เอเอฟพี - ชาวบราซิลกว่า 3 ล้านคนตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศพร้อมใจกันออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้มีการถอดถอน ดิลมา รุสเซฟฟ์ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวานนี้ (13 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นการแสดงพลังขับไล่ผู้นำหญิงที่มีคนเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
ผู้ประท้วงซึ่งสวมเสื้อสีเหลือง-เขียวตามสีธงชาติบราซิลต่างป่าวร้องสโลแกน “ดิลมา ออกไป!” เพื่อกดดันให้รัฐสภาเร่งรัดกระบวนการถอดถอนผู้นำหญิงหัวซ้าย ซึ่งถูกสังคมติเตียนทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน และการบริหารบ้านเมืองอย่างไร้ประสิทธิภาพจนทำให้เศรษฐกิจแดนแซมบ้าเข้าสู่ภาวะถดถอยที่สุดในรอบ 25 ปี
“ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดเพื่ออนาคตของชาติ เราจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่บัดนี้” โรเกริโอ เชเกอร์ ผู้นำเครือข่าย เวม ปรา รัว (Ven Pra Rua) ซึ่งระดมมวลชนออกมาขับไล่ รุสเซฟฟ์ ที่เมืองเซาเปาลู กล่าว
เฮลิโอ บิกูโด ทนายความผู้มีชื่อเสียงซึ่งครั้งหนึ่งเคยหนุนหลังรัฐบาล แต่ต่อมาได้เป็นผู้ริเริ่มผลักดันให้มีการถอดถอนรุสเซฟฟ์ บอกกับผู้ชุมนุมที่เมืองเซาเปาลูว่า “บราซิลจะทนถูกปล้นต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เราจะทนกับความไร้ศักยภาพและการทุจริตคอร์รัปชันต่อไปอีกไม่ได้แล้ว”
เสียงจากมวลชนที่ท่วมท้นเป็นประวัติการณ์คาดว่าจะทำให้ ส.ส.ในรัฐสภาบราซิลยิ่งต้องคิดหนักว่าจะให้การสนับสนุนประธานาธิบดีหญิงผู้อื้อฉาวต่อไปหรือไม่
“นี่เป็นสุดสัปดาห์ที่เลวร้ายจริงๆ สำหรับรัฐบาล... การประท้วงครั้งนี้มีพลังมาก และอาจเป็นสถานการณ์ขั้นเลวร้ายที่สุดที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของรัฐบาลก็ว่าได้” เซอร์จิโอ ปรากา นักวิเคราะห์จากมูลนิธิเกตูลิโอ วาร์กัส ในนครรีโอเดจาเนโร ให้สัมภาษณ์
ที่เมืองเซาเปาลูซึ่งมีประชากรหนาแน่นที่สุดในบราซิลและเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล มีผู้ประท้วงหลั่งไหลมายังถนนสายหลักใจกลางเมืองมากเป็นประวัติการณ์ถึง 1.4 ล้านคน ตามการประเมินของกรมสารวัตรทหาร (state military police)
อย่างไรก็ตาม กรมสารวัตรทหารบราซิลเคยถูกกล่าวหาว่าประเมินตัวเลขผู้ประท้วง “สูงเกินจริง” ในการชุมนุมขับไล่รัฐบาลครั้งก่อนๆ
สถาบันวิจัยดาตาฟอลฮา (Datafolha) ซึ่งเป็นที่เชื่อถือในบราซิล ประเมินจำนวนผู้ประท้วงในเซาเปาลูไว้ไม่เกิน 500,000 คน แต่ก็ยอมรับว่าเป็นการชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด
ข้อมูลสถิติผู้ประท้วงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติบราซิลซึ่งถูกนำมารวบรวมโดยเว็บไซต์ข่าว G1 พบว่า มีประชาชนราว 1.3 ล้านคนออกมาเดินขบวนขับไล่รัฐบาลใน 400 เมือง แต่ยังไม่รวมที่เซาเปาลู และรีโอเดจาเนโร
เมื่อสรุปรวมตัวเลขทั้งหมด คาดว่าการชุมนุมขับไล่รุสเซฟฟ์ครั้งนี้น่าจะมีประชาชนออกมาแสดงพลังไม่ต่ำกว่า 3.5 ล้านคน ขณะที่องค์กรซึ่งจัดชุมนุมไล่รัฐบาลให้ตัวเลขที่สูงกว่านี้ถึง “เท่าตัว”
ที่เมืองรีโอเดจาเนโรซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในเดือน ส.ค. ผู้ประท้วงต่างร้องเพลงและเต้นระบำแซมบ้าไปตามถนนเลียบชายหาดโคปาคาบานา โดยองค์กรที่จัดการชุมนุมแถลงว่ามีจำนวนคนเข้าร่วมที่นี่ถึง 1 ล้านคน
รุสเซฟฟ์ และรัฐบาลพรรคแรงงานกำลังตกที่นั่งลำบากจากคดีรับสินบนและยักยอกทรัพย์จำนวนมหาศาลจากรัฐวิสาหกิจน้ำมันเปโตรบราส (Petrobras) โดยบุคคลที่กำลังถูกอัยการเล่นงานหนักที่สุดก็คือ อดีตประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลุลา ดา ซิลวา ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของพรรคแรงงาน
อัยการบราซิลได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อ ลุลา ฐานฟอกเงิน และร้องขอให้ศาลสั่งคุมขังอดีตผู้นำรายนี้ แต่ลุลายังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ด้านรุสเซฟฟ์เองก็ถูกตั้งคำถามเรื่องศักยภาพในการบริหารบ้านเมือง หลังเศรษฐกิจบราซิลหดตัวถึง 3.8% ในปีที่แล้ว และยังถูกหั่นเรตติ้งความน่าเชื่อถือลงไปถึงขั้น “ขยะ” (junk)
ปลายปีที่แล้วได้มีการยื่นเรื่องถอดถอนรุสเซฟฟ์ด้วยข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลของเธอบริหารงบประมาณอย่างผิดกฎหมายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภาคสาธารณะ ระหว่างช่วงหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2014
กระบวนการถอดถอนซึ่งชะงักงันอยู่คาดว่าจะเดินหน้าอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า บรรดา ส.ส.คงจะจับตาสถานการณ์การประท้วงและจำนวนประชาชนที่ออกมาแสดงพลังทั่วประเทศเมื่อวันอาทิตย์ (13) ก่อนจะตัดสินใจว่าจะโหวตอุ้มประธานาธิบดีหรือไม่