xs
xsm
sm
md
lg

คำต่อคำ : คืนความสุขให้คนในชาติ 17 มิถุนายน 2559

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล ในปี 2559 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ใน 12 สิงหาคม 2559 ที่กำลังมาถึง รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมมือกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการบูรณาการตามแนวทางประชารัฐ ร่วมใจปลูกป่าเสริมความชุ่มชื้น เพิ่มผืนป่า และสร้างแหล่งต้นน้ำ แหล่งน้ำต้นทุน ภายใต้แนวคิด 9 สัปดาห์สู่วันมหามงคล โดยการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช 10 ชนิด ทางอากาศ ได้แก่ มะค่าโมง ไผ่รวก ไผ่ซางนวล ไผ่ป่า สาธร แสมสาร สีเสียดแก่น อินทนิลน้ำ มะค่าแต้ และขี้เหล็กบ้าน เพื่อควบคู่ไปกับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน ในผืนป่าทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้แก่ พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก อุทยานแห่งชาติเขาค้อ และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มตั้งแต่ 12 มิถุนายนถึง 30 กันยายน 2559

นอกจากจะเป็นการปลูกป่าต้นน้ำแล้ว ยังสร้างแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่าอีกด้วย ซึ่งผมก็เน้นย้ำในทุกเวทีการประชุมก็คือ การน้อมนำแนวทางพระราชดำริของทั้งสองพระองค์ของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะในเรื่องป่า น้ำ ดิน เกษตรกรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิต และทรัพยากรมนุษย์ที่ยั่งยืน เช่น แก้มลิง ขนมครก ฝายชะลอน้ำ ป่าชุมชน เกษตรทฤษฎีใหม่ ไร่นาสวนผสม และนำองค์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ มาประยุกต์ต่อยอด ขยายผลความสำเร็จเพื่อจะผลักดัน ขับเคลื่อนในโครงการต่างๆ ในภาครัฐให้เกิดการบูรณาการทุกกระทรวงร่วมกัน

ทั้งนี้ ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศ ดาวเทียม แอปพลิเคชันบนมือถือมาประยุกต์ใช้ เช่น การทำฐานข้อมูลกลาง การจดทะเบียนเกษตรกร ศูนย์กลางแอปพลิเคชันภาครัฐ การโซนนิ่ง เกษตรแปลงใหญ่ ฝายประชารัฐ เป็นต้น ทั้งนี้ ต้องเชื่อมโยงองค์ความรู้ส่งให้ถึงมือประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร อาชีพอิสระ ผู้มีรายได้น้อย หนึ่งศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล 7,424 แห่งทั่วประเทศ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (กศน. ) กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรฯ ด้วย

2.ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตร 882 แห่ง ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 3.ศูนย์ดิจิตอลชุมชน 2,000 แห่ง ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งในการขยายโครงการบอร์ดแบนด์ฟรีไวไฟก็จะเพิ่มการกระจายสู่ชุมชน 10,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต ทั้ง 3 ศูนย์ดังกล่าวนั้นเราจะต้องหาจุดเชื่อมต่อให้ได้ ซึ่งได้มอบหมายให้กับกระทรวงไอซีทีไปให้เกิดการบูรณาการร่วมกันทุกศูนย์ ทุกกระทรวง เพื่อจะเพิ่มศักยภาพซึ่งกันและกัน ใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่า ทั้งนี้ เพื่อจะร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล สู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่จะทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป

สำหรับในเวทีระหว่างประเทศทุกครั้ง ผมและผู้แทนรัฐบาล รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นอกจากจะเป็นการประชุมหารือไปตามประเด็นหรือตามวัตถุประสงค์ของการประชุมแล้ว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายความร่วมมือระหว่างกันในกรอบต่างๆ แล้ว ผมได้ให้น้อมนำหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ชี้ให้เห็นถึงแนวทางพัฒนาที่สร้างความสมดุลในทุกมิติให้ทุกประเทศได้ไปพิจารณา ทั้งในเรื่องของความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือว่าหลักการของสหประชาชาติ คือการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดกับสำหรับมวลมนุษยชาติของทั้งโลก เช่น 1. การประชุมระดับสูงสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสกประชาชาติครั้งที่ 2 ณ สำนักงานใหญ่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา ประเทศสมาชิกจำนวน 192 ประเทศ ที่ต้องการกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโลกในภาวะปัจจุบัน และกำหนดทิศทางเป้าหมายการพัฒนาในอนาคตปี 2573 ในที่ประชุมต่างให้การยอมรับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ดังปรากฏในรายงานผลการศึกษาของยูเอ็นอีพี เกี่ยวกับการเพิ่มความร่วมมือแบบใต้-ใต้ และการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว

