xs
xsm
sm
md
lg

คอลัมน์นอกหน้าต่าง: ดาวเทียมรัสเซียปล่อย‘วัตถุลึกลับ’ความเร็วสูง สร้างความหวาดกลัวว่าจะเกิดการแข่งขันด้านอาวุธในอวกาศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สหรัฐฯกล่าวหารัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กำลังทดสอบอาวุธต่อสู้ดาวเทียมอยู่ในอวกาศ ทางด้านมอสโกได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยบอกว่าอุปกรณ์ดังกล่าวของตน เป็น “เครื่องมือพิเศษ” สำหรับใช้ตรวจสอบการโคจรของดาวเทียมของตนเท่านั้น

แต่ไม่ว่าความเป็นจริงคืออะไร เหตุการณ์คราวนี้ก็ถูกวอชิงตันทำเครื่องหมายเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่า คือการยกระดับเพิ่มการแข่งขันชิงชัยทางการทหารในอวกาศ ซึ่งเท่าที่ผ่านมาเป็นสิ่งซึ่งยังมีเกิดขึ้นน้อยมาก

จวบจนถึงเวลานี้ การที่ดาวเทียมดวงหนึ่งมีความสามารถที่จะโจมตีใส่ดาวเทียมอีกดวงหนึ่ง ยังเป็นสิ่งที่มีอยู่แต่ในทางทฤษฎีเท่านั้น

สหรัฐฯ, รัสเซีย, จีน, และล่าสุดคือ อินเดีย ตั้งแต่เมื่อปี 2019 เป็นต้นมา ต่างได้แสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพความสามารถในใช้พวกอาวุธปล่อยที่อยู่บนพื้นผิวโลก ยิงโจมตีออกไปโดยมีดาวเทียมบนฟากฟ้าเป็นเป้าหมาย แต่เนื่องจากถ้าหากยิงถูก มันจะทำให้มีการระเบิดและส่งให้เกิดเศษซากชิ้นน้อยใหญ่เป็นล้านๆ ชิ้นล่องลอยอยู่ในวงโคจร จึงทำให้เหล่ามหาอำนาจของโลกพากันงดเว้น ไม่ทำการทดลองในเรื่องนี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ยังอาจมองกันได้ว่าเป็นการส่งข้อความไปถึงวอชิงตัน ซึ่งภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสร้าง “กองกำลังอวกาศ” (Space Force) ให้มีฐานะเป็นกองทัพใหม่อีกกองทัพหนึ่งของสหรัฐฯ

พลอากาศเอก เจย์ เรย์มอนด์ ผู้บัญชาการของกองกำลังอวกาศสหรัฐฯ ดูเหมือนยอมรับเรื่องนี้อยู่กลายๆ เมื่อเขากล่าวย้ำในการแถลงข่าววันศุกร์ (24 ก.ค.) ที่ผ่านมาว่า “อวกาศก็เป็นปริมณฑลที่มีการสู้รบทำสงครามกัน แบบเดียวกันกับ อากาศ, บนบก, และทางทะเล”

ไม่เพียงสหรัฐฯ ทางด้านอังกฤษ พลอากาศตรี ฮาร์วีย์ สมิธ เจ้ากรมอวกาศของประเทศนี้ ก็ได้ออกมาแถลงในวันเดียวกันว่า มีความวิตกเกี่ยวกับการทดลองล่าสุดนี้ของรัสเซีย ซึ่งเขาระบุว่า มี “คุณสมบัติของการเป็นอาวุธชนิดหนึ่ง”

“วัตถุ อี”

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2019 รัสเซียได้ปล่อยดาวเทียมดวงหนึ่งขึ้นสู่วงโคจร โดยใช้ชื่อว่า คอสมอส 2542 (Cosmos 2542) อีก 1 สัปดาห์ต่อมา ดาวเทียมดวงนี้ทำให้พวกผู้สังเกตการณ์รู้สึกเซอร์ไพรซ์ไปตามๆ กัน เมื่อมันปล่อยดาวเทียมดวงจิ๋วที่ใช้ชื่อว่า คอสมอส 2543 ออกมา ปรากฏว่า ดาวเทียมดวงจิ๋วนี้มีศักยภาพในการเคลื่อนที่ไปในวงโคจร เพื่อเฝ้าติดตามสังเกตการณ์, ตรวจสอบ, หรือสอดแนมสืบความลับ พวกดาวเทียมดวงอื่นๆ

