ปฏิบัติการปล้นบริษัทโบรกเกอร์วงเงิน 4.5 พันล้านบาท โดยการโยนคำสั่งซื้อขายหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 จนนำไปสู่การดำเนินคดี 42 ผู้ต้องหาแก๊งปั่นหุ้น MORE ซึ่งแม้ส่วนใหญ่จะถูกควบคุมตัวอยู่ในเรีอนจำแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งยังลอยนวลอยู่นอกคุก
กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพิ่งแถลงความคืบหน้าล่าสุดของคดีปั่นหุ้น MORE โดยเตรียมขอศาลออกหมายจับ นายเอกภัทร พรประภา นายอธิภัทร พรประภา นางอรพินธุ์ พรประภา 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญของตระกูลดัง เนื่องจากไม่ฟังคำสั่งของอัยการตามที่นัดไว้เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา
แก๊งปั่นหุ้น MORE 42 คน ถูกอัยการสั่งฟ้อง และนำตัวเข้าเรียนจำแล้ว 28 คน ซึ่งแม้จะยื่นคำร้องขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาต จนเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการโยกย้าย การปรับเปลี่ยนตำแหน่ง หรือการเกษียณราชการ ได้มีการอนุมัติให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหาคนตระกูลดังและมีฐานะทางการเงิน และนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนตุลาการที่เกี่ยวข้องตามมา
ผู้ต้องหา 42 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มวางแผน 2 ราย กลุ่มสนับสนุน 7 ราย และกลุ่มเจ้าของบัญชี 33 ราย ซึ่งอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 42 ราย และอยู่ระหว่างส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาล โดยผู้ที่ถูกคุมขังชุดแรก 28 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเจ้าของบัญชีซื้อขายหุ้นหรือนอมินี แต่บรรดาหัวโจกจำนวนนับสิบคนยังลอยนวลอยู่นอกคุก
ผู้ต้องหาที่เหลืออีก 14 ราย บางรายอยู่ระหว่างการหลบหนี และมี 7 รายที่ได้รับการอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดย 3 รายคือกลุ่มพรประภา ไม่มาฟังคำสั่งอัยการตามที่นัดเมื่อวันที่ 5 มกราคม ซึ่ง DSI เตรียมยื่นศาลขอออกหมายจับ ส่วยอีก 4 ราย ประกอบด้วยนายสมนึก กยาวัฒนกิจ นางสาวปุณฑรีก์ อิศรางกูร นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ อัยการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
คดีปั่นหุ้น MORE เป็นเพียง 1 ในนับสิบคดีดังที่สร้างความเสียหายร้ายแรงกระจายวงกว้างสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น เช่นคดีแต่งบัญชีงบการเงิน บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK คดีฉ้อโกงแต่งบัญชีงบการเงิน บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ซึ่งหัวโจกในคดีนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หอบเงินหลายพันล้านบาทหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
หรือแม้แต่คดีการสร้างหนี้เทียมจำนวน 2.6 หมื่นล้านบาทและการปั่นหุ้น บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) หรือ EARTH ซึ่งบริษัทล่มสลายไปแล้ว มีประชาชนผู้ลงทุนนับหมื่นชีวิตต้องสูญเสียถึงขั้นหมดตัว แต่คดีกลับเงียบหาย ยังไม่มีผู้บริหารคนใดที่ถูกดำเนินคดีต้องชดใช้กรรม
คดีหุ้น MORE แม้จะอยู่ในความสนใจของสังคม แต่ขั้นตอนการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม กลับถูกจับตาในความโปร่งใสและถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหาที่มีฐานะทางการเงินเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา และการอนุญาตให้ขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งอัยการของผู้ต้องหาอีก 7 รายที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง
มิจฉาชีพหรืออาชญากรในตลาดหุ้นมีอยู่ชุกชุม พร้อมก่อคดีเมื่อมีโอกาส และตลอด 50 ปีของการก่อตั้งตลาดหุ้น สร้างความเสียหายให้ประชาชนจำนวนหลายล้านคน แต่การดำเนินคดีความผิดร้ายแรง สร้างความเสียหายกระจายในวงกว้าง จนคดีถึงที่สุด จับพวกคนโกงเข้าคุกเกิดขึ้นน้อยมาก เทียบไม่ได้กับอัตราส่วนของการก่ออาชญากรรมในตลาดหุ้น
คดีหุ้น MORE ยังจะต้องเฝ้าจับตาต่อไปว่า สุดท้ายคดีจะปิดอย่างไร 42 ผู้ต้องการแก๊งปั่น จะต้องเดินเข้าคุกหมดทั้งแก๊งหรือไม่


