xs
xsm
sm
md
lg

ผงะ! จีนยอมรับแล้วมีผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้อง 'โควิด' เดือนเดียวเกือบ 6 หมื่นคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จีนในวันเสาร์ (14 ม.ค.) รายงานมีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เกือบ 60,000 คน ในช่วงเวลาแค่เดือนเดียว ถือเป็นตัวเลขเหยื่อชุดแรกที่เจ้าหน้าหน้าที่แดนมังกรเผยแพร่ออกมา นับตั้งแต่ปักกิ่งผ่อนปรนข้อจำกัดสกัดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในช่วงต้นเดือนธันวาคม

รัฐบาลจีนถูกกล่าวหาว่ารายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ต่ำกว่าความเป็นจริง นับตั้งแต่พวกเขาละทิ้งนโยบายโควิดเป็นศูนย์

ก่อนหน้าเผยแพร่ถ้อยแถลงในวันเสาร์ (14 ม.ค.) ตัวเลขอย่างเป็นทางการของจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในเดือนธันวาคมอยู่ที่หลักไม่กี่สิบคน แม้มีหลักฐานปรากฏว่าฌาปนสถานเต็มไปด้วยศพ และโรงพยาบาลต่างๆ ล้นไปด้วยคนไข้

ล่าสุด เจ้าหน้าที่รายหนึ่งของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ระบุในวันเสาร์ (14 ม.ค.) จีนพบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโควิด 59,938 คน ระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม ถึง 12 มกราคม ขณะที่เอเอฟพีรายงานว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตตามสถานพยาบาลเท่านั้น ดังนั้น ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้

ในข้อมูลดังกล่าว ประกอบด้วยผู้เสียชีวิตโดยตรงจากภาวะหายใจล้มเหลวอันเนื่องจากไวรัส 5,503 คน และ 54,435 คน เสียชีวิตอันมีต้นตอจากโรคประจำตัวร่วมกับโควิด จากคำกล่าวของ เจี้ยว หยาฮุย หัวหน้าสำนักงานการแพทย์ของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวระหว่างแถลงข่าว

ปักกิ่งได้ปรับเปลี่ยนวิธีจำแนกเหยื่อผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เมื่อเดือนที่แล้ว โดยจะนับเฉพาะผู้ที่เสียชีวิตโดยตรงจากโรคระบบทางเดินหายใจที่มีต้นตอจากไวรัสเท่านั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นคำนิยามที่แคบเกินไป

องค์การอนามัยโลกเผยแพร่ถ้อยแถลง ระบุว่า ปักกิ่งได้แบ่งปันข้อมูลต่างๆ กับทางหน่วยงานแห่งนี้ เพิ่มเติมจากข้อมูลที่เผยแพร่ระหว่างแถลงข่าว แต่บอกว่าข้อมูลเพิ่มเติมยังเป็นสิ่งจำเป็น

ถ้อยแถลงระบุว่า คำร้องขอดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการพบปะพูดคุยกันของ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กับหม่า เสี่ยวเว่ย รัฐมนตรีสาธารณสุขจีน "ทีโดรส เน้นย้ำถึงความสำคัญที่จีนต้องให้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้นและโปรงใส่มากยิ่งขึ้น เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับต้นตอของโรคระบาดใหญ่โควิด-19" องค์การอนามัยโลกระบุ

อย่างไรก็ตาม ปักกิ่งยืนกรานว่าพวกเขามีความโปร่งใสกับประชาคมนานาชาติเกี่ยวกับข้อมูล พร้อมเรียกร้ององค์อนามัยโลกยึดมั่นในวิทยาศาสตร์และปราศจากความลำเอียง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนยืนกรานเมื่อวันพุธ (11 ม.ค.) ว่าไม่จำเป็นที่ต้องสาธยายจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง และทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติไม่ได้เผยแพร่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายวันอย่างเป็นทางการอีกแล้ว

หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า "ผมคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบสาเหตุการตายของทุกๆ เคสในปัจจุบัน ภารกิจหลักระหว่างโรคระบาดใหญ่ควรเป็นการรักษา"

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าแบบจำลองการติดเชื้อของสถาบันวิจัยอิสระต่างๆ ให้ภาพอันน่ากลัวเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตในท้ายที่สุดของจีน

บรรดานักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ประมาณการว่า อาจมีชาวจีนเกือบ 1 ล้านคนเสียชีวิตในฤดูหนาวปีนี้ ส่วนนักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางสุขภาพของสถาบันวิจัย Airfinity คาดหมายว่าจีนจะมีผู้เสียชีวิต 11,000 คนและติดเชื้อ 1.8 ล้านคนต่อวัน และจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมจะแตะระดับ 1.7 ล้านคนในเดือนเมษายน

สถาบันวิจัยที่มีสำนักงานในสหราชอาณาจักรแห่งนี้ ระบุว่า แบบจำลองของพวกเขามีพื้นฐานจากข้อมูลที่มาจากมณฑลต่างๆ ของจีน ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการรายงานผู้ติดเชื้อ มาประกอบกับอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ติดเชื้อจากประเทศอื่นๆ ที่เคยใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ ครั้งที่พวกเขายกเลิกข้อจำกัดเหล่านั้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนระบุในวันเสาร์ (14 ม.ค.) ค่าเฉลี่ยอายุของผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 80.3 ปี โดยมากกว่า 90% ของผู้เสียชีวิต อายุมากกว่า 65 ปี และส่วนใหญ่ต่างมีโรคประจำตัว

คนชราหลายล้านคนในจีนยังฉีดวัคซีนไม่ครบเข็ม ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ให้วางลำดับความสำคัญฉีดวัคซีนแก่พลเมืองกลุ่มคนอ่อนแอที่สุดของประเทศในอันดับต้นๆ

ระหว่างการแพร่ระบาดในฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว การรีรอไม่ยอมรับฉีดวัคซีนของบรรดาคนสูงวัย คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสูงลิ่ว

จากข้อมูลรัฐบาลฮ่องกง พบว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,500 คนในระลอกดังกล่าว ในนั้น 67% เป็นคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน และมากกว่า 95% ของบรรดาผู้เสียชีวิตมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

รัฐบาลจีนบ่งชี้ในวันเสาร์ (14 ม.ค.) ว่าระลอกการแพร่ระบาดปัจจุบันอาจถึงจุดสูงสุดแล้ว หลังข้อมูลพบว่าเคยมีคนไข้ราว 2.9 ล้านคนที่เข้ารับการรักษาตามสถานพยาบาลต่างๆ ในวันที่ 23 ธันวาคม แต่ตัวเลขลดลงมาเหลือแค่ 477,000 คนทั่วประเทศ ในวันที่ 12 มกราคม

เจ้าหน้าที่บอกว่าจำนวนคนไข้อาการหนักในโรงพยาบาลยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ดูเหมือนว่าได้ผ่านจุดพีกสุดมาแล้วในช่วงต้นเดือนมกราคม พร้อมระบุเป้าหมายหลักในเวลานี้คือจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ชนบท มุ่งเน้นตรวจหาเชื้อให้พบตั้งแต่เนิ่นๆ และให้การรักษาแก่กลุ่มคนที่อ่อนแอที่สุด

(ที่มา : เอเอฟพี)


กำลังโหลดความคิดเห็น