เอเจนซีส์ – บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าจีน Xiaomi แถลงยืนยันวันอังคาร(1 เม.ย)ว่า รถอีวีของบริษัทรุ่น SU7 เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนจีนวันเสาร์(29 มี.ค)ในมณฑลอานฮุยระหว่างใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติเกิดชนรั้วกั้นคอนกรีตบนทางด่วนไฟลุกท่วมทั้งคันเสียชีวิต 3 คน ทำให้เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติของ Xiaomi ซึ่งเป็นคู่แข่งระบบขับขี่อัตโนมัติของเทสลาตกเป็นเป้าสนใจต่อสาธารณะ ด้านญาติผู้เสียชีวิตโวยบริษัทชื่อดังไม่ยอมเหลียวแลไม่ติดต่อกลับเพื่อเยียวยา
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สของสหรัฐฯรายงานวานนี้(1 เม.ย)ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่จีน Xiaomi ซึ่งแต่เดิมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนก่อนผันตัวมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอีวีกล่าวผ่านแถลงการณ์ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสอบสวนอุบัติเหตุร้ายแรงในมณฑลอานฮุย ที่มีรายงานว่าระหว่างเกิดเหตุคนขับใช้ระบบการขับขี่อัตโนมัติอยู่
รถอีวีซีดานรุ่น SU7 ขับขนเข้ากับรั้วกั้นคอนกรีตของทางด่วน Dezhou-Shangrao ที่มณฑลอานฮุยทางตะวันออกของจีนเมื่อคืนดึกวันเสาร์(29 มี.ค)ระหว่างรถขับในความเร็ว 60 ไมล์/ช.ม อ้างอิงจากการโพสต์จากเว็บไซต์ทางการของ Xiaomi บนโซเชียลมีเดีย
ขณะที่สื่อท้องถิ่นจีนรายงานว่า การชนทำให้เกิดไฟลุกท่วมและทำให้คนที่อยู่ด้านในเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 3 คนเสียชีวิตโดนไฟคลอกดับอย่างน่าใจหาย พร้อมกับภาพที่ตัวรถไหม้เป็นตอตะโกดำ
บริษัทแถลงว่า คนขับขณะเกิดอุบัติเหตุใช้ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ Navigate On Autopilot ระหว่างรถกำลังอยู่บนทางด่วนความเร็ว 70 ไมล์/ช.ม
รถวิ่งด้วยอัตราความเร็ว 70 ไมล์/ช.มนั้นเมื่อพุ่งชนรั้วกั้นคอนกรีตทางด่วนเนื่องมาจากบางส่วนของถนนเกิดปิดซ่อมและทำให้ต้องมีการใช้ทางเบี่ยงเลนอื่นแทน
ไม่กี่วินาทีก่อนการพุ่งชนพบว่ารถอีวีจีนได้เตือนคนขับว่า มีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าและเริ่มลดระดับความเร็วลงแต่ทว่าสายเกินไป โดย Xiaomi แถลงว่าได้แจ้งตำรวจและหน่วยฉุกเฉิน
บลูมเบิร์กรายงานว่า อ้างอิงจากรายงานเบื้องต้นของบริษัทพบว่า รถ SU7 คันดังกล่าวใช้ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติไม่ถึง 20 นาทีก่อนพุ่งชนราวคอนกรีตทางด่วน และดูเหมือนคนขับไม่ได้ใช้มือจับพวงมาลัย
นิวยอร์กไทม์สรายงานต่อว่า การอุบัติเหตุคืนวันสาร์(29)เกิดขึ้น 1 ปีหลังบริษัท Xiaomi ได้เปิดตัวรถอีวีคันแรก SU7 ที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่แต่เดิมมาผลิตโทรศัพท์มือถือและสินค้าเครื่องใช้ในบ้าน รถ Xiaomi รุ่น SU7 นี้หน้าตาคล้ายรถปอร์เช Taycan แต่ในราคาแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นกลายเป็นการประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ในจีน ที่มียอดขายมากกว่า 200,000 คันในปีแรก
หนังสือพิมพ์สหรัฐฯตั้งข้อสังเกตว่า ความสามารถของบริษัทที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการผลิตรถยนต์มาก่อนและสามารถขายรถได้ที่ทำให้หุ้นบริษัทในตลาดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกลายเป็นหลักฐานพิสูจน์ถึงความได้เปรียบของซัพพลายเชนของแบตเตอร์รีของจีนและชิ้นส่วนสำคัญสำคัญสำหรับรถอีวี
ที่ผ่านมาจีนพยายามอย่างหนักในการโปรโมทเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่มีเทสลาเป็นผู้นำในเวลานี้ด้วยความหวังที่จะสถาปนาตัวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในเซคเตอร์อุบัติใหม่
บริษัทแถลงว่า รถยนต์ SU7 ที่เกิดอุบัติเหตุนี้เป็นรุ่นมาตรฐาน ที่ไม่ได้มาพร้อมกับเซนเซอร์เลเซอร์ที่รู้จักในชื่อ LiDAR เป็นตัวย่อจากคำว่า “Light detection and ranging” วัตถุประสงค์หลักที่สำคัญคือการใช้เพื่อวัดระยะ หรือความสูงของพื้นผิว
ด้านญาติของผู้เสียชีวิตออกมาแสดงความไม่พอใจบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซินล่างเวย์ปั๋ว
ผู้หญิงคนหนึ่งใช้แซ่หวังออกมาเปิดเผยว่าเป็นแม่ของหนึ่งในเหยื่อที่เสียชีวิตจากรถอีวีจีนขับพุ่งชนรั้วคอนกรีตทางด่วนวันเสาร์(29 มี.ค)ที่มณฑลอานอุย โดยเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่องบริษัท Xiaomi ยังไม่เคยติดต่อมา
นางหวังโพสต์ว่า “บ้านของดิฉันพังหลังจากอุบัติเหตุของลูกสาว” และเสริมว่า “พวกเราแค่ต้องการคำอธิบาย”
ทั้งนี้หนังสือพิมพ์เซาเทิร์นเมโทรโปลิสของพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานว่า พ่อของเหยื่ออีกคนในรถคันดังกล่าวเปิดเผยว่า ลูกสาวของเขาและเพื่อนร่วมชั้นถูกไฟคลอกตายในอุบัติเหตุที่น่าสยดสยองนี้ และเหมือนเช่นนางหวัง เพราะเขายืนยันเช่นกันว่า บริษัทรถยังไม่ได้ติดต่อมา