ตั้งแต่วิกฤตการบังคับขายหุ้นหรือ FORCE SELL ของนักลงทุนรายใหญ่ นายมงคล ประกิตชัยวัฒนา อดีตผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 รองจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2568 หุ้นบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ถูกถล่มขายอย่างหนัก ราคาทรุดลงต่อเนื่อง
แต่หลังประกาศผลประกอบการปี 2568 โดยแจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์หลังปิดการซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ราคาหุ้น KTC ได้พุ่งทะยาน ขานรับตัวเลขผลกำไรที่เติมโตพบลิกความคาดหมายทันที ในการซื้อขายวันที่ 15 มกราคม ก่อนปิดที่ 26.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.95 บาท หรือเพิ่มขึ้น 7.85% ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่หนาแน่น 920.33 ล้านบาท
ผลประกอบการปี 2568 KTC มีกำไรสุทธิ 7,781.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,437.16 ล้านบาท
งบการเงิน KTC ที่ประกาศออกมา ถือว่าพลิกความคาดหมายของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ซึ่งประเมินว่า ผลกำไรปี 2568 จะชะลอตัวลง แต่กำไรกลับเติบโต สวนเศรษฐกิจที่ตกต่ำ การจับจ่ายของผู้บริโภคลดลง และมีแนวโน้มปัญหาหนี้เสียเพิ่มขึ้น
KTC สามารถควบคุมปัญหาหนี้เสีย และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้ดี กำไรจึงเติบโต ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มว่า ซึ่งกำลังทยอยประกาศผลประกอบการ มีแนวโน้มว่า ผลกำไรปี 2568 จะชะลอตัวลง โดยนำร่องด้วย บริษัท ทิสโก้ไฟแนลเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ซึ่งผลประกอบการลดลง
ราคาหุ้น KTC เคยร่วงลงไปต่ำสุดในรอบหลายปีที่ระดับ 21.80 บาท ในช่วงวิกฤต FORCE SELL ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น แต่ดีดตัวขึ้นไปสูงสุดเพียง 30 บาทเศษเท่านั้น หลังจากนั้นย่ำฐานระดับแถว 26 บาทยาวนานหลายเดือน
การประกาศผลประกอบการปี 2568 ถือเป็นข่าวดีที่ปลุกให้หุ้น KTC กลับสู่ความคึกคักอีกครั้ง โดยนักลงทุนแห่กันไล่ซื้อหุ้น เพราะหมดความกังวลด้านผลประกอบการ และระดับราคาหุ้นยังน่าสนใจ โดยมีค่า พี/อี เรโช เพียงประมาณ 9 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทน 4.93%
นายมงคล ประกิตชัยวัฒนา หลังจากถูกบยังคับขายหุ้น เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ล่าสุดตกอยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 สัดส่วนการถือหุ้นจากเดิมประมาณ 12% ของทุนจดทะเบียน ลดเหลือเพียง 5.80% ของทุนจดทะเบียน โยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนทั้งสิ้น 12,424 ราย ถือหุ้นรวมกันสัดส่วน 32.77% ของทุนจดทะเบียน
บทวิเคราะห์ของบริษัทโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ยังให้คำแนะนำซื้อหุ้น KTC โดย 10 โบรกเกอร์ที่ออกบทวิเคราะห์ กำหนดราคาเป้าหมายหุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 34.43 บาท แต่บางโบรกเกอร์กำหนดราคาเป้าหมาย 29 บาท และบางแห่งตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 45 บาท
หุ้น KTC ตื่นจากหลับใหลแล้ว โดยมีผลประกอบการปี 2568 ที่ออกมาดีเกินคาด เป็นปัจจัยหนุน ปลุกให้นักลงทุนเฮโลเข้ามาไล่เก็บหุ้น เพราะเห็นโอกาสการทำกำไร และราคายังต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่โบรกเกอร์ทุกสำนักตั้งไว้
รอบนี้ KTC จะวิ่งไปไกลขนาดไหน จะตีฝ่ากำแพงต้านที่ประมาณ 30 บาทได้หรือไม่ นักลงทุนรอลุ้นกันอยู่
ถ้าแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 KTC รักษาการเติบโตได้ดี มีโอกาสเหมือนกันที่ราคาหุ้น จะดิ้นหนี้จากกรอบแถว 26-27 บาทที่ย่ำฐานมายาวนานได้เหมือนกัน


