xs
xsm
sm
md
lg

หมดเกลี้ยง!! สหรัฐฯจัดแพกเกจมอบอาวุธ‘ชุดสุดท้าย’ให้ยูเครน ขณะสื่อดังเผยทั้งUS-EUต่างดันเจรจายุติศึกกับรัสเซีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐบาลสหรัฐฯประกาศในวันพุธ (27 ธ.ค.) แพ็คเกจมอบอาวุธให้ยูเครนมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจจะเป็นความช่วยเหลือทางทหารล็อตสุดท้ายที่วอชิงตันสามารถจัดส่งไปให้เคียฟได้ ยกเว้นแต่มีการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติมซึ่งเวลานี้ติดแหง็กอยู่ในคองเกรส ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง สื่อออนไลน์ “โพลิติโก” อ้างแหล่งข่าววงในรายงานว่า อเมริกาและอียูยอมละทิ้งเป้าหมาย “ชัยชนะเบ็ดเสร็จ” เหนือรัสเซีย เปลี่ยนเป็นการเจรจาที่อาจรวมถึงสละดินแดนยูเครนบางส่วนให้มอสโก กระนั้นสิ่งที่ทำเนียบขาวกลัวคือ รัสเซียอาจไม่ยินดีคุยด้วยจนกว่าหลังศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯปลายปีหน้า

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธ (27 ธ.ค.) ว่า แพ็คเกจความช่วยเหลือทางทหารชุดสุดท้ายของปีนี้สำหรับยูเครนนี้ ครอบคลุมทั้งเครื่องกระสุนและส่วนประกอบอื่นๆ สำหรับระบบต่อสู้อากาศยาน เครื่องกระสุนสำหรับระบบจรวดหลายลำกล้องเคลื่อนที่เร็ว กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. และ 105 มม. กระสุนของระบบต่อสู้ยานเกราะ และกระสุนอีกกว่า 15 ล้านนัด

คำแถลงย้ำว่าความช่วยเหลือที่ให้แก่ยูเครนนั้นมาจากกลุ่มพันธมิตรกว่า 50 ชาติโดยมีอเมริกาเป็นแกนนำ และสำทับว่า รัฐสภาสหรัฐฯต้องเร่งส่งเสริมผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติโดยเร็วที่สุดด้วยการช่วยให้ยูเครนปกป้องประเทศและอนาคตของพวกเขาเอง

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถือการสนับสนุนยูเครนเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้นๆ และความช่วยเหลือทั้งด้านอาวุธและการเงินของอเมริกามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประเทศที่สนับสนุนตะวันตกแห่งนี้ต่อสู้กับกองกำลังรัสเซียที่มีขนาดใหญ่กว่าได้

ทว่า พวกสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรครีพับลิกันจำนวนมากกำลังตั้งแง่ไม่ผ่านงบประมาณช่วยเหลือยูเครนก้อนใหม่ เว้นแต่ไบเดนซึ่งสังกัดเดโมแครตยอมหันมาใช้มาตรการใหม่ที่เข้มงวดขึ้นในการจัดการกับการอพยพเข้าอเมริกาอย่างผิดกฎหมายบริเวณชายแดนทางใต้ของประเทศ

ก่อนหน้านี้เดโมแครตที่ครองเสียงข้างมากเกินครึ่งเล็กน้อยในวุฒิสภา พยายามผลักดันให้รีพับลิกันสนับสนุนแพ็คเกจความช่วยเหลือใหม่ในนาทีสุดท้ายก่อนปิดสมัยการประชุมรัฐสภาสำหรับปีนี้แต่ไม่สำเร็จ ตอนนี้จึงต้องรอให้คองเกรสเปิดประชุมอีกครั้งวันที่ 8 ม.ค.ปีหน้า

ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อวันพุธ (27) เช่นกัน โพลิติโก สื่อออนไลน์เน้นประเด็นการเมืองของอเมริกา รายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในหลายคนที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตนว่า อเมริกาและสหภาพยุโรป ได้ล้มเลิกวัตถุประสงค์เดิมที่ต้องการให้ยูเครนมี “ชัยชนะเบ็ดเสร็จ” ต่อรัสเซีย หันมาเป็นการเจรจายุติสงครามที่เคียฟอาจยอมเสียดินแดนบางส่วนให้มอสโก

