อาร์เอส ส่ง “คมสันต์” คุมธุรกิจหนังค่ายอาวอง คู่สกาย-ไฮ หวังลดปัญหา การทำงานชูแนวทางให้ผู้กำกับหนังนอกค่ายนำเสนอไอเดียได้ ยึดโมเดลเดียวกับค่ายหนังในฮอลลีวู้ด งัดแผนทำหนังปีนี้ 4-5 เรื่อง คาด รายได้ทะลุ 200 ล้านบาท
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2552 หลังจากที่บริษัทมีการปรับโครงสร้างภายในขึ้น ล่าสุด ในส่วนของธุรกิจภาพยนตร์ ภายใต้ค่ายอาวอง ปีนี้ได้มีการแต่งตั้งให้ นายคมสันต์ เชษฐโชติศักดิ์ ขึ้นมาดูแลค่ายดังกล่าวในตำแหน่งสูงสุด โดย นายคมสันต์ ยังคงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจภาพยนตร์ และยังดูแล สกาย-ไฮ ธุรกิจด้านคลื่นวิทยุควบคู่กันไปด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับโมเดลธุรกิจนี้ใหม่ด้วย ให้เหมือนสตูดิโอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ใน ฮอลลีวูด ที่เป็นการซื้อโปรเจกต์หนังจากผู้กำกับหลากหลายคน และมุ่งเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ พร้อมจัดทำชิ้นงานวิจัย สำรวจความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อการชมภาพยนตร์ ว่า ชื่นชอบภาพยนตร์แนวไหน สไตล์ใด เพื่อเป็นแนวทางให้บริษัท สามารถผลิตผลงานคุณภาพ ให้ตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่ายอาวองนั้น ที่ผ่านมา มี 3 ผู้บริหารที่ดูแลธุรกิจนี้ร่วมกันอยู่ คือ 1.นายพรชัย ว่องศรีอุดมพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการจัดจำหน่ายและบริหารสื่อ ณ โรงภาพยนตร์/สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) 2.นางจันทิมา เลียวศิริกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการการผลิต สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และ3.นายมณฑล อารยางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การตลาด สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)
โดยการผลิตภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่ผ่านมาของ อาวอง จะต้องผ่านการตัดสินใจร่วมจากทั้ง 3 คนนี้ ดังนั้น ทางอาร์เอสจึงได้แต่งตั้งให้ นายคมสันต์ ขึ้นมามีอำนาจการตัดสินใจสูงสุด เพื่อลดปัญหาต่างๆ เช่น การซ้ำซ้อนของการบริหารจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาในค่ายหนังอาวอง ยังไม่เคยมีตำแหน่งสูงสุดเข้ามาดูแลแต่อย่างไร โดยนายคมสันต์ซึ่งเป็นหลานของนายสุรชัยจะเป็นคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของอาวองในครั้งนี้
ล่าสุด ในส่วนของแผนการผลิตภาพยนตร์ในปีนี้ บริษัทเตรียมจะนำภาพยนตร์เข้าฉายในโรง 4-5 เรื่อง ซึ่งเป็นหนังที่บริษัทสร้างเองทั้งหมด ประกอบด้วย โปรแกรมแรกกับเรื่อง “โหดหน้าเหี่ยว” ที่จะเข้าฉายประมาณปลายเดือนมกราคม ตามมาด้วยเรื่อง “ ม.3 ปี 4” ซึ่งจะเข้าฉายประมาณเดือนมีนาคม 2552 , ภาพยนตร์เรื่อง “สุขใจ ” ที่จะเข้าฉายประมาณเดือนมิถุนายน และครึ่งปีหลังกับภาพยนตร์อีก 2-3 เรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด
“การปรับโครงสร้างธุรกิจภาพยนตร์ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนที่จะเติมเต็มโมเดลธุรกิจของอาร์เอสให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ หรือ The Entertainment Network ภายใต้นโยบายการบริหารสินทรัพย์ 360 องศารอบตัว และคาดว่าเมื่อจบปี 2552 นี้ ธุรกิจภาพยนตร์จะสามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท คิดเป็น 8% ของรายได้รวมบริษัท คิดเป็นอัตราเติบโต 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมรุกกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจรในปีหน้า ทั้งเรื่องของแคมเปญการตลาด โปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบใหม่ๆ ของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง” นายสุรชัย กล่าวในที่สุด
