xs
sm
md
lg

เพียวริคุมัดใจวัยทีนหลังโต 134% ส่งสูตรของ “กอล์ฟ-ไมค์” ลงตลาด

เผยแพร่:

เพียวริคุ ปั้นรสชาติใหม่ทิ้งทวนโค้งสุดท้ายปลายปี ส่ง “ฮันนี่ เลมอน คิสส์” ชูเป็นสูตรของพรีเซ็นเตอร์ “กอล์ฟ-ไมค์” หวังมัดใจกลุ่มเป้าหมายวัยทีน เร่งขยายกำลังผลิตหลัง 7 เดือน ยอดขายโต 134% สิ้นปี กวาดแชร์เพิ่มจาก 11.9% เป็น 15% รั้งอันดับ 2 ทิ้งห่างลิปตัน

นางสาวสุวรรณดี ไชยวรุตม์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชาขาวยี่ห้อเพียวริคุ เปิดเผยว่า แผนการตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ บริษัทได้เปิดตัวชาขาวพร้อมดื่มเพียวริคุ รสชาติใหม่ ฮันนี่ เลมอน คิสส์ โดยเป็นสูตรของกอล์ฟ-ไมค์ พรีเซ็นเตอร์เพียวริคุเป็นผู้คิดขึ้นมาเอง เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 12-17 ปี ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายให้เพิ่มมากขึ้น

“การนำสูตรใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากพรีเซ็นเตอร์กอล์ฟและไมค์ เพื่อสร้างสีสันในตลาดชาขาว และยังเป็นการตอกย้ำแบรนด์เพียวริคุให้อยู่ในใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของเพียวริคุซึ่งโดยมากเป็นกลุ่มวัยรุ่น”

อีกทั้งยังจัดกิจกรรมร่วมกับนักร้อง 2 คนนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้เตรียมจัดคอนเสิร์ต “เพียวริคุ กอล์ฟ ไมค์” ซึ่งหลังจากเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ไป ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มเครื่องดื่มชาขาวเพียวริคุ มีอัตราการเติบโตถึง 134% ทำให้ต้องขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาด ส่วนช่วง 4 เดือนที่เหลือนี้ บริษัทไม่มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่

สำหรับตลาดชาพร้อมดื่มมูลค่า 3,600  ล้านบาท ในช่วงเดือน 7 เดือนที่ผ่านมา เติบโต 19% โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ถือว่าเป็นช่วงที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด เพราะผู้ประกอบการเปิดตัวรสชาติใหม่ลงสู่ตลาด กระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายทดลองการดื่มสินค้าใหม่ โดยตลาดชาขาวเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด เมื่อเทียบกับชาดำและชาเขียว

ส่วนแนวโน้มตลาดชาพร้อมดื่ม ผู้ประกอบการเริ่มแข่งขันเซกเมนต์การทำตลาดให้มีความชัดเจนมากขึ้น อาทิ การเปิดตัว ลิปตัน ไนน์ สำหรับชาขาวเพียวริคุการทำตลาดยังคงมุ่งเน้นชาขาวผสมน้ำผลไม้ เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นเป็นหลัก เนื่องจากการทำตลาดชาพร้อมดื่มต้องเน้นด้านรสชาติใหม่เป็นตัวผลักดันการเติบโต

นางสาวสุวรรณดี กล่าวว่า จากการเปิดตัวรสชาติใหม่ และการดำเนินกิจกรรมการตลาดในเชิงรุกจะผลักดันให้เพียวริคุ มีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 11.9% เป็น 15% รั้งตำแหน่งอันดับ 2 และทิ้งห่างลิปตัน ซึ่งมีส่วนแบ่งไล่เลี่ย 11.2% ส่วนผู้นำตลาดโออิชิ ครองส่วนแบ่ง 63.9% ขณะที่ยูนิฟ ส่วนแบ่งเหลือแค่ 4.3% จากมูลค่า 3,600 ล้านบาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...