xs
xsm
sm
md
lg

“ทุเรียนหลง-หลินลับแล” อร่อย&แพง แบบไม่ได้ตั้งใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

“ทุเรียนหลงลับแล” หนึ่งในทุเรียนขึ้นชื่อของ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
หากพูดถึงผลไม้ในช่วงนี้ “ทุเรียน” คงจะเป็นผลไม้ที่มีผู้คนพูดถึงมากที่สุด ผลไม้รูปร่างแปลกนี้ชนิดนี้ แม้จะมีเปลือกที่แหลมคม แต่ก็มีความอร่อยของเนื้อสีเหลืองทองที่ซ่อนอยู่ภายใน ที่ได้ทำให้หลายๆ คนติดอกติดใจในรสชาติที่เย้ายวน จนได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งผลไม้ไทย” อีกทั้งผลไม้ชนิดนี้ ก็ยังมีหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้เลือกลองลิ้มชิมรส และหากจะถามว่าทุเรียนสายพันธุ์ไหนเป็นที่พูดถึงมากที่สุด และมีผู้คนอยากจะกินมากที่สุดของปีนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นทุเรียนสายพันธุ์ “หลงลับแล" และ "หลินลับแล" แห่งอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
คุณลุงสามารถ เสริมสกุล กับทุเรียนหลินลับแล
สำหรับเรื่องประวัติความเป็นมาของ “ทุเรียนหลงลับแล" และ "ทุเรียนหลินลับแล" นั้น ผู้ที่จะอธิบายได้ดีคงเป็นคนที่คลุกคลีกับการปลูกทุเรียนสองสายพันธุ์นี้มากที่สุด ซึ่งนั้นก็คือ คุณลุงสามารถ เสริมสกุล เลขานายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่มูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และยังเป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนหลงลับเเลและหลินลับแล

คุณลุงสามารถได้เล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของทุเรียนทั้งสองสายพันธุ์ว่า “ทุเรียนหลงลับต้นกำเนิดจาก นางหลง อุประ ชาวบ้านลับแล ได้นำเอาเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ไปปลูกจนได้ผลผลิต และได้นำทุเรียนดังกล่าวส่งเข้าประกวด จนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดทุเรียนของกรมส่งเสริมการเกษตรและจังหวัดอุตรดิตถ์ ในปี พ.ศ.2520 และได้จดทะเบียนรับรองสายพันธุ์ในเวลาต่อมา อีกทั้งยังได้มีการนำกิ่งพันธุ์ทุเรียนต้นนั้นมาขยายพันธุ์ด้วยการทาบกิ่งและเสียบยอดกับทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมือง จนกระทั่งทุเรียนหลงลับแลได้กลายมาเป็นหนึ่งในผลไม้ขึ้นชื่อของแห่งอำเภอลับแล สำหรับลักษณะของทุเรียนหลงลับแลนั้น ผลจะมีขนาดเล็ก แต่ละลูกจะมีน้ำหนัก 1-3 กิโลกรัม มีลักษณะผลค่อนข้างกลม เนื้อมีสีเหลืองเข้ม เมื่อได้ลองกินจะรู้สึกเหนียวละเอียดแต่ไม่เละ รสหวานมันหอมอ่อนๆ ไม่แรง ”
รูปร่างหน้าตาทุเรียน หลงลับแล(ซ้าย)-หลินลับแล(ขวา)
ในส่วนของทุเรียนหลินลับแลนั้น คุณลุงสามารถเล่าประวัติและอธิบายความแตกต่างให้ฟังว่า “ ทุเรียนหลินลับแล เกิดขึ้นจาก นายหลิน บันลาด ได้นำเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์มาปลูกเหมือนกัน แต่กลับได้ทุเรียนที่มีรูปร่างลักษณ์ที่แตกต่างออกไป ซึ่งจะมีรูปลักษณ์ออกเป็นแนวตั้ง แต่ละภูแยกกันอย่างชัดเจน มองดูแล้วคล้ายกับมะเฟือง ขนาดแต่ละลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม ในส่วนเนื้อในจะมีสีเหลืองอ่อน เมื่อได้ลองชิมจะรู้สึกว่า เนื้อจะแห้งไม่เละ รสหวานมัน และกลิ่นหอมไม่แรง”
หลงลับแล” เนื้อสีเหลืองเข้มน่าลิ้มลอง
นอกจากจะมีรูปลักษณ์และรสชาติที่อร่อยอย่ามีเอกลักษณ์แล้ว ทุเรียนสองสายพันธุ์นี้ ก็ยังถือได้ว่าเป็นทุเรียนที่มีราคาค่อนข้างสูง และด้วยสาเหตุใดนั้นคุณลุงสามารถ จึงได้อธิบายต่อว่า

“เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยจนเป็นที่ร่ำลือ จึงเป็นที่ต้องการของท้องตลาดอย่างมาก เพราะใครๆ ก็ต้องการที่จะลองลิ้มชิมรส ผลไม้รสอร่อยที่ในหนึ่งปีจะมีหนึ่งครั้ง ซึ่งผลผลิตในแต่ละปีก็ไม่สามารถคาดเดาได้ และทุเรียนสองชนิดนี้ก็ยังปลูกอยู่บนภูเขา เพราะพื้นที่ในอำเภอลับแลเป็นภูเขา การดูแลรักษาจึงมีความลำบากไม่น้อย ซึ่งไม่สามารถนำน้ำขึ้นไปลดได้ทุกต้น ผลผลิตจึงต้องขึ้นอยู่กับฟ้าฝน และการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเสียบกิ่งกับต้นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งก็ทำใช้เวลานานกว่า 6-8 ปี จึงจะได้ผลผลิต"

"และเมื่อได้ผลผลิตแล้ว ก็ต้องใช้ความชำนาญในการเก็บ เพราะทุเรียนแต่ละต้นนั้นสูงใหญ่และตั้งอยู่ตามเนินเขา อีกทั้งการลำเลียงผลทุเรียนออกจากสวนที่อยู่ในภูเขา ก็ต้องใส่ลูกทุเรียนไว้ในตะแกรงที่ติดไว้กับรถจักรยานยนต์ เพื่อขนทุเรียนลงมาจากบนเขา ซึ่งเเต่ละเที่ยวก็บรรทุกได้น้อย อีกทั้งเส้นทางในการขนลงมาก็คดเคี้ยวลาดชัน” เรื่องราวที่ได้เล่าให้ฟังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ทุเรียนสองสายพันธุ์นี้ มีราคาที่ค่อนข้างเเพง
หลง-หลินลับแล ขนส่งลงจากเขาด้วยรถจักรยานยนต์
สำหรับในปีนี้ผลผลิต ทุเรียนหลงลับแล เเละหลินลับแล เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก เพราะเหล่าสาวกนักกินทุเรียนทั้งหลาย ต่างต้องการที่ลองลิ้มชิมรส จนมีกระแสปากต่อปากว่าเป็นทุเรียนที่อร่อยที่สุดในโลก ราคาผลผลิตทุเรียนทั้งสองสายพันธุ์ในปีนี้จึงแพง โดยทุเรียนหลงลับแลมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 200-500 บาท และทุเรียนหลินลับแล มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 300-800 บาท ด้วยราคาที่สูงขนาดนี้ ทุเรียนทั้งสองชนิดจึงได้กลายเป็นเป้าหมายหัวขโมย ซึ่งได้มีการลักขโมยทุเรียนตามสวนต่างๆ จนเจ้าของสวนต้องสร้างกระท่อมนอนเฝ้ากันทั้งกลางวันกลางคืน เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้ทุเรียนหลงลับแลและหลินลับแล มีผู้คนพูดถึงมากยิ่งขึ้นไปอีก
วิวทิวทัศน์ภูเขาของอำเภอลับแล สถานที่ปลูก “ทุเรียนหลง-หลินลับแล”
เมื่อได้รู้ถึงประวัติที่มาของทุเรียนทั้งสองสายพันธุ์และตัวแปรต่างๆ ก่อนจะได้ผลผลิตออกสู่ท้องตลาด ซึ่งใครที่มีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสทุเรียนหลงลับเเล เเละลินลับแลแล้ว ก็คงจะปลื้มใจและไม่อาจลืมได้ในความอร่อย ที่ในหนึ่งปีจะมีหนึ่งครั้งให้ได้กิน





* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล travel_astvmgr@hotmail.com

 

Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...