xs
xsm
sm
md
lg

ผลสำรวจพบ “ไวไฟฟรี” เป็นตัวเลือกแรกในการจองห้องพัก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เอ็กซ์พีเดีย เผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้บริการโรงแรมในไทย พบปัจจัยหลักในการจองห้องพักคือ “ฟรีไวไฟ” และเห็นตรงกันว่าทางโรงแรมควรจะให้บริการไวไฟฟรีแก่ลูกค้า

เอ็กซ์พีเดีย (Expedia.co.th) เว็บไซต์บริการด้านการท่องเที่ยว ร่วมกับเอชแอลกรุ๊ป (HL Group) บริษัทให้บริการด้านการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารให้กับกลุ่มธุรกิจด้านบริการ กลุ่มสินค้าผู้บริโภค แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ในเมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยข้อมูลผลสำรวจพฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการโรงแรม (Hotel Etiquette Poll) ในประเทศไทย จากการทำสำรวจผ่านระบบออนไลน์โดย GfK Custom Research LLC (GfK) ในเดือนสิงหาคม 2559 โดยสุ่มตัวอย่างจากกลุ่มผู้ใหญ่จำนวน 1,027 คน ในประเทศไทย ซึ่งคำถามหลักๆ ที่ใช้ในการสำรวจส่วนใหญ่มาจากผู้ใหญ่จำนวน 810 คน ที่พักค้างคืนในโรงแรมในรอบสองปี โดยข้อมูลการสำรวจดังกล่าวอ้างอิงจากสถิติค่าเฉลี่ยจากกลุ่มผู้เข้าชมและทางภูมิศาสตร์ของจำนวนประชากรของประเทศ

จากผลการสำรวจของผู้ใช้บริการห้องพักในโรงแรมในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาพบว่า 8 ใน 10 คน ที่เข้าพักในโรงแรมอย่างน้อย 1 ครั้ง ในรอบ 2 ปี คิดเป็น 80% โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18-24 ปี บอกว่าเข้าพักในโรงแรมน้อยกว่ากลุ่มช่วงอายุอื่นๆ คิดเป็น 70% ขณะที่จำนวน 4 ใน 10 คน ส่วนใหญ่เข้าพักเพื่อการพักผ่อนคิดเป็น 44% พักเพื่อการพักผ่อนและติดต่อธุรกิจ คิดเป็น 52% มีเพียง 4% ที่เข้าพักเพื่อการติดต่อธุรกิจเท่านั้น โดยกลุ่มผู้เข้าพักส่วนใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี และอายุ 65 ปี ขึ้นไปจะเข้าพักในโรงแรมเพื่อการพักผ่อน คิดเป็น 47% และ 51% ตามลำดับ

ผลสำรวจเกี่ยววิธีการสำรองห้องพักในโรงแรม ส่วนใหญ่ 3 ใน 10 จะทำการจองพักโดยตรงกับโรงแรมคิดเป็น 30% ประมาณ 1 ใน 5 จะทำการจองห้องพักผ่านโมบายเว็บ (mobile web) โดยใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต คิดเป็น 20% และเครื่องคอมพิวเตอร์ 19% หรือจองผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยว 18% และมีบางส่วนที่ทำการจองผ่านโมบายแอ็พ (mobile app) ทางสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตคิดเป็น 13%

ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยหลักที่สำคัญเมื่อจะทำการสำรองห้องพักในโรงแรม เป็นที่น่าสังเกตว่า สิ่งที่ถูกพิจารณาเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากอันดับแรกคือ บริการฟรีระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (Wi-Fi) คิดเป็น 2 ใน 3 หรือ 66% ตามมาคือ ราคา คิดเป็น 64%สถานที่ตั้งคิดเป็น 54% และราคาห้องพักรวมอาหารเช้าคิดเป็น 53% ตามลำดับ

ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักก็ถูกให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดย 9 ใน 10 คน หรือมากกว่านั้นยังคงให้ความสำคัญของบริการระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นอันดับแรกสูงถึง 95% อันดับสองคือ การควบคุมอุณหภูมิห้อง 93% และอันดับสามคือ ตู้เย็น 90% บริการสปาในโรงแรม คิดเป็น 46% และอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักคิดเป็น 32%

ผลการสำรวจความคิดเห็นเกือบจะออกมาเป็นเอกฉันท์ ด้วยผู้เข้าพักจำนวนสูงถึง 97% เห็นว่าทางโรงแรมควรจะให้บริการระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (WI-FI) ฟรีแก่ลูกค้าเมื่อถามเกี่ยวกับความเต็มใจในการจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (Wi-Fi) ปรากฏว่า หากเขาจองห้องพักโรงแรมที่ไม่มีบริการ Wi-Fi ฟรี จำนวนเกือบมากกว่าครึ่งคิดเป็น 52% บอกว่าพวกเขาไม่เต็มใจที่จะจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตที่โรงแรม และหากจำเป็นต้องจ่าย มีจำนวนมากกว่า 1 ใน 4 คิดว่าราคาควรจะน้อยกว่า 10 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ/วัน

คำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกเขาขณะเข้าพักในโรงแรม มีจำนวนเกือบครึ่งที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงแรมในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการใช้ผ้าขนหนูมากว่าหนึ่งครั้งตลอดช่วงเวลาการพักคิดเป็น 49%

ประมาณ 1 ใน 5 บอกว่า พวกเขาถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงดังรบกวนบริเวณทางเดินคิดเป็น 21% แต่มีจำนวนน้อยที่ต่อว่าไปยังพนักงานส่วนหน้าว่ามีเสียงดังรบกวนจากแขกด้วยกันเพียง 3% หรือต่อว่ากับแขกที่ส่งเสียงดังรบกวนโดยตรง และเพียงแค่ 2%และเกือบ 1 ใน 5 ของผู้ที่เข้าพักค้างคืนในโรงแรมยังอ้างว่าเขานำของในโรงแรมกลับบ้านมาเป็นของสะสมโดยนำอุปกรณ์อาบน้ำในโรงแรมคิดเป็น 18% และอีก 2% เป็นสิ่งของอื่นๆ ภายในห้อง

เมื่อเข้าพักในโรงแรม ผู้เข้าพักส่วนใหญ่จะใช้อุปกรณ์ในห้องน้ำที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้อย่างสมเหตุสมผลคิดเป็น 34% เมื่อเทียบกับการใช้อุปกรณ์อาบน้ำส่วนตัวที่มีจำนวน 29% และ 1 ใน 4 ที่จะดูแลห้องพักของตนอย่างเป็นระเบียบคิดเป็น 24% ในขณะที่ 9% ต้องการให้ฝ่ายแม่บ้านเป็นผู้ดูแลทำความสะอาดห้องพักให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

มากกว่า8 ใน 10 ของผู้ที่เข้าพักในโรงแรมเมื่อสองปีที่ผ่านมา คิดว่ารูมเซอร์วิสเป็นบริการระดับหรู18% ในขณะที่อีก82% บอกว่ามันเป็นความจำเป็น

ผู้ที่เข้าพักในโรงแรมน้อยกว่า 1 ใน 10 บอกว่าพวกเขาไม่เคยให้ค่าบริการพิเศษ (TIP) แก่พนักงานโรงแรมเลยคิดเป็น 9%โดยมีจำนวน 3 ใน 4 จากให้ค่าบริการพิเศษ (TIP) แก่พนักงานเปิดประตู75% ประมาณ 4 ใน 10 ให้แก่พนักงานรูมเซอร์วิส 43% พนักงานจัดเลี้ยง 41% และแม่บ้าน 38%

ผลสำรวจเกี่ยวกับประเภทของแขกที่น่ารำคาญและน่ารังเกียจของผู้เข้าพักในโรงแรมมากที่สุด ปรากฏว่ามีประมาณ1 ใน 6 เป็นพวกคู่สามีภรรยาที่ชอบโต้เถียงกัน ถึง 60% ตามมาคือพวกพ่อแม่ที่ปล่อยให้ลูกๆ ของพวกเขาเล่นเกเร 58% ในขณะที่พวกขี้บ่น ที่ชอบต่อว่าพนักงานโรงแรมได้แม้แต่เรื่องความไม่สะดวกเล็กๆ น้อยๆ มีจำนวน 54% พวกชอบเอะอะก่อกวนตามทางเดิน 52% และพวกสำมะเลเทเมา ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนข้างห้องอื่นมีจำนวน 52%

ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับการขอย้ายห้องขณะพักในโรงแรม มีจำนวน 4 ใน 10 หรือ 44% ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะขอย้ายห้องด้วยเหตุผลธรรมดาทั่วๆ ไป คือเครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน มีจำนวนมากถึง 3 ใน 4 คิดเป็น 76% ขณะที่เกือบ 7 ใน 10 คน ย้ายเพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์ 69% เป็นอันดับสอง ย้ายเพราะห้องสกปรกเป็นอันดับสาม ตามด้วยย้ายเพราะห้องน้ำไม่สะอาดคิดเป็น 58%

การสำรวจดังกล่าวเป็นการศึกษาข้อมูลทางระบบออนไลน์ผ่านบริการ GfK’sGlobo Bus (Global Omnibus) ซึ่งนิยมใช้กันทั่วโลก โดยวิธี “opt-in” นี้เป็นเป็นวิธีการสำรวจแบบเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจากการสุ่มตัวแทนของประชากรทางอินเตอร์เน็ตในแต่ละประเทศ โดยการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นจำนวน 1,000 คน ในเดือนสิงหาคม 2559
* * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com