2.การประชุมสุดยอดเอเชียด้านความมั่นคง หรือ IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 15 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเวทีหารือระดับสูงด้านความมั่นคงของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งผมเน้นย้ำความสำคัญของการส่งเสริมการพัฒนาควบคู่กับความมั่นคงอันเป็นรากฐานของการสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรม เนื่องจากการที่จะมีปัญหาความมั่นคงของมนุษย์ที่มีความขัดแย้ง ก็จะบั่นทอนความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ และทุกภูมิภาคได้

ในปัจจุบันรัฐบาลไทยได้เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือการพัฒนาจากภายในตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้นโยบายประชารัฐในการขับเคลื่อนเพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาด้วยพระองค์เองมากว่า 40 ปี ได้ทรงดำเนินงานพัฒนาโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

3.การประชุมกลุ่มจี 77 ที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นประธานกลุ่มในปีนี้ มีสมาชิกกว่า 130 ประเทศ ผมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง ศูนย์การศึกษาเขาหินซ้อน ห้วยทราย อ่าวคุ้งกระเบน ภูพาน ห้วยฮ่องไคร้ พิกุลทอง เพื่อให้ทุกประเทศได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศสมาชิก ไม่ได้ไปบังคับเขา ให้เขายอมรับในหลักการ เหตุผล และสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาในศูนย์ต่างๆ ได้นำพาเขาไปเยี่ยมชมด้วย

ทั้งนี้ เพื่อจะเป็นการเร่งการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs 2030 ร่วมกัน ทุกประเทศต่างอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ตั้งแต่เพาะปลูก ผลิต แปรรูป สร้างนวัตกรรม และการตลาด ดังนั้นเราจำเป็นต้องพัฒนาไปด้วยกัน เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ผมอยากให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในสมบัติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทย ให้เป็นสมบัติของชาติ และจะเป็นต้นแบบหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก

ในปีมหามงคลนี้ ก็ครบรอบ 10 ปี ที่สหประชาชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ก็ขอให้ทุกภาคส่วนได้น้อมนำไปสู่การปฏิบัติให้มันเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สุข เพื่อความอยู่ดีมีสุขของปวงชนชาวไทยด้วย

ปัจจุบันนั้นรัฐบาลได้ผลักดันมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรปีการผลิต 2559-2560 ตามที่กระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอมาจำนวน 3 โครงการ วงเงินรวมราว 930 ล้านบาท อันได้แก่ โครงการส่งเสริมการสนับสนุนการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดี ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ กลุ่มเป้าหมายในแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิใน 23 จังหวัด 1,280 หมู่บ้าน 64,000 ครัวเรือน หรือครัวเรือนละไม่เกิน 125 กิโลกรัม คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูก 640,000 ไร่ อีกโครงการหนึ่งคือ โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวไปปลูกพืชที่หลากหลาย ไร่นาสวนผสมในฤดูทำนาปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนาปรังปี 2560 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ 22 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 60,000 ครัวเรือน ในพื้นที่ 300,000 ไร่ ให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มผลิต เพื่อสะดวกต่อการบริหารจัดการในด้านการจัดการเรียนรู้การผลิต การจัดการผลผลิต และการตลาดให้มีความเหมาะสม

ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการนั้น ได้มีโอกาสเรียนรู้ในกิจกรรมทางเลือก ให้มีการรายได้ระหว่างก่อนการลดรอบการปลูกข้าวในฤดูนาปรัง ซึ่งเรามีน้ำน้อยอยู่ในปัจจุบัน