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2552 หลังจากที่บริษัทมีการปรับโครงสร้างภายในขึ้น ล่าสุด ในส่วนของธุรกิจภาพยนตร์ ภายใต้ค่ายอาวอง ปีนี้ได้มีการแต่งตั้งให้ นายคมสันต์ เชษฐโชติศักดิ์ ขึ้นมาดูแลค่ายดังกล่าวในตำแหน่งสูงสุด โดย นายคมสันต์ ยังคงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจภาพยนตร์ และยังดูแล สกาย-ไฮ ธุรกิจด้านคลื่นวิทยุควบคู่กันไปด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับโมเดลธุรกิจนี้ใหม่ด้วย ให้เหมือนสตูดิโอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ใน ฮอลลีวูด ที่เป็นการซื้อโปรเจกต์หนังจากผู้กำกับหลากหลายคน และมุ่งเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ พร้อมจัดทำชิ้นงานวิจัย สำรวจความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อการชมภาพยนตร์ ว่า ชื่นชอบภาพยนตร์แนวไหน สไตล์ใด เพื่อเป็นแนวทางให้บริษัท สามารถผลิตผลงานคุณภาพ ให้ตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของค่ายอาวองนั้น ที่ผ่านมา มี 3 ผู้บริหารที่ดูแลธุรกิจนี้ร่วมกันอยู่ คือ 1.นายพรชัย ว่องศรีอุดมพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการจัดจำหน่ายและบริหารสื่อ ณ โรงภาพยนตร์/สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) 2.นางจันทิมา เลียวศิริกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการการผลิต สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และ3.นายมณฑล อารยางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การตลาด สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)
โดยการผลิตภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่ผ่านมาของ อาวอง จะต้องผ่านการตัดสินใจร่วมจากทั้ง 3 คนนี้ ดังนั้น ทางอาร์เอสจึงได้แต่งตั้งให้ นายคมสันต์ ขึ้นมามีอำนาจการตัดสินใจสูงสุด เพื่อลดปัญหาต่างๆ เช่น การซ้ำซ้อนของการบริหารจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาในค่ายหนังอาวอง ยังไม่เคยมีตำแหน่งสูงสุดเข้ามาดูแลแต่อย่างไร โดยนายคมสันต์ซึ่งเป็นหลานของนายสุรชัยจะเป็นคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของอาวองในครั้งนี้
ล่าสุด ในส่วนของแผนการผลิตภาพยนตร์ในปีนี้ บริษัทเตรียมจะนำภาพยนตร์เข้าฉายในโรง 4-5 เรื่อง ซึ่งเป็นหนังที่บริษัทสร้างเองทั้งหมด ประกอบด้วย โปรแกรมแรกกับเรื่อง “โหดหน้าเหี่ยว” ที่จะเข้าฉายประมาณปลายเดือนมกราคม ตามมาด้วยเรื่อง “ ม.3 ปี 4” ซึ่งจะเข้าฉายประมาณเดือนมีนาคม 2552 , ภาพยนตร์เรื่อง “สุขใจ ” ที่จะเข้าฉายประมาณเดือนมิถุนายน และครึ่งปีหลังกับภาพยนตร์อีก 2-3 เรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด
“การปรับโครงสร้างธุรกิจภาพยนตร์ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนที่จะเติมเต็มโมเดลธุรกิจของอาร์เอสให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ หรือ The Entertainment Network ภายใต้นโยบายการบริหารสินทรัพย์ 360 องศารอบตัว และคาดว่าเมื่อจบปี 2552 นี้ ธุรกิจภาพยนตร์จะสามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท คิดเป็น 8% ของรายได้รวมบริษัท คิดเป็นอัตราเติบโต 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมรุกกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจรในปีหน้า ทั้งเรื่องของแคมเปญการตลาด โปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบใหม่ๆ ของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง” นายสุรชัย กล่าวในที่สุด



