xs
xsm
sm
md
lg

ไขความจริง “โลมาตาย” ที่บางขุนเทียน ไม่เกี่ยวกับ CSR ปลูกป่าชายเลน ตามที่ผู้ประกาศข่าวคนดังอ้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ทช. แจง โลมาตายที่บางขุนเทียน ไม่เกี่ยวกับ CSR ปลูกป่าชายเลน (ภาพจาก เพจ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
ทช. แจง กรณี “ต๊ะ นารากร ติยายน” โพสต์เฟซบุ๊กจี้ หยุด CSR ปลูกป่าชายเลน ต้นเหตุทำโลมาตายที่บางขุนเทียน ระบุโลมาตัวดังกล่าว คาดว่าป่วยตายตามธรรมชาติ และถูกพัดซากเข้ามาเกยตื้นในแนวป่าชายเลน

หลัง “ต๊ะ-นารากร ติยายน” ผู้ประกาศข่าวสาวคนดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าให้หยุดทำ CSR ปลูกป่าชายเลน เพราะเป็นต้นเหตุทำโลมาตายที่ชายทะเลบางขุนเทียน ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่ได้ส่งข้อมูลมาให้ ทำให้มีคนแชร์เรื่องนี้พร้อมแสดงความคิดเห็น เห็นด้วย-เห็นต่าง กันเป็นจำวนมากในโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

เรื่องนี้ทาง นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ออกมาชี้แจงถึง กรณีพบโลมาอิรวดีเสียชีวิตที่ชายทะเลบางขุนเทียนตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ทางเจ้าหน้าของมูลนิธิปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา ซึ่งเป็นผู้พบซากให้ข้อมูลว่าพบซากบริเวณหลังแนวไม่ไผ่ จึงได้ประสานผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน เพื่อนำซากเข้ามานำส่งให้กรม ทช.

ผลการชันสูตรซากโลมาตัวดังกล่าวพบว่า ในปอดไม่พบโคลนอุดตัน ร่างกายสะสมไขมันต่ำ ไม่พบอาหารในระบบทางเดินอาหาร สภาพภาพซากเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 วัน คาดว่าจึงเป็นการเสียชีวิตจากการป่วยตามธรรมชาติและพัดซากเข้ามาเกยตื้นในแนวป่าชายเลน

ทั้งนี้ ทช. จะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ หากพบเห็นสัตว์ทะเลหายากได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแล้วให้แจ้งให้กรม ทช. ทราบทันที เพื่อจะได้ดำเนินการช่วยเหลือและตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ กรม ทช. ยังขอเชิญชวนประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยต่อไป

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) (ภาพจาก เพจ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
นอกจากนี้ อธิบดี ทช. ยังให้ข้อมูลว่า การดำเนินการตามภารกิจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช) มีภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้ง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อความมั่งคั่ง สมดุล และยั่งยืนของทะเลไทย และเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ พื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทยความยาวกว่า 3,151 กม. ยังคงประสบปัญหากัดเซาะชายฝั่งอีกกว่า 80 กม. ใน 17 จังหวัด ทั้งรุนแรงและไม่รุนแรง

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ทช. เลือกใช้มาตรการสีเขียวคือการเพิ่มพื้นที่ป่า ที่รู้จักกันในนามมาตรการขาว-เขียว-เทา ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งดำเนินการร่วมกับการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น เพื่อรักษาเสถียรภาพของชายฝั่งและลดความรุนแรงของคลื่นที่เข้าปะทะชายฝั่ง

โดยในปี พ.ศ. 2563 ทช. ร่วมกับ GISTDA แปลภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง พบว่า มีพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ 1.737 ล้านไร่ มีผลการวิจัยศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน รวมเฉลี่ย 15.79 ตันคาร์บอน/ไร่

สำหรับการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน เป็นวิธีที่ ทช. เลือกใช้เป็นหลัก โดยมีพื้นฐานแนวคิดมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปักไม้ไผ่ทำโพงพางและทำคอกเลี้ยงหอยแมลงภู่ ทช. จึงได้ร่วมพัฒนาแนวคิดดังกล่าวกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยนำมาประยุกต์ร่วมกับหลักวิชาการ และศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และได้ถอดบทเรียนจากต่างชาติด้วย ซึ่งข้อดีของการใช้ไม้ไผ่ในการปักเพื่อชะลอความรุนแรงของคลื่นบริเวณหาดโคลน คือ เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในพื้นที่ กระบวนการไม่ยุ่งยาก การรื้อถอนสามารถทำได้ง่าย ประยุกต์รูปแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ได้ ไม่กระทบต่อการเดินเรือและการทำประมงของชุมชน เป็นต้น แต่ก็ต้องยอมรับถึงอายุการใช้งานของโครงสร้างไม้ไผ่ ซึ่งโครงสร้างจะอยู่ได้อย่างน้อยประมาณ 5 ปี โดยการเสื่อมสภาพมักจะเกิดจากคลื่นลมรุนแรง คุณภาพน้ำ การเกาะและกัดแทะของสัตว์ทะเล

ทช.แจง CSR ปลูกป่าชายเลน ไม่ได้เป็นต้นเหตุการตายของโลมาที่บางขุนเทียน  (ภาพจาก เพจ : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)
อธิบดี ทช. กล่าวว่า สำหรับการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น กรม ทช. ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน มีการปักระยะแนวไม้ไผ่ไปแล้วกว่า 104 กม. ใน 46 พื้นที่ 13 จังหวัด สามารถเพิ่มพื้นที่หาดโคลนหลังแนวไม้ไผ่และปลูกป่าชายเลนได้กว่า 320 ไร่

สำหรับการดำเนินการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น สิ่งสำคัญที่เราให้ความสำคัญและเป็นนโยบายหลักของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่

จากกรณีความกังวลที่เกิดขึ้นตามข่าว อธิบดี ทช. ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อมูลสถิติและสาเหตุการเสียชีวิตของสัตว์ทะเลหายาก รวมถึงสาเหตุการตายของโลมาอิรวดีที่เสียชีวิตบริเวณแนวป่าชายเลนเขตบางขุนเทียน โดยพบว่า นับจากปี 2550 ถึง ปัจจุบัน พบโลมาเกยตื้นหลังแนวไม้ไผ่เขตพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีสาเหตุจากการไล่ล่าอาหาร 7 ครั้ง เป็นโลมาอิรวดี ทั้งหมด 38 ตัว สามารถช่วยเหลือนำกลับสู่ทะเลได้สำเร็จ 33 ตัว เป็นซาก 5 ตัว โดยผลการชันสูตรคาดว่าเป็นซากพัดเข้ามาเกยตื้นหลังแนวไม้ไผ่ เนื่องจากที่ผ่านมากรม ทช. ได้มีการจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเบื้องต้น ให้แก่เครือข่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ชุมชนชายฝั่ง อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถช่วยเหลือสัตว์ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการปรับปรุงระยะห่างของช่องทางเดินเรือระหว่างแนวไม้ไผ่ให้มีช่องกว้างมากขึ้น ทำให้นับจากปี 2560 จึงไม่พบการเกยตื้นของโลมาหลังแนวไม้ไผ่อีกเลย