xs
xsm
sm
md
lg

'ดีอี'ร่วมกับ ปอท.แถลงจับกุมมือป่วน'ชิมช้อปใช้'เฟส 2 พบลงมือคนเดียว ไม่มีผู้บงการ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) แถลงข่าวยึด คอมพิวเตอร์ประกอบเอง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว อย่างละ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 2 อัน (เอ็กซ์เทอนัลฮาร์ดดิส) และของกลางอื่นๆ รวม 17 รายการ หลังร่วมกับหลายหน่วยงานนำหมายศาลเข้าตรวจค้นและอายัดได้จากบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี และจับกุมนายธีรณัฐ มหัทธโนบล อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ฐานกระทำการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน จนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาลงมือเพียงคนเดียว ไม่พบคนสั่งการอยู่เบื้องหลัง และไม่พบว่ามีเจตนาจะพังระบบ คล้ายต้องการทำไปเพื่อทดลองวิชา ส่วนเหตุที่เกิดขึ้น หลังจากนี้จะขยายผลต่อไปว่าจะต้องดำเนินคดีกับประชาชนที่นำชุดคำสั่งดังกล่าวไปใช้งานหรือไม่ ซึ่งต้องรอตรวจสอบข้อมูลที่หลงเหลือในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และตรวจสอบไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุเกี่ยวกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในทางที่ผิดอีกหลายคดี มีหลักฐานเป็นซิมโทรศัพท์นับพันชิ้น ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

ด้านนายพุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า หลังเข้าประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุ โดยใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จากการสอบสวนพบว่าไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก แต่เคยทำตั้งแต่ในโครงการเฟสแรกแล้ว ซึ่งในครั้งนั้นใช้โปรแกรมอัตโนมัติ หรือบอท เข้าไปก่อกวนระบบจำนวนไม่มาก คล้ายเป็นการทดลองชุดคำสั่ง จึงไม่ส่งผลกระทบมากนัก

ส่วนวิธีการที่ใช้ก่อเหตุ เริ่มจากการสร้างชุดคำสั่ง นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเชิญชวนให้คนนำไปใช้งาน จากนั้นในวันเกิดเหตุก็จะแฝงบอทไปกับคนที่นำชุดคำสั่งดังกล่าวไปใช้ เพื่อเข้าไปในระบบพร้อมๆ กัน มีเป้าหมายเพื่อเข้าไปจองพื้นที่ลงทะเบียน ซึ่งหากทำสำเร็จก็อาจถูกนำไปใช้ทำประโยชน์ทางธุรกิจ เช่น ต่อรองผู้เสียหาย ขายพื้นที่จับจองในระบบ หรือหักเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง ซึ่งนอกจากกรณีนี้แล้ว ยังพบมีอย่างน้อยอีก 2 เว็บไซต์ที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกันด้วย