xs
xsm
sm
md
lg

ผู้นำสูงสุดอิหร่านชี้สงครามกลางเมืองซีเรียยุติได้ด้วยการ “เลือกตั้ง” จวกเละพวกต่างชาติติดอาวุธให้กบฏซีเรีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รอยเตอร์ / เอเจนซีส์ / ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งในซีเรียเพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2011 และคร่าชีวิตผู้คนในซีเรียไปแล้วมากกว่า 250,000 ราย พร้อมกล่าวโจมตีบรรดาชาติมหาอำนาจที่ติดอาวุธและให้เงินสนับสนุนนักรบฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ทั้งนี้เป็นการรายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่านในวันอาทิตย์ (1 พ.ย.)

“แนวทางยุติปัญหาในกรณีของซีเรียนั้นคือ การจัดเลือกตั้ง และเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหยุดยั้งการสนับสนุนทั้งทางการทหารและการเงินของมหาอำนาจแก่บรรดาฝ่ายต่อต้านในซีเรีย” เนื้อหาตอนหนึ่งในสุนทรพจน์ของผู้นำสูงสุดอิหร่านระบุ

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ประจำปีของเขาต่อบรรดานักการทูตระดับสูงของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ และย้ำว่าเป้าประสงค์ของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลางสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับจุดยืนของอิหร่านต่อภูมิภาคนี้ พร้อมระบุว่าการเปิดเจรจากับรัฐบาลวอชิงตันเกี่ยวกับประเด็นปัญหาในตะวันออกกลาง ถือเป็นเรื่องที่ “ไร้ความหมาย” และ “เสียเวลาเปล่า”

ที่ผ่านมารัฐบาลอิหร่านซึ่งถือเป็นผู้นำโลกมุสลิมฝ่ายชีอะห์มีจุดยืนให้การสนับสนุนระบอบการปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดในซีเรียที่เป็นพวกมุสลิมอะลาวิต ซึ่งเป็นแขนงย่อยของนิกายชีอะห์ โดยทางการอิหร่านได้ส่งกองกำลังของตนเข้าสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลซีเรียในสงครามกลางเมืองตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา ขณะที่ซาอุดีอาระเบียที่เป็นผู้นำโลกมุสลิมฝ่ายสุหนี่ รวมถึงบรรดารัฐเศรษฐีอาหรับแถบอ่าวเปอร์เซีย ได้ให้การสนับสนุนทั้งทางการเงินและอาวุธแก่กลุ่มก้อนต่างๆ ในฝ่ายกบฏซีเรีย เพื่อโค่นล้มระบอบอัสซาด และสถาปนารัฐบาลใหม่ในซีเรียที่นำโดยพวกมุสลิมสุหนี่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านมีขึ้นภายหลังจากที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศในวันเสาร์ (31 ต.ค.) ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย คิดเป็นวงเงินเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดรวมของความช่วยเหลือที่รัฐบาลวอชิงตันจัดส่งให้กับฝ่ายต่อต้านระบอบอัสซาดนับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 500 ล้านดอลลาร์

การให้ความช่วยเหลือครั้งใหม่ของสหรัฐฯ แก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียในครั้งนี้ได้รับการยืนยันโดยแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐฯ ผ่านเวทีการประชุมด้านความมั่นคงส่วนภูมิภาคภายใต้ชื่อ “มานามา ไดอะล็อก” ที่จัดขึ้น ณ ประเทศบาห์เรน

อย่างไรก็ดี คำแถลงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ อ้างว่าความช่วยเหลือของสหรัฐฯในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายพุ่งเป้าไปที่ “พลเรือนซีเรีย” เป็นหลัก ทั้งการช่วยเหลือให้โรงเรียนในซีเรียสามารถเปิดการเรียนการสอนสำหรับเด็กๆ ต่อไปได้ รวมถึงการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา ตลอดจน การสนับสนุนกิจการของสื่ออิสระและภาคประชาสังคม รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่เป็นพวก “สายกลาง” ให้มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดอนาคตของประเทศซีเรีย บนพื้นฐานของการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกฏหมาย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่ในวันศุกร์ (30 ต.ค.) ประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ อนุมัติคำสั่งประจำการกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯในซีเรียเป็นครั้งแรก ถือเป็นการผ่อนปรนจุดยืนที่โอบามาเคยปฏิเสธมานาน ต่อการส่งกองกำลังทางภาคพื้นดินเข้าไปยังซีเรีย ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของรัสเซีย ที่ยังคงเดินหน้าเปิดการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) และฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียกลุ่มอื่นๆ อย่างหนักไม่น้อยกว่า 1,600 เป้าหมายนับตั้งแต่ที่รัฐบาลมอสโก ภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ตัดสินใจกระโจนเข้าร่วมสงครามนี้เมื่อ 1 เดือนก่อน หรือตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา

รายงานข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีโอบามาซึ่งถือเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯโดยตำแหน่ง ได้อนุมัติในเบื้องต้นให้ส่งกองกำลังปฏิบัติการพิเศษที่มีจำนวนมากกว่า50 นายเล็กน้อย เข้าประจำการในพื้นที่ทางภาคเหนือของซีเรีย และความเคลื่อนไหวนี้ถูกระบุว่าเป็นการเพิ่มความพยายามของวอชิงตันในการต่อสู้กับกลุ่มไอเอส ที่คาดว่าจะดำเนินการควบคู่กันไปทั้งการส่งกองกำลังภาคพื้นดิน ร่วมด้วยการเปิดการโจมตีของเครื่องบินรบแบบ A-10 และเครื่องบินขับไล่ F-15 ที่ใช้ฐานทัพอากาศทางภาคใต้ของตุรกีเป็นฐานปฏิบัติการ