xs
xsm
sm
md
lg

In Clip : บ.น้ำมัน PDVSA ของเวเนฯ สุดท้ายยอมจ่ายหนี้บอนด์ 1.1 พันล้านดอลลาร์ หลังปูตินอุ้มให้ปรับโครงสร้างหนี้ - สหรัฐฯ คว่ำบาตรคาราคัสเพิ่มอีก 10 แต่ “วิกฤตผิดนัดชำระ” ยังรุมเร้าต่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์/เอเอฟพี - บริษัทพลังงาน PDVSA ของเวเนซุเอลา สุดท้ายชำระหนี้เงินต้นของบอนด์มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สำเร็จเมื่อวานนี้ (9 พ.ย.) หลังมีกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ก่อนหน้า แต่ลูกหนี้รวมหัว ร้อง ISDA นิวยอร์ก ให้ชี้ขาด “คาราคัสตกอยู่ในสภาวะผิดนัดชำระ (default) หรือไม่” เกิดขึ้นหลังรัสเซียยื่นมืออุ้ม ยอมให้คาราคัสปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ วันเดียวกันกับรัฐบาลสหรัฐฯ ลงดาบ สั่งคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาเพิ่ม 10 คน

สื่อธุรกิจบลูมเบิร์กรายงานวันนี้ (10 พ.ย.) ว่า บรรดาเจ้าหนี้รายใหญ่ซึ่งเป็นบรรดาธนาคาร และลูกค้าต่างๆ ที่ได้ถือตั๋วสัญญาของบริษัทน้ำมันเวเนซุเอลา Petroleos de Venezuela (PDVSA) ซึ่งมีกำหนดชำระในวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันจากบริษัท Depository Trust (DTC) ว่า บอนด์เหล่านั้นได้ถูกชำระในวันพฤหัสบดี (9) อ้างอิงจากผู้ที่รู้ในเรื่องนี้

โดยนักลงทุน 2 รายที่ขอให้ปิดชื่อเป็นความลับ ยอมเปิดเผยกับสื่อธุรกิจบลูมเบิร์กว่า ***พวกเขาได้รับเงินต้นคืน แต่ทว่าทางบริษัทน้ำมันเวเนซุเอลา PDVSA ที่มีรัฐบาลเป็นเจ้าของจ่ายแต่เพียงเงินต้น โดยไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งต้องชำระพร้อมเงินต้นเมื่อครบกำหนดแล้วเช่นกัน*** แต่อย่างไรก็ตาม โฆษกของทาง DTC ไม่ให้ความเห็นในเรื่องนี้

ทั้งนี้ รายงานของบลูมเบิร์กตรงกันกับของรอยเตอร์ที่เกิดขึ้นในวันพุธ (8 พ.ย.) ก่อนหน้าว่า แหล่งข่าวเปิดเผยว่าจะมีการจ่ายเป็นส่วนใหญ่ให้กับก้อนหนี้บอนด์ 2017N ของทาง PDVSA ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันที่บรรดานักลงทุนต่างถามไปที่สมาคมนานาชาติการแลดเปลี่ยนตราสารอนุพันธ์ ISDA ว่า การผิดชำหระหนี้จะทำให้เวเนซุเอลาเกิดสถานภาพ “default” หรือสภาพการล้มละลายทางการเงินได้หรือไม่ ซึ่งเอเอฟพีรายงานว่าจะมีการประชุมหารือเกิดขึ้นที่นิวยอร์กในเวลาราว 11.00 น.ของวันศุกร์ (10)

อ้างอิงจากสื่อไฟแนนเชียลไทม์สพบว่า การจ่ายเกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ประกาศแผนการครั้งใหญ่ถึงการปรับโครงสร้างหนี้ต่างชาติ โดยให้สัญญาว่าจะเกิดขึ้นหลังทางคาราคัสได้ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายของหนี้บอนด์ PDVSA มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์แล้ว

