xs
sm
md
lg

"เฮลซิงกิ" ธิดาแห่งทะเลบอลติก

เผยแพร่:

โดย : หมวยเกี๊ยะ
หากเอ่ยถึงชื่อ "ฟินแลนด์" (Finland) คาดว่าหลายๆ คนคงจะคุ้นชื่อเสียงเรียงนามของประเทศนี้กันดี ผ่านจากโทรศัพท์มือถือชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง เพราะว่าฟินแลนด์เป็นต้นกำเนิดมือถือยี่ห้อนั้นซึ่งมีผู้ใช้กันเป็นจำนวนมากทั่วโลก

แต่ขอบอกว่าฟินแลนด์หรือชื่อเต็มๆ ว่า "สาธารณรัฐฟินแลนด์" ไม่ได้มีชื่อเสียงแค่เรื่องการผลิตโทรศัพท์มือถือเท่านั้น หากแต่เรื่องของการท่องเที่ยวก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ซึ่งคำว่า "ฟินแลนด์" (Finland) เป็นชื่อเรียกในภาษาสวีเดน แต่ถ้าในภาษาฟินแลนด์จะเรียกว่า "ซัวมิ" (Suomi) ฟินแลนด์เป็นประเทศที่อยู่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป จัดอยู่ในกลุ่มประเทศนอร์ดิก ฟินแลนด์มีเมืองหลวงคือ"เฮลซิงกิ" สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของเราในทริปนี้

เมืองเฮลซิงกิ (Helsinki) ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1550 โดยกษัตริย์กุสตาฟ วาชา แห่งสวีเดน เมื่ออดีตเฮลซิงกิไม่ใช่เมืองหลวงของฟินแลนด์ (เมืองหลวงเก่าคือตรูกู เมื่อครั้งตกเป็นเมืองขึ้นของสวีเดน ปีคศ.1809 -1812) เฮลซิงกิมาเป็นเมืองหลวงของฟินแลนด์ตั้งแต่ปีค.ศ. 1812 ในสมัยที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซีย ทำให้เฮลซิงกิเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก ทำให้ในเฮลซิงกินั้นเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่งดงามและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย อีกทั้งทำเลที่ตั้งยังอยู่ท่ามกลางหมู่เกาะมากมายในทะเลบอลติก ทำให้ เฮลซิงกิได้รับฉายาว่าเป็น "ธิดาแห่งทะเลบอลติก" และในปีค.ศ. 2000 ที่ผ่านมา เฮลซิงกิยังได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรปด้วยคำขวัญที่ว่า "Helsinki The high tech city where culture meets nature"
เฮลซิงกิ ถึงจะเป็นเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้มีขนาดพื้นที่ของเมืองใหญ่โตมากมายนัก กลับเป็นเมืองขนาดกะทัดรัดที่มีเสน่ห์ มีชีวิตชีวาน่าเที่ยวชม ผู้คนมีอัธยาศัยมิตรไมตรีที่ดีงาม การเดินทางภายในเมืองสะดวกสบายและยังเป็นจุดผ่านไปยังเมืองของประเทศอื่นๆได้ง่ายด้วย ซึ่งการเที่ยวเฮลซิงกินั้นใช้เวลาไม่มากก็สามารถเที่ยวได้ทั่วเมือง ซึ่งภายในเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย อย่างที่จะขอพาไปเที่ยวกันก็มีอยู่หลายสถานที่ด้วยกัน

เอาเป็นว่าตามมาเที่ยวกันเลยดีกว่า โดยสถานที่แรกขอพามาเที่ยวที่ "น้ำพุธิดาแห่งทะเลบอลติก" (Havis Amanda) ถือว่าน้ำพุแห่งนี้เป็นสัญลักษ์ของเมืองเฮลซิงกิ และเป็นที่มาของฉายานาม ธิดาแห่งทะเลบอลติกด้วย ซึ่งน้ำพุนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1908 และได้รับการออกแบบโดย นายวิลเลย์วาเกน โดยได้ทำการปั้นรูปปั้นสาวงามว่าให้นางเป็นตัวแทนของเฮลซิงกิ ส่วนบอลติกก็คือคาบสมุทรที่เมืองนี้ตั้งอยู่นั่นเอง

