xs
xsm
sm
md
lg

ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องผู้ชุมนุมคัดค้านท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ชาวบ้านลานหอยเสียบ ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา และกลุ่มเอ็นจีโอ 32 คน ที่ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันชุมนุมบริเวณโรงแรม เดินทางมาที่ศาลจังหวัดสงขลาเพื่อฟังคำตัดสินศาลฎีกา ในคดีที่ชาวบ้านและกลุ่มเอ็นจีโอตกเป็นจำเลยคดีอาญาข้อหามั่วสุมก่อความ วุ่นวาย ขัดขวางและทำร้ายเจ้าพนักงาน 2 คดี จากเหตุชุมนุมข้างโรงแรมเจ.บี.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปี 2545 เพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างท่อก๊าชไทย-มาเลเซีย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2545
ศาลฎีกาใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง อ่านคำพิพากษาในคดีที่เอ็นจีโอ และชาวบ้านเครือข่ายคัดค้านโครงการท่อก๊าซฯไทย-มาเลเซียรวม 32 คน ตกเป็นจำเลยในข้อหาร่วมกันชุมนุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองพกพาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และอีกหลายข้อกล่าวหา
โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด ทุกข้อกล่าวหา สร้างความดีใจให้จำเลยและตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ อ.จะนะ และ อ.เทพา ที่เดินทางมาให้กำลังใจ
คดีนี้สืบเนื่องจากการที่ชาวบ้านที่คัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซ ไทย-มาเลเซียกว่า 3,000 คน ชุมนุมบริเวณถนนจุติอนุสรณ์ ใกล้โรงแรม เจ.บี.หาดใหญ่เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านต่อรัฐบาลเพราะเห็นว่าการก่อสร้างจะ ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมแกนนำและสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน รถยนต์ได้ความเสียหายกว่า 10 คัน หลังจากนั้นตำรวจได้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับชาวบ้านที่ชุมนุม ในขณะที่ชาวบ้านได้ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จังหวัดสงขลา และกระทรวงมหาดไทยเพื่อเรียกค่าเสียหาย อันเนื่องจากละเมิดสิทธิเสรีภาพการชุมนุม โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 16 ม.ค.2556 ว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมโดยสงบ และการที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมโดยมิได้ดำเนินการตามหลักสากลคือ จากเบาไปหาหนักจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี
กำลังโหลดความคิดเห็น