โครงการต่อไปคือ โครงการสนับสนุนสินเชื่อให้แก่กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำนาปี ได้แก่ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ที่ผ่านความเห็นชอบเป็นกลุ่มการผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่จากคณะอนุกรรมการนโยบายและพัฒนาการเกษตร และสหกรณ์ของจังหวัด จำนวน 426 กลุ่ม ที่ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ ที่จะเสนอขอรับการสนับสนุนเงินกู้ วงเงินกู้กลุ่มละไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยแทนในอัตราร้อยละ 3.51 ต่อปี คิดดอกเบี้ยจากสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในอัตราเพียงร้อยละ 0.01 ต่อปี ระยะเวลาชำระเงินคืนเงินต้นไม่เกิน 12 เดือน

นอกจากนี้ มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อจะเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยี ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเป็นการเปิดฤดูกาลผลิตใหม่ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้รับการบริการของหน่วยงานต่างๆ เช่น การเตรียมความพร้อมองค์ความรู้ เพื่อจะวางแผนการผลิต การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การบริหารจัดการความเสี่ยง และการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตร โดยได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 882 ศูนย์ เป็นศูนย์รวมให้บริการแก่เกษตรกรให้เห็นตัวอย่างของจริง ให้เห็นสิ่งที่ได้รับมา หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เพื่อจะเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ

โดยจะเริ่มเปิดให้เกษตรกรเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ตามการเริ่มต้นการผลิตของแต่ละพื้นที่ มีเป้าหมายในภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งนี้ ต้องการให้ต้นทุนการผลิตข้าวลดลงเหลือ 3,000 - 3,500 บาทต่อไร่ โดยประมาณ จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร และจะต้องคำนึงถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และความเหมาะสมของพื้นที่เป็นหลัก และในการพัฒนาความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ในการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสให้เข้าถึงบริการภาครัฐ รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย ได้จัดงาน OTOP Midyear 2016 ภายใต้แนวคิดความหลากหลายทั่วไทย หาได้ที่เดียว โดยเมื่อวันที่ 6 - 13 มิถุนายน 2559 ณ เมืองทองธานี ได้มีการรวบรวมผู้ประกอบการโอทอปจากทั่วประเทศมาออกร้านจำหน่ายสินค้าแก่ประชาชนกว่า 2,500 บูธ ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี มีผู้เข้าเยี่ยมชม และเลือกซื้อสินค้าภายในงานกว่า 400,000 คน มียอดจำหน่ายกว่า 800 ล้านบาท

ทั้งนี้ ก็เพื่อจะยกระดับผลิตภัณฑ์โอทอปให้มีคุณภาพ และได้มาตราฐานระดับสากล โดยให้ความสำคัญ และสนับสนุนใน 3 เรื่องหลักได้แก่ 1.การส่งเสริมและพัฒนาผู้ผลิต การฝึกอาชีพ ค้นหาศักยภาพด้านการผลิต เพิ่มองค์ความรู้ ทักษะในการประกอบอาชีพและส่งเสริม เครือข่ายผู้ประกอบการ 2.การพัฒนาคุณภาพและมาตราฐานผลิตภัณฑ์ 3.การส่งเสริมช่องทางการตลาด ทั้งตลาดระดับชาติ ระดับภูมิภาค ระดับโลก ซึ่งจะเป็นการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ให้มีความหลากหลาย พัฒนาไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการพัฒนาสินค้าโอทอปแห่งอนาคต หรือ OTOP Next อย่างไม่หยุดยั้ง เป็น OTOP Classic 4-5 ดาว OTOP Premium

เพื่อจะคัดเลือกและส่งเสริมไปจำหน่ายบนเครื่องบิน สนามบิน โดยจะอำนวยความสะดวกในการจัดส่ง ณ ปลายทาง และในร้านค้าประชารัฐสุขใจ ซึ่งจะมี Shop ในปั๊ม ปตท. 148 แห่ง เพื่อจะสร้างเครือข่ายการตลาดผ่านระบบออนไลน์ ให้ง่ายต่อการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และที่กำลังดำเนินการเพิ่มขึ้นมา คือ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี จำกัด ที่จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากให้กับชุมชนต่อไป จากนั้น ก็จะขยายไปสู่ OTOP Brand Name และ OTOP Go Inter เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาด และประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ เพื่อจะปลุกกระแสให้คนไทยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ OTOP กันมากยิ่งขึ้น

โดยการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP ของรัฐบาลนั้น จะเป็นการสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระองค์ทรงส่งเสริมการนำภูมิปัญญาไทยในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดรายได้ให้แก่ราษฎร จนพัฒนามาเป็นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นต้นทางของการพัฒนาต่อยอดมาเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ในปัจจุบัน

จากมาตรการส่งเสริมดังกล่าว ทำให้ในรอบปี 2558 ที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ OTOP มียอดจำหน่ายโดยรวมอยู่ที่ 109,000 ล้านบาท สำหรับปี 2559 ที่ผ่านมาแล้ว 7 เดือน ผลิตภัณฑ์ OTOP มียอดจำหน่าย 74,000 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถรักษาระดับนี้ได้จนถึงสิ้นปี คาดว่ายอดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นถึง 127,000 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 17

ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจไทย โดยรัฐบาลได้ดำเนินการครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งประชารัฐ การค้าการลงทุนจากต่างประเทศและในประเทศ การแก้ไขกฎระเบียบ BOI การปรับแก้ไขกฎหมาย การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การพาณิชย์ และการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยจะต้องดูแลไปถึงเรื่องการอำนวยความสะดวกในการประกอบการธุรกิจด้วยนะครับ เรากำลังปรับปรุง 10 เรื่องด้วยกัน

สำหรับความมุ่งมั่นที่จะสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งการยกระดับภาคเกษตร รวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม

สำหรับการขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจที่ผมกล่าวไปแล้วนั้น เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการลงทุนของประเทศเรานะครับ ทั้งเอกชนเราเอง แล้วก็จากต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ ได้อาศัยพื้นฐานของการรายงานจาก Doing Business ซึ่งมีผลการจัดอันดับความยาก/ง่าย ในการเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ของธนาคารโลกนะครับ 10 ด้าน ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง ขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปานะครับ แล้วก็โทรศัพท์ด้วยนะครับ ก็ขอให้รวมกันไปด้วย การจดทะเบียนทรัพย์สิน การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อย การชำระภาษี การค้าระหว่างประเทศ การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และการแก้ไขปัญหาการล้มละลาย

ซึ่งปัจจุบันจะต้องมีการพัฒนา 4 เรื่องด้วยกันนะครับ ก็คือ เรื่องขั้นตอน เรื่องระยะเวลา เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผมก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ ใน 3 เรื่องหลัก

ก็คือ (1) การให้บริการผ่านศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ทุกเรื่อง ณ ศูนย์บริการ One Stop Services แห่งเดียวกัน ได้มีการเน้นการบูรณาการหน่วยงาน มาครั้งเดียวขออนุญาตได้ทั้งก่อสร้าง น้ำ ไฟ โทรศัพท์ เป็นต้น นะครับ

(2) การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนมีความสะดวก ลดอุปสรรค รวดเร็วโปร่งใส ในการติดต่อขอรับบริการจากรัฐ

(3) เทคโนโลยีสารสนเทศ แอปพลิเคชัน ในมือถือต่างๆ มาให้บริการ ตามนโยบาย “Digital Economy” เพื่อลดขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลา ในการให้บริการ การขออนุญาต และการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ

ทั้งนี้ ความมุ่งมั่นและตั้งใจของรัฐบาลในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ อย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุผลหนึ่งในเรื่องของการปฏิรูปนะครับ ซึ่งตั้งแต่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินนั้น เราจะต้องขับเคลื่อนทุกอย่างให้มีการขยายผลให้เอื้อต่อการลงทุน จูงใจผู้ประกอบการชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศ และต่างประเทศด้วยนะครับ คือต่างประเทศเขาก็ทำอยู่เหมือนกัน เราก็จะเหมือนประเทศเขานะครับ สะดวก รวดเร็ว เช่นกันนะครับ วันนี้เราต้องแก้ของเราไปด้วย ซึ่งจะมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการในบ้านเราอีกด้วยนะครับ ก็ต้องเน้นในเรื่องของการทุจริต คอร์รัปชัน ต้องไม่มีอีกต่อไปนะครับ

ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ ที่เป็นผลจากการขับเคลื่อนประเทศ ตามนโยบาย “Digital Economy” สำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่ การนำระบบการชำระเงินแบบ “เอนี ไอดี” (Any ID) หรือ ระบบการชำระเงินแบบ “นานานาม” มาใช้สำหรับการโอนจ่ายเงินภาครัฐให้กับประชาชน โดยตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 นี้เป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะเปิดให้พี่น้อง ผู้สมัครใจ ลงทะเบียนในระบบ Any ID โดยประชาชนที่จะลงทะเบียนต้องมีข้อมูลอยู่ 3 อย่าง คือ (1) เลขที่บัตรประชาชน (2) เบอร์โทรศัพท์มือถือ (3) เลขที่บัญชีธนาคาร เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) ของรัฐบาล

เพื่อความสะดวกสบายที่พี่น้องประชาชนจะได้รับ ในเบื้องต้น 2 ประการ คือ

1.การโอนเงินสวัสดิการจากรัฐบาล กรณีประสบภัยพิบัติ ผลผลิตตกต่ำ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมทั้งเงินสวัสดิการของข้าราชการ เช่น เงินบำนาญ เบี้ยหวัด เงินบำนาญพิเศษ ผ่านระบบ Any ID นะครับ ก็จะเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้ลงทะเบียนระบุไว้ จะเป็นการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน มีทางเลือกรับเงินโอนจากรัฐบาลมากขึ้น ได้รับเงินจากภาครัฐเร็วขึ้นนะครับ สำหรับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากร ก็สามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ลงทะเบียนได้ทันที ไม่ต้องส่งเป็นเช็คขีดคร่อมทางไปรษณีย์ เพราะปัญหาที่ผ่านมา ผู้รับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง บางครั้งก็ระยะทางไกล มารับเงินจำนวนน้อย ก็ไม่อยากมาทำนองนี้นะครับ ก็ต้องดำเนินการให้เขาสามารถมีความสะดวกโดยไม่ต้องเดินทางมานะครับ เราจะเริ่มให้บริการนี้ หลังวันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

2.การโอนเงินให้กันของพี่น้องประชาชน โดยใช้เบอร์มือถือแทนเลขที่บัญชีธนาคาร ปัจจุบันเราโอนเงินโดยใช้เลขบัญชี ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม อินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชันไปยังบัญชีต่างธนาคารต่างๆ รวมกันทั้งประเทศกว่า 76 ล้านบัญชี ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ครั้งละ 25-35 บาท แต่ระบบ Any ID ใช้แค่เบอร์มือถือ สามารถโอนเงินให้กันได้ ไม่ต้องจำเลขบัญชี ค่าธรรมเนียมถูกกว่าเมื่อเทียบกับการโอนเงินแบบเดิม ทั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ

สำหรับเรื่อง การขับเคลื่อนการบริหารราชการและการปฏิรูป ปัจจุบันรัฐบาลมีกลไกคณะกรรมการขับเคลื่อนและการปฏิรูป โดยมีรองนายกฯ ทั้ง 6 ท่าน เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ดูแลตามสายงาน อย่างไรก็ตาม ผมก็จำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยตัวเองนะครับ โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาติดตามงานของนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะนะครับ ซึ่งอาจจะต้องเป็นวาระสำคัญ เร่งด่วน ภายใต้การควบคุมของผมเอง ในฐานะนายกฯ และ หน.คสช. ซึ่งอาจจะพิจารณาแก้ไขปัญหา ข้อขัดข้อง ติดขัด ทั้งในด้านกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย โดยใช้มาตรการต่างๆ และหากจำเป็นก็จะใช้กฎหมายพิเศษ มาตรา 44 ทั้งนี้ ก็เพื่อให้นโยบายต่างๆ เกิดประสิทธิผลโดยเร็ว

ทั้งนี้ ทุกเรื่องก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ผมมุ่งหวังแต่เพียง ลดเวลา ลดขั้นตอนทำให้เกิดความรวดเร็ว สุจริต โปร่งใสในการดำเนินการโครงการต่างๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่ทำได้ช้าก็เพราะติดขัดกฎระเบียบต่างๆ ดังกล่าว ไม่ใช่ประสิทธิภาพของข้าราชการ เขาอยากจะทำนะ แต่มันติดข้อระเบียบต่างๆ ซึ่งเป็นกฎหมายเดิมๆ อยู่ ยังไม่ได้มีการปรับปรุง วันนี้เราจะต้องเร่งรัดการดำเนินการดังกล่าวให้ได้ในช่วงที่กำลังจะเริ่มปฏิรูประยะที่ 1 นี้ ในเรื่องของขั้นตอนการทำงาน การติดขัดกฎระเบียบ ข้อบังคับ ระยะเวลาที่ยืดเยื้อมายาวนาน ทำไม่ได้เสียที เราจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขต่อไปอย่างรวดเร็ว ผมก็เลยยกให้เป็นเรื่องสำคัญ