ทั้งนี้ บริษัท มูดี้ อินเวสเตอร์ ด้านการลงทุนชี้ว่า วิบากกรรมของเวเนซุเอลายังไม่หมด เพราะเมื่อวานนี้ (9) ถือเป็นวันสิ้นสุดของระยะเวลาปลอดชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้น ที่เรียกว่า Grace Period ซึ่งเป็นระยะเวลา 30 วันของหนี้ดอกเบี้ยค้างจ่ายมูลค่า 28 ล้านดอลลาร์ของบริษัทไฟฟ้า เพาเวอร์ ยูทิลิตี เอเลคาร์ (power utility Elecar) ในขณะที่ช่วงเวลากันชนของการผิดนัดจ่ายคืนของพันธบัตรรัฐบาลและบอนด์ของ PDVSA จะสิ้นสุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ และทำให้ผู้เชี่ยวชาญของทางมูดี้ อินเวสเตอร์ ออกมาชี้ว่า วันจันทร์ (13) ที่จะถึงนี้จึงเป็นวันที่สำคัญที่สุดสำหรับรัฐบาลเวเนซุเอลา

เอเอฟพีรายงานเพิ่มในจุดนี้ว่า มาดูโรมีตัวเลขที่ต้องจ่ายของหนี้บอนด์อีกก้อนของบริษัทพลังงาน PDVSA มูลค่า 81 ล้านดอลลาร์ภายในสุดสัปดาห์ และไม่ต่ำกว่า 1.47 พันล้านดอลลาร์สำหรับดอกเบี้ยของบอนด์ประเภทต่างๆ ภายในสิ้นปี และอีก 8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2018

ถือเป็นงานยากสำหรับผู้นำเวเนซุเอลาในเวลานี้ เพราะเวเนซุเอลามีเงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินทุนสำรองน้อยกว่า 10 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น

ทั้งนี้ นิวส์วีกรายงานในวันพฤหัสบดี (9 พ.ย.) ว่า รัสเซียตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือเวเนซุเอลาเกี่ยวกับปัญหาหนี้ โดยประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ตกลงให้คาราคัสสามารถปรับโครงสร้างหนี้เกือบ 3 ล้านดอลลาร์ที่ทางเวเนซุเอลาได้กู้ยืมจากรัสเซียไป ซึ่งถือเป็นจำนวนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหนี้ร่วม 120 ล้านดอลลาร์ที่ทางคาราคัสต้องหาทางแก้ไขในเวลานี้

อ้างอิงจากนิวยอร์กไทม์ส พบว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมาที่ทางรัสเซียต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับทางกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาเพิ่มอีก 10 คน

ในการประกาศในวันพฤหัสบดี (9 พ.ย.) พบว่า รายชื่อยังรวมไปถึงบรรดารัฐมนตรีที่แอบให้การช่วยเหลือมาดูโรในความพยายามที่จะขัดขวางกระบวนการเลือกตั้งในเดือนตุลาคมล่าสุด และกลุ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความใกล้ชิดกับการเซ็นเซอร์สื่อ หรือคดีคอร์รัปชันที่โยงไปถึงโครงการอาหารเวเนซุเอลา อ้างอิงจากแถลงการณ์กระทรวงการคลังสหรัฐฯ

สื่อนิวส์วีกชี้ว่า การที่บริษัทน้ำมัน PDVSA รอดมาได้จากการผิดนัดชำระหนี้ เป็นเพราะรัสเซีย ซึ่งสื่อนิวส์วีกชี้ว่า ปูตินมีเป้าหมายในการเจาะหลังบ้านของอเมริกา เข้าหาทั้งเวเนซุเอลา และคิวบา โดยพบว่าทางรัสเซียใช้บริษัทพลังงานของตัวเอง รอสเนฟต์ (Rosneft) เป็นเครื่องมือในการแผ่อิทธิพลในภูมิภาค

ทางบริษัทได้มีการเจรจาในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ซิตโก (Citgo) ฐานกลั่นน้ำมันของสหรัฐฯ ที่มีบริษัทพลังงานเวเนซุเอลา Petróleos de Venezuela เป็นเจ้าของ สำหรับหลุมน้ำมันในเวเนซุเอลา และพบว่ารอสเนฟต์ยังมีเป้าหมายการลงทุนในคิวบาด้วยเช่นกัน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...