ดาวเทียมจิ๋ว คอสมอส 2543 ได้เคลื่อนเข้าไปใกล้ๆ ดาวเทียมสายลับของสหรัฐฯดวงหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า ยูเอสเอ 245 (USA-245) และไปใกล้ๆ ดาวเทียมรัสเซียอีกดวงหนึ่ง เกมการวิ่งหนีและตามไล่จับกันทำนองแมวไล่จับหนู ก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวงโคจรรอบๆ โลก โดยพวกนักดาราศาสตร์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารของสหรัฐฯที่อยู่บนโลกสามารถสังเกตมองเห็นได้อย่างง่ายดาย และฝ่ายทหารอเมริกันก็ได้ออกแถลงแสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเปิดเผย

ในวันที่ 15 กรกฎาคม เวลาประมาณ 07.50 น.จีเอ็มที (ตรงกับ 14.50 น.เวลาเมืองไทย) คอสมอส 2543 ซึ่งตามรายงานของฝ่ายทหารสหรัฐฯระบุว่า เป็นดาวเทียมดวงเล็กมากโดยมีเนื้อที่บริเวณพื้นผิวรวมแล้วไม่ถึง 1 ตารางเมตร ได้ปล่อยวัตถุอย่างหนึ่งออกมาด้วยอัตราความเร็วค่อนข้างสูง นั่นคือราวๆ 200 เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของนักดาราศาสตร์ โจนาธาน แมคโดเวลล์

สหรัฐฯเรียกวัตถุที่ถูกปล่อยออกมานี้ว่า “วัตถุ อี” (Object E) โดยที่มันยังล่องลอยอยู่ในวงโคจร และดูเหมือนไม่ได้ไปกระทบถูกอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ขนาดของมัน ตลอดจนรูปร่างและวัตถุประสงค์ของมันยังคงเป็นปริศนาลึกลับ และนั่นก็ไม่ได้ช่วยลบเลือนหรือลดทอนภัยคุกคามใดๆ ซึ่งมันสร้างขึ้นมาเพียงแค่จากการปรากฏตัวของมัน

“กระสุน” ในอวกาศ

ขณะอยู่ในวงโคจร ดาวเทียมดวงต่างๆ เคลื่อนที่ผ่านไปตามอวกาศอันว่างเปล่า ด้วยอัตราความเร็วสูงลิ่วระดับเป็นหมื่นๆ ไมล์ต่อชั่วโมง หากมันเกิดกระทบกับวัตถุอื่นแม้กระทั่งเพียงแค่นิดเดียว ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดรูโหว่ขึ้นในแผงพลังแสงอาทิตย์ของมัน หรือทำให้มันเกิดความเสียหาย หรือกระทั่งทำลายมันพินาศไปเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของสิ่งที่ดาวเทียมไปกระทบถูก

ด้วยเหตุนี้เมื่ออยู่ในอวกาศ ความแตกต่างระหว่าง ดาวเทียม กับ อาวุธ จึงมีอยู่แค่เพียงในทางทฤษฎีเท่านั้น ดังนั้น ไม่ว่า “วัตถุ อี” จะมีหน้าที่อะไรกันแน่ แต่ในทางพฤตินัยแล้ว มันเป็น “วัตถุที่กำลังพุ่งออกไป” และฉะนั้นจึงมีลักษณะเป็น “อาวุธ” ฝ่ายสหรัฐฯลงความเห็นเช่นนี้

มันอยู่ในฐานะเท่ากับเป็น “ลูกกระสุน” นัดหนึ่งในอวกาศ คริสโตเฟอร์ ฟอร์ด รองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯฝ่ายความมั่นคงระหว่างประเทศและการไม่แพร่กระจายอาวุธ กล่าว

