xs
xsm
sm
md
lg

7 สมาคมการเงินจีนสั่งแบน RWA ปิดฉากธุรกิจ Web3 ตีตราเป็นธุรกรรมการเงินผิดกฎหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วงการคริปโตฯ จีนสะเทือน! ความหวังผูกสินทรัพย์จริงเข้าสู่โลกบล็อกเชนดับวูบ หลัง 7 สมาคมการเงินยักษ์ใหญ่ผนึกกำลังออกประกาศ ‘แบน’ กิจกรรม ‘Real-World Asset (RWA) Tokenization’ อย่างเป็นทางการ โดยตีตราว่าเป็น ‘ธุรกรรมการเงินผิดกฎหมาย’ เทียบเท่าการพนันและแชร์ลูกโซ่ พร้อมงัดมาตรการเด็ดขาดเอาผิดแบบ ‘เหมาเข่ง’ ลามถึงโปรแกรมเมอร์-นักการตลาดที่รับงานให้โปรเจกต์ต่างชาติ ถือเป็นการปิดตายโมเดลธุรกิจ Web3 ในแดนมังกรอย่างสมบูรณ์

กลายเป็นฝันร้ายของนักพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน เมื่อ 7 องค์กรเสาหลักของอุตสาหกรรมการเงินจีน นำโดย สมาคมอินเทอร์เน็ตไฟแนนซ์ (NIFA), สมาคมธนาคาร, สมาคมหลักทรัพย์ และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินทรัพย์และฟิวเจอร์ส ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อประกาศสงครามกับกระแส RWA Tokenization หรือการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเคนดิจิทัล

RWA คลุมเครือเป็นสินทรัพย์ลวงโลก?

ในสายตาของทางการจีน RWA ไม่ใช่เทคโนโลยีอนาคต แต่ถูกจัดหมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับ “Stablecoin”, “Cryptocurrency ที่ไร้มูลค่า” และ “การขุดเหมือง” ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงสูง

แถลงการณ์ระบุชัดเจนว่า การนำสินทรัพย์จริงมาออกเป็นโทเคนเพื่อระดมทุน (Financing) หรือทำการซื้อขาย (Trading) ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง การเก็งกำไร และการสร้างสินทรัพย์ปลอม (Fictitious Assets) โดยทางการจีนย้ำว่า “ไม่เคยอนุมัติ” กิจกรรม RWA ใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นใครที่อ้างว่ากำลังทดลองระบบหรือรอใบอนุญาต คือคำโกหกทั้งเพ

ทนายชี้ "สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด"

หลิว หงหลิน (Liu Honglin) ทนายความชื่อดัง ให้ความเห็นว่า การที่ 7 สมาคมข้ามสายงานกระโดดลงมาออกประกาศร่วมกัน (Joint Notice) แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นการส่งสัญญาณแบบ “Unified Messaging” ว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังในการสกัดกั้นความเสี่ยงเชิงระบบ ซึ่งบทลงโทษจะอิงตามกฎหมายอาญาและกฎหมายหลักทรัพย์โดยตรง ได้แก่

1.ระดมทุนผิดกฎหมาย (Illegal Fundraising) : หากเสนอขายโทเคนต่อสาธารณะ
2.เสนอขายหลักทรัพย์เถื่อน : หากมีการกระจายโทเคนโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ธุรกิจฟิวเจอร์สผิดกฎหมาย : หากมีการใช้ Leverage หรือกลไกการเดิมพัน

ที่มา : Weixin
มาตรการ ‘เชือด’ ทั้งระบบรับจ้างทำก็ผิด!

สิ่งที่โหดหินที่สุดในประกาศฉบับนี้คือหลักการ “ความรับผิดร่วม” (Joint Liability) ภายใต้กรอบการบังคับใช้กฎหมายใหม่ ซึ่งระบุว่า ไม่ใช่แค่เจ้าของโปรเจกต์เท่านั้นที่จะโดนดี แต่รวมถึง

- บุคลากรในประเทศ ที่ทำงานให้บริษัท Web3 ต่างชาติ
- ผู้ให้บริการภายนอก (Outsource) ทั้งคนวางแผน, คนเขียนโค้ด, เอเจนซี่การตลาด, อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้แต่คนทำระบบชำระเงิน

หากเจ้าหน้าที่พิสูจน์ได้ว่าบุคคลเหล่านี้ “รู้อยู่แล้วหรือควรจะรู้” (Knowing or should have known) ว่ากำลังให้บริการแก่ธุรกิจ RWA พวกเขาจะต้องรับผิดทางกฎหมายเช่นกัน ซึ่งมาตรการนี้ถือเป็นการ “ทุบหม้อข้าว” โมเดลยอดฮิตที่บริษัทจดทะเบียนนอกประเทศ (Offshore) แต่จ้างทีมงานราคาถูกในจีน (Onshore Staff) ให้พังทลายลงทันที

ที่มา : Weixin
เปิดเบื้องลึกปูพรมแดงดัน ‘หยวนดิจิทัล’

นักวิเคราะห์มองว่า การกวาดล้าง RWA และ Stablecoin เอกชน (รวมถึงการบล็อก Ant Group และ JD.com ไม่ให้ออก Stablecoin ในฮ่องกงก่อนหน้านี้) มีนัยซ่อนเร้นเพื่อ “เคลียร์ทาง” ให้กับ หยวนดิจิทัล (Digital Yuan) เพราะในขณะที่ไล่บี้เอกชน จีนกลับกำลังเร่งเครื่องเปิดศูนย์ปฏิบัติการหยวนดิจิทัลในเซี่ยงไฮ้เพื่อเน้นการชำระเงินข้ามพรมแดน สะท้อนชัดเจนว่า จีนต้องการผูกขาดอำนาจการออกเงินตราและนวัตกรรมทางการเงินไว้ที่รัฐแต่เพียงผู้เดียว ส่วน RWA ของเอกชนคือศัตรูที่ต้องกำจัดทิ้ง