บีบีซี - ตำรวจเยอรมนีกำลังสืบสวนสามีภรรยาคู่หนึ่ง หลังไดรับแจ้งว่าพวกเขาขังลูกชายไว้ภายในบ้าน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใกล้เมืองไบรอยท์ รัฐบาวาเรีย นานกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม จากกรณีแวดล้อมต่างๆ บ่งชี้ว่าบางทีเขาอาจกันตัวเองออกจากโลกภายนอกโดยสมัครใจ
สื่อมวลชนท้องถิ่นระบุว่าแทบไม่มีใครพบเห็นชายรายนี้เลยนับตั้งแต่เขาเลิกไปโรงเรียนตอนอายุ 13 ปี ขณะที่ปัจจุบันเขามีอายุ 43 ปีแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าเขาดูเหมือนคนถูกทิ้งขว้าง แต่ไม่ถึงกับขาดอาหาร และย้ำว่าจะไม่เร่งรีบแจ้งข้อหา ขณะที่ผู้เป็นแม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่นว่าลูกชายของเธอไม่ต้องการออกไปข้างนอกเองและเธอแค่ต้องการปกป้องเขาเท่านั้น
ตำรวจได้รับแจ้งคดีลึกลับนี้เมื่อเดือนที่แล้ว และจากนั้นก็นำชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามไม่มีการเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามของเขา สืบเนื่องจากกฎหมายสิทธิความเป็นส่วนตัวอันเข้มข้นของเยอรมนี
ทั้งนี้ ตำรวจปฏิเสธใช้คำว่า “ช่วยเหลือ” และบอกว่ามันดูเหมือนเป็นเรื่องเศร้าภายในครอบครัวมากกว่าจะเป็นคดีอาญา “เราไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกันแน่ เมื่อชายคนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่โดยไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอกเลย และเราก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เขาเคยสบโอกาสออกไปนอกบ้านหรือไม่” โฆษกตำรวจบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร (4 ต.ค.) “บางทีอาจเป็นเขาเองที่ต้องการแบบนั้น”
ต่อมาระหว่างการแถลงสรุปในวันพุธ (5 ต.ค.) ตำรวจเผยว่าจากหลักฐานบ่งชี้ว่าชายรายนี้สามารถไปไหนมาไหนก็ได้ภายในบ้านและไม่ได้ถูกล่ามโซ่ และตอนที่หน่วยฉุกเฉินเข้าไปพบเขานั้น ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากออกมาเท่าไหร่ “เขาคงรูสึกได้รับการปกป้องอย่างดีเวลาอยู่ภายในนั้น” โฆษกตำรวจระบุ
จนถึงตอนนี้เอกสารเดียวที่ตำรวจพบมีอายุเก่าแก่ราวๆ 30 ปี ที่แสดงให้เห็นว่าเขาเคยเข้าเรียนชั้นประถมและจากนั้นก็อย่างที่เข้าใจกัน โดยเอกสารนี้ย้อนกลับไปเมื่อตอนเขาอายุ 13 ซึ่งบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งพิจารณาเห็นว่าเขาไม่เหมาะที่จะเข้าเรียนที่สถาบันการศึกษาดังกล่าว
แม่ของเด็กให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า “เขาไม่ได้ถูกช่วยเหลือออกมาเสียหน่อย เขาแค่ไม่อยากออกไปข้างนอกเท่านั้น” พร้อมระบุว่าเธอกับสามีไม่เคยขังเขาไว้ภายในบ้านเลย และยืนยันว่าพวกเขาแค่ต้องการปกป้องลูกชายและไม่ได้ทำร้ายเขา เพราะหากทำเช่นนั้นจริง แล้วจะพาเขาไปขึ้นทำเบียนที่สำนักงานราษฎรท้องถิ่นทำไม
โรงพยาบาลท้องถิ่นในไบรอยท์ ที่ชายรายนี้ถูกส่งตัวไปรักษา เผยว่าเขาแข็งแรงดีภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้เขาอยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงนักบำบัด ขณะที่ทางโรงพยาบาลพยายามสรุปว่าเขามีอาการป่วยหรือประเด็นทางสุขภาพจิตหรือไม่


