เหตุการณ์ที่กองทัพเรือไทย ยึดเรือลำหนึ่งซึ่งต้องสงสัยลักลอบขนเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ได้ก่อความสงสัยจากพวกนักวิเคราะห์ทางกฎหมายและประชาคมภาคธุรกิจกัมพูชา เกี่ยวกับความเคารพของไทยที่มีต่อกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิการเดินเรือ ตามรายงานของขแมร์ทูเดย์เมื่อวันเสาร์(3ม.ค.)
ขแมร์ทูเดย์ รายงานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอ่าวไทยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม โดยเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์เข้าสกัดเรือเล็กลำหนึ่ง ห่างจากเกาะเสม็ดไปทางใต้ราวๆ 50 ไมล์ทะเล(ประมาณ 90 กิโลเมตร) เจ้าหน้าที่ไทยระบุว่าเรือลำดังกล่าวไม่แสดงชื่อเรือ เลขทะเบียนหรือประดับธง รวมถึงไม่เปิดใช้งานระบบแสดงตนเองอัตโนมัติ (AIS) มีลูกเรือ 5 รายจากพม่าและกัมพูชาอยู่บนเรือ
เรือลำนี้ถูกพาไปยังฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อทำการสืบสวนเพิ่มเติมในวันที่ 29 ธันวาคม ขณะที่เจ้าหน้าที่ไทยบอกว่าการสกัดดังกล่าวมีพื้นฐานจากข้อสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบขนเชื้อเพลิง และละเมิดกฎหมายทะเลและกฎหมายแรงงานต่างด้าวของไทย
อย่างไรก็ตามทางขแมร์ทูเดย์ สื่อมวลชมกัมพูชา อ้างพวกผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เน้นว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล(UNCLOS) รับประกันสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือและการเดินทางผ่านด้วยความบริสุทธิ์ใจของเรือต่างๆ ในน่านน้ำสากลและน้ำน่านเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ดังนั้นการจำกัดแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือการบังคับใช้กฎหมายที่เกินเลยทะเลเขตแดนของรัฐหนึ่งๆ เสี่ยงละเมิดบรรทัดฐานนี้ พร้อมอ้างพวกสันทัดกรณีกัมพูชาชี้ว่าการควบคุมทางทะเลในวงกว้างนี้ ซึ่งมีเป้าหมายขัดขวางอุปทานที่ป้อนสู่กัมพูชา อาจบ่อนทำลายหลักการดังกล่าว
ขแมร์ทูเดย์รายงานว่า หอการค้าสหรัฐฯในกัมพูชา(AMCHAM) แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการคุกคามทางทะเลของไทย เตือนว่ามาตรการดังกล่าวที่กำหนดให้ท่าเรือกัมพูชา "มีความเสี่ยงสูง" หรือขัดขวางการส่งเชื้อเพลิงและสินค้าอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และก่อความปั่นป่วนแก่การค้าอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับการเข้าถึงพลังงานและวิถีชีวิตประจำวันในกัมพูชา
ในจดหมายเปิดผนึกที่ส่งถึงสถานทูตสหรัฐฯ ทางประธานของ AMCHAM ระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจก่อความเสียหายแก่ธุรกิจอเมริกาและกัมพูชา เพิ่มต้นทุนการขนส่งและการประกันภัย และก่อความสั่นคลอนแก่ภาคบริการต่างที่จำเป็น อย่างเช่นการขนส่งและการศึกษา ทาง AMCHAM เน้นย้ำว่าการเล็งเป้าไปที่เชื้อเพลิงที่ป้อนสู่พลเรือน เข้าองค์ประกอบของการทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายโดยไม่จพเป็น และเสี่ยงละเมิดบรรทัดฐานที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติในด้านเสรีภาพการค้าและการเดินเรือ
การยึดเรือและการปราบปรามทางทะเล มีขึ้นไม่นานหลังจากไทยและกัมพูชาลงนามคืนชีพข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 27 ธันวาคม ตามหลังเหตุปะทะนองเลือดตามแนวชายแดนหลายสัปดาห์ นอกจากนี้แล้ว ไทย ยังปล่อยทหารกัมพูชา 18 นาย ในวันที่ 31 ธันวาคม ภายใต้เงื่อนไขหยุดยิง
(ที่มา:ขแมร์ทูเดย์)