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ก็คือการใช้เรือโดยสารในเส้นทางสัญจรทางน้ำเพิ่มเติม ผมทราบอยู่แล้ว มีการใช้อยู่แล้ว มีการเพิ่มเติมขึ้นตามคลองต่างๆ แต่เส้นทางคลองผดุงกรุงเกษมนั้น ผมต้องการให้เป็นเพียงสัญลักษณ์ เพื่อจะเป็นจุดเริ่มต้น เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ได้มุ่งหวังให้ไปกระทบกับเรื่องอื่นๆ ถ้าหากเราไม่คิด ไม่ทำ ไม่เริ่ม มันก็จะติดกับดักตัวเอง ปัญหาเดิมๆ ติดขัดเรื่องน้ำเสีย ติดขัดเรื่องเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ก็มันวิ่งได้ตรงไหนก็วิ่งไป วันนี้หลายเส้นทางที่มีการใช้เรือ น้ำก็ยังไม่สะอาดเท่าที่ควรอยู่แล้ว วันนี้เราก็ต้องทำให้ได้ จะเล็กจะน้อย จะใหญ่จะเล็ก เรือไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ให้มันวิ่งได้ก็แล้วกัน ประชาชนที่สนใจเขาสามารถใช้เป็นทางเลือกในการสัญจรไปมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการท่องเที่ยวเพื่อจะชมสองข้างทาง บ้านเมืองเราสวยงามนะ แล้วน้ำที่ว่าก็ไม่ได้สกปรกมากนัก ก็ยังดูดีอยู่ ยังสะอาดอยู่กว่าคลองอีกหลายคลอง ฉะนั้นปัญหาในเรื่องของการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ปัญหาของการติดสะพาน ระดับน้ำ อะไรต่างๆ เหล่านี้ ผมก็คิดว่ามันเป็นปัญหาเล็กน้อยที่เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้วิจารณญาณในการทำงาน ในการปฏิบัติ ผมไม่ได้ต้องการจะไปตำหนิหรือต่อว่าใครทั้งสิ้น

วันนี้หลายอย่างเป็นนโยบาย เราต้องทดลองปฏิบัติให้ได้ก่อน หากมีปัญหา มีข้อเสียหาย หรือติดขัด ก็แก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ยกเลิกไป ก็แค่นั้นเอง เป็นงานนโยบายนะครับ หากมัวแต่รอกัน รอกฎหมาย รออะไร ก็เกิดไม่ได้สักอย่าง ประชาชนก็ไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง วันนี้เราเข้ามาสองปีครึ่งแล้ว หลายอย่างเราทำมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ปีแรก ใช้เวลาปีครึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหาเรื่องการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจทั้ง 10 เรื่อง ใช้เวลาประมาณปีครึ่ง ก็ทำได้ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ จนกว่าที่จะสามารถไปแข่งขันกับเขาได้ จะยกระดับของประเทศเราให้ได้ เพียงเรื่องเดียวนะครับ ใช้เวลาปีครึ่ง แล้วเรามีเรื่องที่ต้องแก้ไข ปฏิรูปอีกเป็นสิบ เป็นร้อยเรื่อง เพราะฉะนั้นอันที่ทำได้เราก็ต้องทำให้ได้ อะไรมันติดขัดก็มาบอก ผมก็จะใช้อำนาจที่ผมมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่พยายามไปละเมิดกฎหมายอื่นๆ กฎหมายมันค้านกันเองทั้งหมดนั่นล่ะ ไม่มีการปรับปรุง ไม่มีกฎหมายในเชิงบูรณาการ ไม่มีกฎหมายในเรื่องของการที่จะทำให้เกิดความเข้าใจ และใช้จ่ายงบประมาณร่วมกันในกิจกรรมอันเดียวกัน วันนี้กำลังแก้กฎหมายตรงนั้นอยู่ เรื่องของ พ.ร.บ.การใช้จ่ายงบประมาณ และมีกฎหมายในเรื่องของการบูรณาการการทำงานด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน อันแรกคือการปรับโครงสร้าง การวางรากฐานให้แข็งแรง ยั่งยืน ด้วยกฎหมายและการปฏิรูป ซึ่งอยู่ใน สนช. ต้องใช้เวลา 3 วาระอีก อะไรอีก วันนี้ถ้าเรารออยู่ สิ่งที่สอง ก็สิ่งที่ประชาชนคาดหวัง มันก็จะไม่เห็นผลในทันที ถ้าเรารออันที่ 1 อย่างเดียว เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่ยังรออยู่ และไม่มีปัญหามากนัก เราก็จะสามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวของผมเองได้ ด้วยอำนาจที่ผมมีอยู่ ก็ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบกับใครทั้งสิ้น