นอกจากน้ำพุแห่งนี้จะเป็นที่นิยมของการมาถ่ายรูปคู่ด้วยแล้ว ก็ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับน้ำพุแห่งนี้ด้วยว่า สาวงามผู้นี้ยังเป็นตัวแทนเสี่ยงทายสำหรับนักเรียนและนักศึกษา ที่ว่ากันว่าว่าหากใครสามารถโยนหมวกขึ้นไปสวมบนศรีษะของสาวงามได้ ก็จะมีอนาคตทางหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า
จากน้ำพุธิดาแห่งทะเลบอลติก ก็เดินทางกันมาที่ "เซเนท สแควร์" (Senate Square) เป็นจตุรัสกลางเมืองที่ใช้จัดกิจกรรมใหญ่ ๆ และเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของเฮลซิงกิ โดยใจกลางจตุรัสมี อนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ 2 ประดิษฐานอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า และถัดไปด้านบนเป็นที่ตั้งของ "มหาวิหารเฮลซิงกิ" (Helsinki Cathedral) ซึ่งในอดีตเรียกว่าโบสถ์นิโคลัส เป็นมหาวิหารสีขาวบริสุทธิ์สวยงาม ตั้งเด่นตระหง่านอยู่จนเรียกว่าเป็นจุดแลนด์มาร์กของเฮลซิงก็ว่าได้ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันอย่างเป็นจำนวนมาก และที่เซเนท สแควร์แห่งนี้ยังมีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่งดงามและคลาสสิคให้ชมกันอีก อย่างทำเนียบรัฐบาล ที่มีความงามของเสาหินแบบคอรินเธียนให้ได้ยล และที่อาคารของมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ มีความสวยงามของเสาหินแบบไอออนิกให้ได้ชื่นชมกัน
แล้วหากเดินทะลุจากหน้าจัตุรัสลงมาไม่ไกลกันนัก ก็จะมาถึงยัง "มาร์เก็ต สแควร์" (Market Square) เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเที่ยวชมกัน ซึ่งที่นี่จัดว่าเป็นตลาดสดกลางแจ้ง ที่จะมีแผงขายของมากมาย ที่นำเอาสิ่งของหลากหลายชนิดมาตั้งขายกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารนานาชนิด พวกผักผลไม้หลากหลายประเภท มีปลาแซลมอนขายด้วย แม้กระทั่งหนังกวางเรนเดียร์ก็มีให้เลือกซื้อหากันได้ รวมไปถึงที่นี่ยังมีสินค้าพวกงานฝีมือสวยๆ ของที่ระลึกต่างๆ ให้ได้เลือกช้อปเพื่อเป็นของฝากกันด้วย
แล้วหากเดินทะลุจากหน้าจัตุรัสลงมาไม่ไกลกันนัก ก็จะมาถึงยัง "มาร์เก็ต สแควร์" (Market Square) เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเที่ยวชมกัน ซึ่งที่นี่จัดว่าเป็นตลาดสดกลางแจ้ง ที่จะมีแผงขายของมากมาย ที่นำเอาสิ่งของหลากหลายชนิดมาตั้งขายกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารนานาชนิด พวกผักผลไม้หลากหลายประเภท มีปลาแซลมอนขายด้วย แม้กระทั่งหนังกวางเรนเดียร์ก็มีให้เลือกซื้อหากันได้ รวมไปถึงที่นี่ยังมีสินค้าพวกงานฝีมือสวยๆ ของที่ระลึกต่างๆ ให้ได้เลือกช้อปเพื่อเป็นของฝากกันด้วย
หลังจากที่ได้เดินตลาดชอปปิ้งกันแล้ว กลับมาเที่ยวชมความงามของสถาปัตยกรรมกันต่อดีกว่า โดยขอพาไปเที่ยวที่ "มหาวิหารอุสเปนสกี้" (Uspenski Church) เป็นมหาวิหารของศาสนาคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์ สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1862 – 1868 โดยได้รับการออกแบบก่อสร้างโดย Aleksei Gornostajev มหาวิหารอุสเปนสกี้นี้ถือว่าเป็นเครื่องแสดงถึงความสัมพันธ์ของฟินแลนด์กับรัสเซีย ที่เคยปกครองฟินแลนด์อยู่ถึง 108 ปี ทำให้มหาวิหารแห่งนี้มีความงดงามด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียเป็นอย่างมาก
