xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ ขอให้ร่วมรับผิดชอบปลดล็อกนักการเมือง จี้ ระวังพูด ตปท.หวั่นถูกเลิกคบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ประยุทธ์” ขอทุกคนร่วมรับผิดชอบ หลังปลดล็อกนักการเมือง รับ กดดัน เพราะงานยังไม่เสร็จ เตือน กกต. รับผิดชอบคำพูดหากความขัดแย้งบานปลาย ย้อน นปช. เปิดศูนย์ต้านโกง ให้จับตัวเองด้วย ย้ำ ต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม ชี้ถูกผิดได้แต่ไม่ทำ เผย แชงกรี-ลา ไดอะล็อก เชิญเป็นคีย์โน้ตพูดปัญหาภมิภาค บอกใครไปพูด ตปท. ต้องระวัง อย่าให้เป็นอันตรายต่อเราเอง หวั่น ตปท. จะไม่คบ

วันนี้ (31 พ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงกรณีที่ คสช.ปรับแผนโดยไม่เรียกนักการเมืองเข้าปรับทัศนคติ ว่า ต้องดูว่าที่ผ่านมานั้นเรียกไปเพื่ออะไร ซึ่งเป็นการเรียกไปเพื่อทำความเข้าใจพูดคุย หาเหตุผลว่าที่แสดงออกนั้นต้องการอะไร หากคุยวันเดียวไม่ได้ ก็ต้องยืดเวลาออกไป เป็น 2 - 3 วัน แต่ไม่ได้มีการคุมขัง ซึ่งอาจเป็นการหาที่พักแล้วค่อยพูดคุยกันต่อเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีคดีความติดตัวอยู่ ก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมผู้ที่มีความผิดทางอาญา ก็จะถูกดำเนินคดี ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการประกันตัว แล้วอยากมาบอกว่า ขอให้ช่วยปลดปล่อยคดีทางการเมือง เพราะที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่การเมือง เป็นเรื่องผิดกฎหมายคดีอาญา

“ไม่มีกลยุทธ์ ผมต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ถ้าไม่สงบเดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่ก็ได้ ผมบอกว่าทุกคนต้องเรียนรู้ร่วมกัน ว่า จะอยู่กันอย่างไร อยากให้สังคมรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าปล่อยแล้วเกิดอะไรขึ้น ท่านต้องรับผิดชอบร่วมกับผม ไม่ใช่ให้ผมรับคนเดียว เมื่อผมเข้มงวดก็ว่า แต่เมื่อปล่อยก็ถามว่าหากหนีจะรับผิดชอบอย่างไร เหมือนเป็นการลงที่ผมทั้งหมด ทำไมทุกคนไม่รับผิดชอบอะไรเลยหรือ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ดาวอังคารเคลื่อนใกล้โลก ซึ่งหมอดูเตือนไม่ให้พูดมาก ว่า วันนี้ยังอารมณ์ดีอยู่ เมื่อหมอดูเตือนมาก็รับฟังไว้ แต่ถือว่าตัวเองทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้จะโมโหอารมณ์รุนแรงบ้าง ก็ต้องให้อภัย เพราะทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ตนมีความกดดันเพราะงานที่ทำยังไม่เสร็จ และมีปัญหาอยู่มาก ต้องทำให้ได้ เพราะเป็นความคาดหวังของประชาชน แม้มีบางส่วนที่ไม่คาดหวังก็ตาม ตนทำเพื่อทุกคน ทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ ขณะที่ผลโพลก็มีขึ้นลงบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ขึ้นอยู่กับว่าโพลไปสอบถามใคร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ สวมเสื้อรณรงค์ประชามติ โดย กกต. บอกไม่ผิดว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ใช่คนเขียนกฎหมาย กฎหมายต้องดูที่ กกต. เขียนว่าอย่างไร เมื่อ กกต. พูดว่าไม่ผิด กกต. ต้องรับผิดชอบ หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น กกต.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ การใส่เสื้อหรือไม่นั้น หากมีการทะเลาะเบาะแว้งเรื่องก็จะมาถึง คสช. ที่จะเข้าไปดูแล เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่เมื่อ กกต. ประกาศออกมาเช่นนี้ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย

เมื่อถามว่า ขณะเดียวกัน แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) ได้เปิดศูนย์ต้านโกง เพื่อตรวจสอบการรณรงค์ประชามติครั้งนี้ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็เปิดไปซิ ก็ไปจับมา จับตัวเองด้วยก็แล้วกัน ที่ผ่านมา ไม่เห็นจับ ไปจับมา ผมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ผมไม่อยากให้โกงอยู่แล้ว จะโกงอะไร โกงคะแนนเสียงหรือ”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ภายใต้ของ ครู ก. ครู ข. ครู ค. ซึ่งตรงกับวันสำคัญของศาสนาอิสลาม ว่า การชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ จะมีการลงไปในทุกพื้นที่ทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ไทยพุทธ แต่ไม่ลงพื้นที่ชาวมุสลิม หากครูผู้ชี้แจงติดภารกิจทางศาสนา ก็ต้องหาเวลาไป ซึ่งจะทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องไม่ละเมิดกับศาสนาอิสลาม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการดำเนินงานของรัฐบาล และ คสช. ว่า รัฐบาลไม่สามารถที่จะใช้อำนาจมาตรา 44 ไปลงโทษในคดีทุจริตคอร์รัปชัน แม้จะมีอำนาจก็ตาม แต่ก็ไม่เคยใช้ลักษณะนั้น ที่ผ่านมา เป็นการใช้เพื่อปลดล็อกคลี่คลาย ให้การทำงานรวมเร็วขึ้น วันนี้อาจจะมีความเข้าใจผิด ว่า รัฐบาลทำแล้วก็จะสามารถฟ้องร้องได้ ดังนั้น ต้องศึกษากฎหมายให้ดี เพราะตนไม่ได้ทำอะไรที่เกิดความเสียหาย แต่แก้ปัญหาในอดีตที่ผ่านมา

“ทุกคนต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เลือกช่วยเหลือเพียงบางจังหวัด บางพื้นที่ ผมไม่เคยมองคนที่ออกมาต่อต้านว่าเป็นศัตรู และอยากให้ทำความเข้าใจข้อกฎหมาย เพราะเรื่องของกระบวนการต่าง ๆ รัฐบาลนี้ไม่ใช่ผู้เริ่ม แต่เป็นผู้นำทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะถูกหรือผิด ก็ต้องต่อสู้กันไป อย่ามาบอกว่าไม่ผิดเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ แต่ต้องดูข้อกฎหมายและอยากข้อร้องสื่อมวลชนว่าอย่าทำให้ใครคล้อยตาม ขยายความขัดแย้ง ทำให้ต่างชาติเข้าใจผิด ๆ เช่น นำผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศมาเผยแพร่ บิดเบือนข้อมูลของประเทศไทย เพราะคนเหล่านี้จะต้องกลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน ผมให้ความยุติธรรมกับทุกคน ทั้งที่สามารถชี้ถูกชี้ผิดได้ แต่ก็ไม่ทำ เพราะให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน กฎหมายเขียนว่าผิดคือผิด อยากให้เข้าใจรัฐบาล และ คสช. บ้าง” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการไปร่วมประชุมความมั่นคงภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 15 หรือ แชงกรี-ลา ไดอะล็อก ประจำปี 2016 ที่ประเทศสิงคโปร์ (IISS Shangri-La Dialogue 15th Asia Security Summit 2016) ว่า “เขาเชิญผมไปเป็นคีย์โน้ตของการประชุม ซึ่งจะไปพูดในเรื่องความมั่นคงของภูมิภาค ซึ่งจะพูดในภาพใหญ่สถานการณ์โลก สภาวะแวดล้อมโลกเป็นอย่างไร มีผลกระทบกับอาเซียนอย่างไร และปัญหาที่จะต้องเผชิญหน้าร่วมกันมีอะไรบ้าง ปัญหาภูมิภาค ปัญหาความยากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความไม่สงบ เรื่องความสุดโต่ง เรื่องการอพยพอย่างไม่ปกติ การค้ามนุษย์ ไอยูยู เราจะต้องร่วมมือกันทั้งหมด ผมจะไปสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นกับ 30 กว่าประเทศ รวมทั้งจะร่วมรับประทานอาหารและหารือกับผู้นำ เขาจะเชิญผู้นำประเทศไปปีละคน ปีนี้เขาเชิญผม เขาไม่ได้รังเกียจผม เท่ากับคนในประเทศที่รังเกียจผม เขาเชิญผมไปพูด เพื่ออยากรู้ว่าผมมีทัศนะอย่างไร ยิ่งผมเป็นทหารด้วยก็ต้องเตรียมการให้ดี จริง ๆ แล้วผมพูดได้หมด ให้เวลาผมพูดครึ่งชั่วโมงไม่เกิน ผมไม่เคยพูดได้ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงอยู่แล้ว ซึ่งจะอยู่ในกรอบ ผมพูดในหลักการได้ทุกคนเห็นว่ามีความคิดเห็นตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงก็ไปถกแถลงกันต่อ ซึ่งคณะฝ่ายความมั่นคงไปประชุมต่ออีก 2 วัน

