xs
xsm
sm
md
lg

ตื่นตาใบหน้า“บูเช็กเทียน”ยามราตรี มิติใหม่ “ถ้ำผาหลงเหมิน” เปิดให้เที่ยวชมตอนกลางคืน

เผยแพร่:   โดย: ปิ่น บุตรี


ถ้ำผาหลงเหมินยามราตรี (ภาพ : ซินหัว)
มิติใหม่การท่องเที่ยวแดนมังกร เปิดถ้ำผาหลงเหมินให้เที่ยวชมยามราตรี ชมไฮไลท์ชวนตื่นตารูปสลักหินใบหน้าพระนางบูเช็กเทียนขนาดยักษ์หนึ่งเดียวในเมืองจีน

หลังสถานการณ์โควิด-19 ในแดนมังกรคลี่คลาย ทางการจีนก็ทยอยเปิดสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเมืองจีน นอกจากนี้ก็ยังมีการเปิดมิติใหม่ทางการท่องเที่ยวในหลาย ๆ แห่ง อย่างเช่นที่ “ถ้ำผาหลงเหมิน” ซึ่งได้เปิดให้เที่ยวชมความมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ในยามค่ำคืน

ถ้ำผาหลงเหมินยามราตรี (ภาพ : ซินหัว)
สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการของประเทศจีน รายงานว่า “ถ้ำผาหลงเหมิน” ได้เปิดตัวโครงการท่องเที่ยวช่วงกลางคืนมาตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเยี่ยมชมศิลปะพุทธศาสนาจีนสุดประณีต โดยกำหนดให้นักท่องเที่ยวทำการจองผ่านช่องทางออนไลน์ก่อนเข้าชม

รู้จักถ้ำผาหลงเหมิน

ถ้ำผาหลงเหมิน หรือ “ถ้ำหินหลงเหมิน” (หลงเหมินสือคู) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศจีน ตั้งอยู่ที่เมืองลั่วหยาง (ห่างจากตัวเมืองไปทางตอนใต้ประมาณ 13 กม.) มณฑลเหอหนาน

ถ้ำผาหลงเหมินยามราตรี (ภาพ : ซินหัว)
ถ้ำผาหลงเหมินเป็น 1 ใน 3 สุดยอดถ้ำสลักหินอันงดงามวิจิตรของแดนมังกร (ถ้ำหินสลักอีก 2 แห่งคือ ถ้ำหินโม่เกา เมืองตุนหวง มณฑลกานซู่ และถ้ำหินหยุนกัง เมือง ต้าถง มณฑลส่านซี) ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2543

ถ้ำผาหลงเหมิน เริ่มสร้างใน พ.ศ.1014 ในรัชสมัยของ “ฮ่องเต้เสี้ยวเหวินตี้” (ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 471-499) แห่งราชวงศ์เว่ย โดยสั่งให้ให้ช่างแกะสลักพระพุทธรูปขึ้นที่หน้าผาแห่งนี้ เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพุทธศาสนา (ฮ่องเต้เสี้ยวเหวินตี้ยังเป็นผู้สร้างวัดเส้าหลินอีกด้วย)

ถ้ำผาหลงเหมินยามราตรี (ภาพ : ซินหัว)
หลังจากนั้นถ้ำผาหลงเหมินได้มีการแกะสลักเพิ่มเติมในยุคต่อ ๆ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ก่อนจะไปสิ้นสุดในราชวงศ์ถัง รวมระยะสร้างถ้ำแห่งนี้เวลากว่า 400 ปี

ถ้ำผาหลงเหมิน ได้รับการเรียกขานว่าเป็น “ถ้ำหินประตูมังกร” เพราะเชื่อกันว่าบริเวณนี้เป็นดัง “ประตูมังกร” (หลงเหมิน) ซึ่งฮ่องเต้ตั้งแต่ราชวงศ์เว่ยจนถึงราชวงศ์ถังได้เสด็จมาขอพรที่นี่อยู่บ่อย ๆ

สะพานสร้างเชื่อม2 ฝั่งแม่น้ำอีเหอเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ถ้ำผาหลงเหมินยังตั้งอยู่บนชัยภูมิที่ถูกหลักฮวงจุ้ย คือ มีภูเขา 2 ด้าน ทางฝั่งตะวันออกและตะวันตก และมีแม่น้ำอีเหออันไหลผ่ากลางระหว่างภูเขาทั้งสองด้าน มีสะพานเชื่อม 2 ฟากฝั่ง สร้างอยู่บริเวณหัว-ท้าย

ปัจจุบันถ้ำผาหลงเหมินถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของมณฑลเหอหนานและเมืองลั่วหยาง ที่แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมถ้ำแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก

ตื่นตาถ้ำผาหลงเหมิน

มรดกโลกถ้ำหินหลงเหมิน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งเมืองลั่วหยาง
ถ้ำผาหลงเหมิน มีหน้าผาแกะสลักประมาณ 1,300 คูหา มีโพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง มีศิลาจารึกสลักอักษรจีนแลบันทึกต่าง ๆ กว่า 3,600 หลัก มีเจดีย์พุทธแกะสลักกว่า 50 องค์ มีพระพุทธรูปองค์น้อยใหญ่แกะสลักกว่า 100,000 องค์ โดยรวมแล้วถ้ำแห่งนี้มีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร

ถ้ำผาหลงเหมินโดดเด่นไปด้วยงานศิลปะการแกะสลักหินหลายยุคหลายสมัยเป็นพระพุทธรูปน้อย-ใหญ่ เจดีย์ และเทพเจ้าต่าง ๆ โดยที่เด่น ๆ ก็มี

-ถ้ำปิงหยัง มีไฮไลท์คือพระพุทธรูปใบหน้าวงรีเป็นรูปไข่ และรูปร่างที่สูงเพรียว โดยที่ถ้ำแห่งนี้ได้แกะสลักรูปฮ่องเต้เสี้ยวเหวินตี้และไทเฮากำลังประกอบพิธีทางศาสนาอยู่

พระพุทธรูปสลักองค์เล็กจิ๋วที่วัดถ้ำพระพุทธรูปหมื่นองค์
-ถ้ำพระพุทธรูปหมื่นองค์ ถ้ำแห่งนี้มีพระประธานประทับอยู่บนดอกบัว ล้อมรอบด้วยสาวกมากมายทั้งบนผนังและเพดานถ้ำกว่า 15,000 องค์ พระพุทธรูปบางองค์ที่นี่ถูกนักท่องเที่ยวสัมผัสลูบคลำด้วยความศรัทธาจนดำเลื่อม ส่วนที่น่าอัศจรรย์ก็คือพระพุทธรูปองค์เล็กขนาดประมาณนิ้วมือที่มีจำนวนมากที่สุดในวัดถ้ำแห่งนี้

-ถ้ำดอกบัว มีความพิเศษคือ บนเพดานถ้ำมีการแกะสลักดอกบัวขนาดใหญ่หนึ่งในสัญลักษณ์แห่งศาสนาพุทธไว้เหนือองค์พระประธาน ที่ดูแล้วงดงามแปลกตาเป็นอย่างยิ่ง

วัดถ้ำดอกบัว ที่โดดเด่นไปด้วยภาพสลักดอกบัวขนาดใหญ่เหนือพระประธาน
อัศจรรย์ใบหน้าบูเช็กเทียน

ถ้ำผาหลงเหมินยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญต้องห้ามพลาดสำหรับผู้มาเยือนนั่นก็คือ “ถ้ำเฟิ่งเซียน” หรือ “อารามเฟิ่งเทียน” ซึ่งตั้งอยู่บนโตรกผาหินสูง 40 เมตร มีพระพุทธรูปองค์ประธานนามว่า “พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ”

อารามเฟิ่งเซียน สถานที่ไฮไลท์แห่งมรดกโลกถ้ำหินหลงเหมิน (ภาพก่อนโควิด-19)
พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ หรือ “พระพุทธรูปโรจนะ” เป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินองค์ใหญ่ที่สุดของถ้ำแห่งนี้ มีความสูง 17.14 เมตร เฉพาะเศียรสูง 4 เมตร ใบหูยาว 1.9 เมตร ข้างองค์พระประธานมีรูปสลักของพระพุทธรูปและเทพเจ้าขนาดรองลงมายืนอยู่ที่ผนังถ้ำทั้ง 2 ด้าน

พระโพธิสัตว์ไวโรจนะองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินที่มีความงดงามสมบูรณ์อย่างมาก องค์พระมีพระวรกายที่อวบอัด มีพระพักตร์กลมดูอิ่มเอิบสมบูรณ์ ดวงตาดูคล้ายกำลังมองลงมา ถือเป็นงานศิลปะที่สะท้อนถึงรสนิยมความงามของราชวงศ์ถังได้เป็นอย่างดี

พระพักตร์ของพระโพธิสัตว์ไวโรจนะที่เชื่อกันว่าเป็นใบหน้าของบูเช็กเทียน
คนจีนส่วนใหญ่เชื่อว่าพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์ไวโรจนะองค์นี้ คือใบหน้าของ “พระนางบูเช็กเทียน” ฮ่องเต้หญิงผู้ลือลั่นหนึ่งเดียวแห่งแดนมังกร เพราะว่านางเป็นคนสั่งให้ช่างสร้างขึ้นมาด้วยความเชื่อที่ว่าตนเองคือพระอาริยเมตรไตรกลับชาติมาเกิด

นอกจากนี้พระพักตร์ที่ดูอวบอิ่มอมยิ้มเล็กน้อยของพระโพธิสัตว์ไวโรจนะองค์นี้ มีคนเปรียบว่ามีความงามเฉกเช่นเดียวกับ ภาพ “โมนาลิซ่า” งานศิลปะบันลือโลก “เลโอนาร์โด ดา วินชี” ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งบรรณพิภพ

รูปสลักหินพระโพธิสัตว์ไวโรจนะ ไฮไลท์สำคัญของถ้ำผาหลงเหมิน (ภาพก่อนโควิด-19)
และนี่ก็คือมนต์เสน่ห์ของถ้ำผาหลงเหมินที่วันนี้เมืองจีนได้เปิดมิติใหม่กับโครงการท่องเที่ยวเที่ยวถ้ำผาหลงเหมินยามราตรี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ยลโฉมของพระพักตร์พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ ที่ว่ากันว่าเป็นใบหน้าของพระนางบูเช็กเทียนในบรรยากาศที่แตกต่าง ถือเป็นอีกหนึ่งอเมซิ่งแดนมังกรที่น่าทึ่งไม่น้อยเลย
....................................................................................................

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...