จากนั้นมาเที่ยวที่ "โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ" (Temppeliaukio Church) หรือที่รู้จักกันในนาม "โบสถ์หิน" (Rock Church) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "โบสถ์แห่งความรัก" ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2511และเสร็จวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป และมีความเชื่อว่าหากใครก็ตามมาจุดเทียนอธิฐานเรื่องเกี่ยวกับความรักในโบสถ์นี้ก็จะสมหวังในสิ่งที่อธิฐานทุกประการ จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาจัดพิธีแต่งงานที่นี่กันเป็นจำนวนมาก เพราะว่ากันว่าคู่รักที่มาจัดพิธีแต่งงานที่โบสถ์แห่งนี้จะครองรักกันยืนยาวจนแก่เฒ่า
โบสถ์หินแห่งนี้ถือว่าเป็นโบสถ์ที่แปลกและมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันมาก เนื่องจากภายนอกตัวโบสถ์ดูแล้วไม่เหมือนเป็นโบสถ์เลย เพราะโบสถ์แห่งนี้แต่เดิมเป็นภูหินแกรนิตใหญ่ที่ตั้งเกะกะอยู่กลางเมือง ถูกสร้างขึ้นโดยการระเบิดชั้นหินธรรมชาติ ซึ่งออกแบบโดย Timo และ Tuomo Suomalainen สองพี่น้องสถาปนิกชาวฟินแลนด์
เมื่อเข้ามาภายในโบสถ์จะได้เห็นถึงความสวยงามส่วนกำแพงด้านในโบสถ์ที่สร้างด้วยหินให้เหมือนธรรมชาติ ส่วนด้านบนระบายโปร่งให้แสงเข้าได้ หลังคาประดับด้วยลวดทองแดงหนา 1 นิ้ว นำมาขดเป็นวงกลมใหญ่ดูแปลกตาเก๋ไก๋ไม่น้อยเลย
และไม่ไกลจากโบสถ์แห่งความรัก ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดไปเที่ยวกัน นั่นคือ "อนุสาวรีย์ซิเบลิอุส" (Sibelius Monument) อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใน Sibelius Park ถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีให้แก่นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชื่อดังของโลกชาวฟินแลนด์นามว่า Jean Sibelius (1865-1957) ผู้แต่งเพลงฟินแลนเดีย เพลงปลุกใจชาวฟินน์ให้ลุกขึ้นมาเรียกร้องเอกราชจากรัสเซีย ลักษณะเป็นอนุสาวรีย์ที่แปลกตามากๆ ถูกออกแบบโดย Eila Hiltunen เป็นการสร้างโดยนำเอาแท่งเหล็กจำนวน 600 แท่ง มาเชื่อมเข้าด้วยกันจนออกมาเป็นรูปร่างของออร์แกนลม ที่มีความสูง 85 ม. กว้าง 10.5 ม. ลึก 6.5 ม. และหนักถึง 24 ตันตั้งอยู่กลางแจ้งอย่างโดดเด่นเป็นสง่า

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่นำมาเสนอนี้ถือว่าเป็นแค่เพียงเศษเสี้ยวของสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองเฮลซิงกิ ที่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลาย เมื่อเดินทางมาแล้วต้องไม่พลาดมาเที่ยวชมกับความงดงามของสถาปัยกรรมแบบยุโรปที่สวยงามยิ่ง และสัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวฟินแลนด์ที่มีความเป็นอยู่แบบสงบสุข พร้อมกับมีมิตรไมตรีให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนฟินแลนด์
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...