สุดท้ายนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม 2559 เป็นห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือที่เรียกว่าฟุตบอลยูโร 2016 ผมสนับสนุนให้พี่น้องประชาชน เยาวชน ได้มีการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ ชมกีฬาเพื่อความบันเทิง เพื่อการศึกษา แต่โบราณว่า "ไฟไหม้สิบครั้ง ไม่เท่าเสียพนันครั้งเดียว" ดังนั้น ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยลูกหลาน เยาวชน เกี่ยวกับการพนันบอล และการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งอาจจะพลาดพลั้งโดยง่ายจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจจะตกเป็นเหยื่อของการพนัน จากความรู้สึกสนุก ตื่นเต้น เพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือผลตอบแทนที่ล่อใจ จึงขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ ส่งผลให้เสียการเรียน เสียอนาคต เสียสุขภาพ เกิดหนี้สิน พ่อแม่เดือดร้อน เกิดปัญหาทำร้ายร่างกาย การคิดสั้นฆ่าตัวตาย ซึ่งถือว่าเป็นวงจรอุบาทว์ ในเรื่องการพนัน เป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมทั้งปวง ผมได้สั่งการ เน้นย้ำ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสถานศึกษา ให้มีการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ที่ฝ่าฝืนเล่นการพนัน แม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ต้นเหตุต้องไปแก้ที่จิตสำนึก เราก็จำเป็นต้องทำ เพื่อจะหยุดพฤติกรรมของนักพนัน

สำหรับมาตรการทางสังคม หรือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ก็ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู ได้เอาใจใส่ ดูแล ให้คำแนะนำตักเตือนบุตรหลาน-นักเรียน อย่างใกล้ชิด เพื่อนเตือนเพื่อน สื่อมวลชนก็ต้องออกมาชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของการพนันอย่างต่อเนื่อง คือ ชักชวนให้คนดู ให้คนส่งไปรษณียบัตรมาได้ แต่ก็เตือนเขาด้วยว่าอย่าเล่นการพนัน ผมขอแค่นี้เอง เราจะต้องเข้มงวดกับผู้เล่นการพนันฟุตบอล เจ้ามือ ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพนันออนไลน์ หรือออฟไลน์ก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ต้องระมัดระวังให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เจ้ามือที่เปิดรับแทงพนันผลฟุตบอลอาจจะต้องเข่าข่ายความผิดฐานฟอกเงินอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิด ขณะเดียวกัน ผมอยากฝากไปถึงผู้ปกครองให้ช่วยดูแลบุตรหลานของท่าน ไม่ให้ลูกหลานเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน เพราะตัวผู้ปกครองอาจจะมีความผิดฐานปล่อยปละละเลย รวมถึงเยาวชนที่อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันนั้น ก็อยากให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว เพราะอาจจะทำให้เสียประวัติและเสียอนาคตได้

สิ่งที่ผมกล่าวมาวันนี้นั้น เป็นอนาคตของประเทศทั้งสิ้น ฝากความหวัง ฝากความเข้าใจ และขอความร่วมมือกับคนไทยทุกคน ขอให้ทุกอย่างสำเร็จไปได้ด้วยดีครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ ขอให้มีความสุขวันหยุดสุดสัปดาห์ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...