เอพี/เดอะ การ์เดียน – ทรัมป์ออกคำสั่งใหม่ห้ามนำรายได้จากการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาไปใช้ในการพิจารณาคดี อ้างการกระทำดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายความพยายามของอเมริกาในการรับประกันเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในเวเนซุเอลา ขณะที่กระทรวงต่างประเทศเตือนพลเมืองอเมริกันเดินทางออกจากเวเนซุเอลาทันทีท่ามกลางรายงานกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนมาดูโรกำลังตั้งจุดตรวจไล่ล่าคนอเมริกัน
คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่มีการเผยแพร่เมื่อวันเสาร์ (10 ม.ค.) นั้น เกิดขึ้นขณะที่ดาร์เรน วูดส์ ซีอีโอเอ็กซอนโมบิล บริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของอเมริกา กล่าวระหว่างประชุมกับทรัมป์เมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) ว่า ความไร้เสถียรภาพและความสับสนอลหม่านในเวเนซุเอลาทำให้ประเทศดังกล่าวไม่มีแรงดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้าลงทุนและฟื้นฟูบูรณะ
ระหว่างการประชุม ทรัมป์พยายามคลายความกังวลของบริษัทน้ำมัน โดยบอกว่า ผู้บริหารบริษัทเหล่านั้นจะติดต่อกับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง ไม่ใช่รัฐบาลเวเนซุเอลา
เวเนซุเอลานั้นมีประวัติเรื่องการยึดทรัพย์สินเอกชนเป็นของรัฐ อีกทั้งยังถูกอเมริกาแซงก์ชัน และเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองมาตลอดหลายสิบปี
การโน้มน้าวให้บริษัทน้ำมันอเมริกันเข้าไปลงทุนและช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในเวเนซุเอลาเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับแรกของคณะบริหารของทรัมป์ หลังจากส่งทหารบุกจับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร อย่างอุกอาจเมื่อต้นปี
ทำเนียบขาวกำลังวางกรอบความพยายามในการ “บริหาร” เวเนซุเอลาในแง่เศรษฐกิจ และทรัมป์ที่ก่อนหน้านี้สั่งยึดเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลาหลายลำ ประกาศว่า อเมริกาจะดำเนินการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาที่ถูกแซงก์ชัน 30-50 ล้านบาร์เรล และมีแผนควบคุมการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาทั่วโลกไม่มีกำหนด
ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลเมื่อวันเสาร์ว่า เขารักคนเวเนซุเอลา และกำลังทำให้ประเทศนี้ร่ำรวยและปลอดภัยอีกครั้ง พร้อมขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้สิ่งนี้เป็นไปได้
คำสั่งฝ่ายบริหารล่าสุดของทรัมป์ระบุว่า รายได้จากน้ำมันถือเป็นทรัพย์สินของเวเนซุเอลาภายใต้การควบคุมของอเมริกาเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการปกครองและการทูต และไม่อยู่ภายใต้การอ้างสิทธิ์ของเอกชน
คำสั่งดังกล่าวอิงกับกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ และกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ โดยทรัมป์ระบุว่า ความเป็นไปได้ที่จะมีการนำรายได้จากน้ำมันไปใช้ในการพิจารณาคดีถือเป็น “การคุกคามอย่างไม่ปกติต่ออเมริกา”
ขณะเดียวกัน กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนให้พลเมืองอเมริกันเดินทางออกจากเวเนซุเอลาทันที รวมทั้งต้องระมัดระวังขณะเดินทางด้วยรถยนต์ ท่ามกลางรายงานว่า กองกำลังกึ่งทหารติดอาวุธที่สนับสนุนรัฐบาลมาดูโรที่รู้จักกันในชื่อ “โคเล็กติวอส” กำลังตั้งจุดตรวจบนถนนและเรียกค้นรถเพื่อไล่ล่าคนอเมริกันหรือผู้ให้การสนับสนุนอเมริกา พร้อมสำทับว่า ขณะนี้ เที่ยวบินระหว่างประเทศเพื่อออกจากเวเนซุเอลาบางส่วนกลับมาเปิดให้บริการแล้ว
เมื่อต้นเดือน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์นิวยอร์ก ไทมส์ว่า ต้องการไปเยือนเวเนซุเอลา หลังอวดอ้างว่า อเมริกาเข้า “บริหาร” ประเทศดังกล่าวแล้วภายหลังกำจัดมาดูโรจากปฏิบัติการโจมตีการากัสกลางดึกที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อต้นเดือน และสำทับว่า ที่สุดแล้วสถานการณ์ในเวเนซุเอลาจะปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์เตือนของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ฟ้องว่า สถานการณ์ในเวเนซุเอลายังคงไร้ความแน่นอน
กระทรวงต่างประเทศเวเนซุเอลาได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า คำเตือนของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ อิงกับเรื่องที่ปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อทำให้ดูเหมือนว่า เวเนซุเอลามีความเสี่ยง ทั้งที่จริงๆ แล้วสถานการณ์โดยรวมสงบ สันติ และมีเสถียรภาพ พื้นที่ชุมชน ช่องทางสื่อสาร จุดตรวจ และระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดอยู่ในสภาพปกติ และอาวุธทั้งหมดของประเทศอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผู้รับประกันการผูกขาดการใช้กำลังโดยชอบธรรมและความสงบสุขของประชาชนแต่เพียงผู้เดียว
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวและนักเคลื่อนไหวในการากัสเผยว่า มีสมาชิกโคเล็กติวอสติดอาวุธขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวนไปทั่วเมืองหลวง และตั้งจุดตรวจรอบเมือง ขณะที่ถนนที่เชื่อมต่อระหว่างการากัสกับพรมแดนทางตะวันตกมีจุดตรวจของตำรวจและทหาร
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เดินทางไปการากัสเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเชื่อว่า เพื่อเตรียมการเปิดสถานทูตอเมริกันอีกครั้ง