รายงานชิ้นนี้ของโพลิติโก ซึ่งเขียนโดยผู้สื่อข่าว ไมเคิล เฮิร์ช ระบุว่า เจ้าหน้าที่คณะบริหารสหรัฐฯ 2 คนที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ โดยคนหนึ่งเป็นโฆษกของทำเนียบขาวด้วย และนักการทูตอียูอีกคนหนึ่ง ได้บอกกับ เฮิร์ช ว่า แม้ทำเนียบขาวและเพนตากอนป่าวประกาศต่อสาธารณชนว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อยูเครนอย่างเป็นทางการ แต่ที่จริงเจ้าหน้าที่อเมริกันและยุโรปกำลังหารือเรื่องการถอนกำลังยูเครนจากปฏิบัติการรุกตอบโต้ที่ล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่และเปลี่ยนมาเป็นตั้งรับแทน

นอกจากนั้น เฮิร์ช ชี้ว่า ไบเดนผู้เคยให้สัญญาสนับสนุนยูเครน “ตราบนานเท่านาน” ตอนนี้กลับเปลี่ยนมาใช้คำว่า “ตราบที่อเมริกาสามารถทำได้”

โพลิติโกยังอ้างโฆษกทำเนียบขาวผู้ที่ไม่เปิดเผยชื่อ บอกว่าสหรัฐฯเห็นเรื่อยมาว่าการปิดเกมในยูเครนนั้นต้องผ่านการเจรจา ขณะที่ความช่วยเหลือทั้งหมดซึ่งให้แก่เคียฟมุ่งทำให้ยูเครนถือแต้มต่อรองสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้เมื่อถึงเวลาของการทำความตกลง

ตามรายงานของโพลิติโก เวลานี้ไบเดนต้องการให้มีการหยุดยิงทั้งในยูเครนและตะวันออกกลาง สืบเนื่องจากการที่เขารับรองการรุกรานกาซาของอิสราเอล กำลังสร้างความเสียหายแก่แรงสนบสนุนเขาในหมู่พวกสมาชิกหัวก้าวหน้าในพรรคเดโมแครต และไบเดนต้องการหลีกเลี่ยงการตกเป็นข่าวแง่ลบขณะที่อเมริกากำลังจะจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกรัฐสภาปลายปีหน้า

เฮิร์ชตั้งข้อสังเกตว่า ไบเดนไม่ต้องการให้ดูเหมือนว่าเขายินยอมให้รัสเซียเป็นฝ่ายได้เปรียบ หลังจากป่าวประกาศมาเกือบสองปีว่า อเมริกาให้การสนับสนุนเต็มที่สำหรับเป้าหมายในชัยชนะเบ็ดเสร็จของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ของยูเครน

ด้านเจ้าหน้าที่รัฐสภาสหรัฐฯ ที่คุ้นเคยกับกระบวนการคิดของคณะบริหารของไบเดน สำทับว่า ทำเนียบขาวไม่สามารถกลับลำอย่างเปิดเผย และยอมรับว่า การหารือเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพเริ่มต้นขึ้นแล้ว

อนึ่ง สัปดาห์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า มอสโกอาจยินดียอมรับการหยุดยิงโดยคงสถานะเส้นแนวหน้าในปัจจุบันเอาไว้ ทว่าเครมลินได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ ขณะที่เคียฟประณามนิวยอร์กไทมส์ว่ากำลังทำงานให้รัสเซีย

เฮิร์ชทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ทำเนียบขาวกลัวตอนนี้คือ รัสเซียอาจไม่ยินดีเจรจาจนกว่าหลังการเลือกตั้งในอเมริกาเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยที่กองทหารรัสเซียอาจเดินหน้าบุกต่อตั้งแต่ในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งก็คืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

(ที่มา: เอเอฟพี, เอพี, อาร์ที, โพลิติโก)
กำลังโหลดความคิดเห็น