายุมากแล้ว จึงไม่ได้มีการลงทุนต่อและขายสิทธิ์ให้นายตันเมื่อประมาณปีเศษที่ผ่านมา

สำหรับตลาดน้ำผลไม้โดยรวมในไทยมีมูลค่าประมาณ 12,500 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปีมานาน โดยแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มอีโคโนมี และซูเปอร์อีโคโนมี มีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทของตลาด ขณะที่ตลาดกลุ่มพรีเมียมนั้นเติบโตดี โดย “ไบเล่” เข้ามาเล่นในกลุ่มอีโคโนมีและซูเปอร์อีโคโนมี และคาดหวังว่าการเข้ามาทำตลาดของ “ไบเล่” ที่มีงบตลาดมากและทำตลาดเชิงรุกจะช่วยทำให้ตลาดรวมเติบโตมากกว่า 10% ต่อปี

ทั้งนี้ กลุ่มอีโคโนมีและซูเปอร์อีโคโนมีมีผู้เล่นหลักคือ “พัลพิ มินิทเมท” มีส่วนแบ่งตลาด 26%, “ดีโด้” 17%, “กาโต” 14% ส่วนที่เหลือเป็นแบรนด์อื่นรวมกัน ซึ่งนายตันกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ไบเล่” จะต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดเครื่องดื่มผลไม้ 10-15% ในช่วงปีแรก และก้าวขึ้นติดท็อปไฟว์ในตลาดรวมให้ได้ โดยช่วงแรกจะมีผลิตภัณฑ์ 2 รสชาติ คือ น้ำส้ม กับน้ำองุ่น สูตรเข้มข้น 10% เป็นรสชาติดั้งเดิม ขนาด 290 มล. ขวดเพ็ท ราคา 13 บาท

“ในอนาคตมีแผนที่จะบุกเข้าตลาดทุกเซกเมนต์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสูตรเข้มข้น 25%, 50% และ 100% รวมทั้งยังจะมีแพกเกจจิ้งอย่างอื่นด้วย โดยปัจจุบันวางจำหน่ายแล้วในช่องทางหลักคือคอนวีเนียนสโตร์ และเทรดิชันนัลเทรด โดยมีดีเคเอสเอชเป็นผู้จัดจำหน่าย นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะทำตลาดส่งออกต่างประเทศโดยใช้เครือข่ายของอิชิตันและพันธมิตรที่ทำตลาดอยู่แล้ว โดยจะเน้นตลาดที่ใกล้ๆ ประเทศไทยก่อน” นายตันกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าในปี 2558 จะมีรายได้รวมประมาณ 7,500 ล้านบาท ขณะที่ปีที่แล้วมีรายได้รวม 6,180 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาคาดว่าจะสามารถทำได้เกินเป้าหมาย เนื่องจากสภาพอากาศร้อนที่เป็นใจให้ตลาดเครื่องดื่มเติบโต รวมทั้งการทำโปรโมชันของบริษัทฯ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี สังเกตจากไตรมาสแรกปีนี้เรายังคงต้องจ้างโรงงานอื่นผลิตให้อีกด้วย 2 โรงงาน ทั้งๆ ที่บริษัทฯ มีโรงงานผลิตเองอยู่แล้ว 6 ไลน์การผลิต มีกำลังผลิตวันละ 150,000 ลังต่อวัน หรือประมาณ 1,200 ล้านขวดต่อปี และเพิ่มได้ถึง 1,500 ล้านขวดต่อปี ในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเครือ “อิชิตัน” รวมกันจากโรงงานที่ลงทุนไปมากกว่า 8,000 ล้านบาท




กำลังโหลดความคิดเห็น