เจตนาดีของสถานทูตสหรัฐฯ ที่โพสต์ภาพถ่ายดาวเทียมชื่นชมความงดงามของประเทศมาเลเซีย จุดชนวนการปล่อยมุกล้อเลียนตนเองด้วยความขบขันของชาวบ้านท้องถิ่น ในนั้นบรรดาผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลายคน พากันไปเขียนตอบกลับใต้ภาพ ระบุ "เสียใจ เราไม่มีน้ำมัน"
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ โพสต์ภาพถ่ายจากสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อปี 2016 เป็นภาพแสงไฟส่องสว่างไสวท่ามกลางกลุ่มเมฆที่ปกคลุมเหนือมาเลเซีย พร้อมกับเขียนคำบรรยายว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ "ไม่เคยดูงดงามเช่นนี้มาก่อนเลย" ชัดเจนว่าพูดถึงแสงไฟที่ทะลุกลุ่มเมฆขึ้นมา ไม่ใช่แสงไฟที่ระยิบระยับของเมือง
อย่างไรก็ตามภายในไม่กี่ชั่วโมง บรรดาผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ไหลบ่ากันเข้าไปเขียนแสดงความคิดเห็นต่อท้ายโพสต์ดังกล่าวราวกับพายุ โดยชาวมาเลเซียหลายร้อยคนพยายามพรรณภาพลักษณ์ประเทศในแง่ร้ายในความพยายามปัดเป่าความสนใจของสหรัฐฯ บ้างก็ว่ากันดารเกินไปและขาดแคลนปิโตรเลียม มีแต่น้ำมันปาล์ม ซึ่งไม่มีความน่าสนใจทางยุทธศาสตร์ใดๆ ความเห็นติดตลกที่เป็นการล้อเลียนนโยบายด้านต่างประเทศและด้านทรัพยากรของสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เมื่อราวๆ 2 สัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐฯบุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และ ซิเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขา และนำตัวทั้งคู่ไปยังอเมริกา เผชิญข้อกล่าวหาทางอาญาในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อันเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดและก่อการร้ายยาเสพติด
อย่างไรก็ตามท่ามกลางคำกล่าวอ้างที่ว่า ปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการโค่นอำนาจมาดูโรนั้น มาจากความสนใจของทรัมป์ ที่มีต่อทรัพยากรน้ำมันอันมหาศาลของเวเนซุเอลา ดังนั้นชาวมาเลเซียจึงพากันเข้าไปในเพจเฟซบุ๊กของสถานทูตสหรัฐฯ แจ้งให้ทราบว่า "มาเลเซียไม่มีน้ำมัน"
ผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายคนพยายามปั้่นเรื่องปกปิดความจริงแบบขำๆ บอกว่ามาเลเซียไม่ได้มีทรัพยากรปิโตรเลียม โดยมีแค่น้ำมันประกอบอาหาร น้ำมันปลิงและน้ำมันสมุทนไพรที่อ้างว่าช่วยเพิ่มขนาดองคชาตเท่านั้น
พวกเขาบางคนยังแนะนำให้สถานทูตสหรัฐฯไปบอกกับคนอื่นๆว่า ชาวมาเลเซียยังใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้และอยู่ในถ้ำอยู่เลย บางรายเขียนติดตลกอ้างว่าแสงไฟสว่างไสวที่เห็นในภาพถ่ายดาวเทียม แท้จริงแล้วเป็นแค่กองไฟที่ชาวมาเลเซียจุดขึ้นเพื่อขับไล่สัตว์ป่า ตอนหลับนอนบนต้นไม้
(ที่มา:เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์)