“บนนั้นน่ะ ไม่มีหรอก เรื่องทำนองว่าเป็นแค่อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ” เขาย้ำ

มอสโกก็ดูเหมือนยอมรับอย่างอ้อมๆ อยู่เหมือนกัน ด้วยการกล่าวหาวอชิงตันและลอนดอนกลับคืนว่า มีโครงการตรวจสอบดาวเทียมหรือซ่อมดาวเทียม ซึ่งสามารถใช้เป็น “อาวุธต่อต้านดาวเทียม” ได้

นอกจากนั้นแล้ว สหรัฐฯยังมีพวกดาวเทียมทหารอยู่ในวงโคจรเวลานี้ ซึ่งสามารถเคลื่อนที่หลบหลีกเปลี่ยนตำแหน่ง รวมทั้งสามารถปล่อยดาวเทียมขนาดเล็กกว่าตนเอง

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯมีสมรรถนะในการยิง “อาวุธปล่อย” ความเร็วสูง ในอวกาศ เช่นเดียวกับที่ฝ่ายรัสเซียเพิ่งแสดงให้เห็นนี้หรือไม่ ไบรอัน วีเดน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยในอวกาศ แห่งมูลนิธิโลกปลอดภัย (Secure World Foundation) ในกรุงวอชิงตัน บอก

“แต่พวกเขาน่าจะทำได้นะ ถ้าพวกเขาต้องการทำ” วีเดน กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี

(ภาพจากแฟ้ม) พลอากาศเอก เจย์ เรย์มอนด์ ผู้บัญชาการของกองกำลังอวกาศสหรัฐฯ
สหรัฐฯพึ่งพาอาศัยอวกาศอย่างมหาศาล

“รัสเซียอาจจะกำลังพยายามส่งข้อความในเชิงยุทธศาสตร์ออกมา ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นจุดอ่อนความไม่มั่นคงของระบบของสหรัฐฯ” วีเดน บอก พร้อมกับชี้ว่า พวกดาวเทียมสปายสืบความลับของอเมริกา จะมีขนาดใหญ่โต, ราคาสูงลิบลิ่ว, และหาทดแทนได้ยาก

รัสเซียนั้นอยู่ในฐานะต้องพึ่งพาอาศัยดาวเทียมน้อยกว่าสหรัฐฯนักหนา ขณะที่ดาวเทียมของมอสโกจะมีราคาถูกกว่ามาก เขาอธิบาย

นี่ก็เป็นเนื้อหาที่พูดออกมาโดยผู้บัญชาการกองกำลังอวกาศของสหรัฐฯเมื่อวันศุกร์ (24) ผู้ซึ่งชี้ว่า นับตั้งแต่เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรกขึ้นตอนต้นทศวรรษ 1990 กองทัพสหรัฐฯทั่วทั้งกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบของกองทัพอากาศไปจนถึงหน่วยทหารราบของกองทัพบก ล้วนแล้วแต่พึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีที่อิงอยู่กับอวกาศ ให้ทำหน้าที่ในการนำร่องชี้ทิศทาง, การสื่อสาร, และการข่าวกรอง

“เราอยู่ในสภาพที่ทำอะไรไม่ได้ ... มันไม่ใช่ว่ามีช่องทางมีที่ทางอยู่ในทุกๆ ก้าวเดินของเส้นทางนี้หรอกนะ” นายพลผู้นี้บอก

อย่างไรก็ดี สหรัฐฯกับรัสเซียจะมีโอกาสเปิดการเจรจาหารือกันโดยตรงในสัปดาห์นี้ที่กรุงเวียนนา ระหว่างการพบปะประชุมกันเป็นครั้งแรกในเรื่องความมั่นคงในอวกาศ นับแต่ปี 2013 เป็นต้นมา

(เก็บความและเพิ่มเติมจากเรื่อง Mystery Russian projectile raises fears of arms race in space
ของสำนักข่าวเอเอฟพี)