เมื่อถามว่า ในเวทีนี้มีความสำคัญในเรื่องของความมั่นคงในภูมิภาคจะใช้โอกาสนี้เรียกร้องหรือตั้งประเด็นใดในการประชุมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเด็นคือ การแสวงหาความร่วมมือในอาเซียนด้วยกันต่อประชาคมโลกอื่น ๆ ผ่านกลไกที่มีอยู่แล้วในหลาย ๆ คณะว่าจะทำอย่างไร เพื่อจะลดปัญหาของโลกของอาเซียนให้ลดลง ตนอาจจะพูดถึงประสบการณ์ที่ประเทศไทยมีอยู่ ในการเผชิญปัญหาเหล่านี้ ทั้งภัยคุกคามภายนอกและภายใน รูปแบบเก่าและใหม่ ซึ่งเรามีความคิดเห็นอย่างไร เขาคงจะฟังอย่างนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนต้องระมัดระวังในการพูดจา ตนก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ต่อไปในอนาคต เพราะมีหลายประเทศอยู่ด้วยกัน เวลาไปต่างประเทศจะพูดก็ต้องระวัง ฉะนั้นใครไปต่างประเทศไปพูดจาเสียหายไม่ระวังมันอันตรายกับประเทศของตนเองและกับพวกเรา ไม่พูดจาเสียหาย ไม่ตรง และบิดเบือน ทำให้เขามองเราผิด ๆ ไป และก็จะเป็นอันตราย ซึ่งตนก็อันตรายอยู่แล้ว แต่ท่านจะอันตรายไปด้วย วันหน้าเขาก็ไม่มาคบกับท่าน ไม่มาค้าขายกับท่าน แล้วท่านเดือดร้อนไหม แล้วจะหากินเขียนข่าวแบบนี้ไปตลอดชาติหรือ วันหน้าท่านก็จะสู้กับโซเชียลมีเดียไม่ได้ คนก็จะไม่อ่านหนังสือพิมพ์ วันนี้ท่านก็สู้กับทุกอย่างเพื่อให้คนมาอ่านหนังสือของท่าน ตนก็จะไปช่วยท่านตรงนี้ด้วย มีหัวข่าวพาดเล่น ๆ ให้มีคนซื้อ


กำลังโหลดความคิดเห็น...